กู้ร่วมซื้อบ้าน กู้กับใครได้บ้าง ข้อดี ข้อควรระวัง และสิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

กู้ร่วมซื้อบ้าน คือการที่ผู้กู้ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปยื่นขอสินเชื่อบ้านก้อนเดียวกัน โดยธนาคารนำรายได้ของทุกคนมารวมพิจารณา วิธีนี้ช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติและได้วงเงินสูงขึ้นสำหรับคนที่รายได้คนเดียวยังไม่ถึงเกณฑ์ คนที่กู้ร่วมได้มักเป็นคู่สมรส (รวมคู่สมรสเท่าเทียมตั้งแต่ 22 มกราคม 2568) พ่อแม่พี่น้อง หรือแฟนและเพื่อนตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร แลกกับการเป็นลูกหนี้ร่วมที่ต้องรับผิดชอบหนี้ทั้งก้อนเท่ากัน เมื่อเข้าใจกลไกนี้แล้ว ขั้นถัดไปคือหาบ้านที่ราคาพอดีกับวงเงิน ซึ่งบน Talata มีประกาศบ้านและคอนโดหลายทำเลจากหลายเจ้าให้เทียบราคาและติดต่อเจ้าของได้ในที่เดียว
กู้ร่วมซื้อบ้าน คืออะไร
กู้ร่วม คือการยื่นขอสินเชื่อบ้านพร้อมกันหลายคนในสัญญาเดียว ธนาคารจะรวมรายได้ของผู้กู้ทุกคนเข้าด้วยกันเพื่อประเมินความสามารถในการผ่อน ทำให้วงเงินที่อนุมัติสูงกว่ากู้คนเดียว ผู้กู้ร่วมทุกคนมีสถานะเป็นลูกหนี้ตามกฎหมายเท่ากัน ไม่ใช่แค่คนใดคนหนึ่งเป็นหนี้หลักแล้วที่เหลือเป็นตัวประกอบ
จุดที่หลายคนสับสนคือ กู้ร่วมกับการเป็นเจ้าของบ้านเป็นคนละเรื่องกัน การมีชื่อในสัญญากู้หมายถึงร่วมรับภาระหนี้ ส่วนกรรมสิทธิ์ในบ้านขึ้นอยู่กับว่าใส่ชื่อใครบ้างในโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด ผู้กู้ร่วมจึงควรตกลงกันให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าใครถือกรรมสิทธิ์ สัดส่วนเท่าไร
กู้ร่วม ต่างจากกู้เดี่ยวและการค้ำประกันอย่างไร
หลายคนเอากู้ร่วมไปปนกับการค้ำประกัน ทั้งที่ภาระต่างกันมาก ผู้ค้ำประกันไม่ได้ถูกนำรายได้มารวมคำนวณวงเงิน และจะรับผิดก็ต่อเมื่อลูกหนี้หลักผิดนัดชำระ ส่วนผู้กู้ร่วมเป็นลูกหนี้เต็มตัวตั้งแต่วันเซ็นสัญญา ตารางด้านล่างสรุปความต่างให้เห็นชัด
| ประเด็น | กู้เดี่ยว | กู้ร่วม | ค้ำประกัน |
|---|---|---|---|
| รวมรายได้เพิ่มวงเงิน | ไม่ | ใช่ | ไม่ |
| สถานะหนี้ | คนเดียวรับผิดชอบ | ทุกคนรับผิดชอบเต็มจำนวน | รับผิดเมื่อลูกหนี้หลักผิดนัด |
| สิทธิถือกรรมสิทธิ์ | ตามชื่อในโฉนด | ตามชื่อในโฉนด | ไม่มีสิทธิในบ้าน |
| กระทบเครดิตตัวเอง | เฉพาะสัญญาตัวเอง | ทุกคนติดภาระในเครดิตบูโร | ติดภาระค้ำในเครดิต |
ทำไมหลายคนเลือกกู้ร่วม
เหตุผลหลักคือรายได้คนเดียวยังไม่พอ ธนาคารดูภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) เป็นหลัก ถ้ารายได้น้อยหรือมีภาระผ่อนอื่นอยู่ วงเงินที่ได้จะต่ำหรือถูกปฏิเสธ การรวมรายได้กับคนอีกคนช่วยดันวงเงินให้พอกับราคาบ้านที่อยากได้ อีกกลุ่มคือคู่รักหรือครอบครัวที่ตั้งใจผ่อนบ้านด้วยกันอยู่แล้ว การกู้ร่วมทำให้ทั้งสองฝ่ายมีส่วนในบ้านตั้งแต่แรก
กู้ร่วมซื้อบ้านกับใครได้บ้าง
ธนาคารส่วนใหญ่กำหนดให้ผู้กู้ร่วมต้องมีความสัมพันธ์ที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่เดินมากู้ด้วยกัน กลุ่มที่กู้ร่วมได้แบ่งได้คร่าวๆ ดังนี้ และรายละเอียดเงื่อนไขต่างกันไปในแต่ละธนาคาร ควรเช็กกับธนาคารที่จะยื่นก่อนเสมอ
พ่อแม่ พี่น้อง และคนในครอบครัว
กลุ่มเครือญาติสายตรงเป็นกลุ่มที่ธนาคารรับกู้ร่วมง่ายที่สุด เพราะพิสูจน์ความสัมพันธ์ด้วยทะเบียนบ้านหรือสูติบัตรได้ พ่อแม่กู้ร่วมกับลูก พี่กู้ร่วมกับน้อง เป็นเคสที่พบบ่อย ข้อควรคิดคืออายุของผู้กู้ที่สูงจะทำให้ระยะเวลาผ่อนสั้นลง เพราะธนาคารมักกำหนดให้อายุผู้กู้บวกระยะผ่อนไม่เกินเพดานที่ตั้งไว้
คู่สมรสที่จดทะเบียน (รวมสมรสเท่าเทียม)
คู่ที่จดทะเบียนสมรสกู้ร่วมได้ในฐานะคู่สมรสตามกฎหมาย ตั้งแต่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้เมื่อ 22 มกราคม 2568 คู่รักเพศเดียวกันที่จดทะเบียนสมรสก็มีสถานะเป็นคู่สมรสเต็มตัว และยื่นกู้ร่วมซื้อบ้านได้เหมือนคู่สมรสทั่วไป ธนาคารบางแห่งเช่น ธอส. ออกหลักเกณฑ์รองรับคู่สมรสเท่าเทียมชัดเจนแล้ว การมีทะเบียนสมรสยังช่วยเรื่องการจัดการกรรมสิทธิ์และสิทธิทางภาษีในภายหลังด้วย
แฟนที่ยังไม่จดทะเบียน และคู่รัก LGBTQ+
คู่รักที่ยังไม่ได้จดทะเบียนกู้ร่วมได้ในบางธนาคาร แต่มักต้องมีหลักฐานความสัมพันธ์ประกอบ เช่น รูปถ่าย การมีบัญชีร่วม หรือหลักฐานการอยู่อาศัยด้วยกัน เงื่อนไขข้อนี้เข้มงวดต่างกันมากในแต่ละธนาคาร บางแห่งรับ บางแห่งขอทะเบียนสมรสเท่านั้น จุดนี้คือเหตุผลที่ควรสอบถามเจ้าหน้าที่สินเชื่อก่อนตั้งความหวัง
กู้ร่วมกับเพื่อนได้ไหม
กู้ร่วมกับเพื่อนทำได้ในบางกรณี แต่ยากกว่ากลุ่มอื่นเพราะพิสูจน์ความสัมพันธ์ได้ยาก ธนาคารกังวลเรื่องความมั่นคงของการผ่อนระยะยาวเมื่อไม่มีความผูกพันทางครอบครัวหรือทะเบียน ถ้าตั้งใจซื้อบ้านหรือคอนโดร่วมกับเพื่อนจริง ควรทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเรื่องสัดส่วนการผ่อน กรรมสิทธิ์ และทางออกเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยากถอนตัว เพื่อกันปัญหาในอนาคต
คุณสมบัติและเงื่อนไขของผู้กู้ร่วม
หัวข้อก่อนหน้าตอบว่า "ความสัมพันธ์แบบไหนกู้ร่วมได้" ส่วนหัวข้อนี้ตอบว่า "ผู้กู้ร่วมแต่ละคนต้องมีคุณสมบัติทางการเงินอย่างไร" ธนาคารพิจารณาผู้กู้ร่วมทุกคน ไม่ใช่แค่คนที่รายได้สูงสุด ถ้าคนใดคนหนึ่งมีจุดอ่อน ก็กระทบการอนุมัติทั้งใบ
รายได้และภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR)
ธนาคารรวมรายได้ของผู้กู้ทุกคน แล้วหักภาระผ่อนหนี้ที่มีอยู่ออก เพื่อดูว่าเหลือความสามารถผ่อนบ้านเท่าไร ตัวเลขที่ใช้คือภาระหนี้ต่อรายได้ หรือ DSR ยิ่งผู้กู้ร่วมคนใดมีหนี้บัตรเครดิต หนี้รถ หรือสินเชื่อส่วนบุคคลมาก ความสามารถผ่อนรวมก็ลดลง ก่อนยื่นกู้ควรเคลียร์หนี้ที่ไม่จำเป็นของทั้งสองฝ่ายให้เบาที่สุด
อายุผู้กู้กับระยะเวลาผ่อน
ธนาคารมักกำหนดให้อายุผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาผ่อนไม่เกินเพดานที่ตั้งไว้ กรณีกู้ร่วม บางธนาคารใช้อายุของผู้กู้ที่มากที่สุดเป็นตัวกำหนดระยะผ่อน ทำให้ระยะเวลาผ่อนสั้นลงและค่างวดต่อเดือนสูงขึ้น ถ้ากู้ร่วมกับพ่อแม่ที่อายุมาก ควรถามธนาคารให้ชัดว่าใช้อายุใครคำนวณ
ประวัติเครดิตบูโรของผู้กู้ร่วมทุกคน
ธนาคารตรวจเครดิตบูโรของผู้กู้ร่วมทุกคน ถ้าคนใดคนหนึ่งมีประวัติค้างชำระหรือหนี้เสีย ก็ฉุดโอกาสอนุมัติของทั้งสัญญาได้ ก่อนตัดสินใจกู้ร่วม ควรคุยกันตรงๆ เรื่องประวัติการเงินของแต่ละคน และถ้าจำเป็นให้ตรวจเครดิตบูโรของตัวเองล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เจอปัญหาตอนยื่นจริง
ข้อดีของการกู้ร่วมซื้อบ้าน

ข้อดีที่ชัดที่สุดคือวงเงินและโอกาสอนุมัติที่สูงขึ้น เมื่อรวมรายได้สองคน บ้านที่เคยเกินเอื้อมก็อยู่ในระยะที่ผ่อนไหว การผ่อนร่วมกันยังช่วยแบ่งเบาค่างวดต่อเดือน ไม่ต้องแบกคนเดียวทั้งก้อน สำหรับคู่ที่วางแผนสร้างครอบครัวหรืออยู่ด้วยกันระยะยาว การมีบ้านเร็วขึ้นคือข้อได้เปรียบที่จับต้องได้
อีกด้านที่คนมองข้ามคือเรื่องภาษี ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร กรณีกู้ร่วมต้องเฉลี่ยสิทธินี้ตามจำนวนผู้กู้ เช่น กู้ร่วมสองคนก็เฉลี่ยคนละไม่เกิน 50,000 บาท ไม่ใช่ต่างคนต่างได้เต็มจำนวน จุดนี้ควรวางแผนร่วมกับการยื่นภาษีของทั้งสองฝ่าย
ข้อควรระวังและข้อเสียของการกู้ร่วม
กู้ร่วมไม่ได้มีแต่ข้อดี ภาระที่ตามมาผูกยาวหลายสิบปี และเกี่ยวพันกับความสัมพันธ์ที่อาจเปลี่ยนไป ก่อนเซ็นควรเข้าใจข้อเสียให้ครบพอๆ กับข้อดี
ภาระหนี้และความรับผิดชอบร่วมกันทั้งก้อน
ผู้กู้ร่วมทุกคนรับผิดชอบหนี้เต็มจำนวน ไม่ใช่แบ่งครึ่งตามจำนวนคน ถ้าฝ่ายหนึ่งหยุดผ่อนหรือหายไป อีกฝ่ายต้องแบกค่างวดทั้งหมดเอง ธนาคารมีสิทธิเรียกเก็บจากผู้กู้คนใดก็ได้จนกว่าหนี้จะครบ ความเข้าใจว่า "ผ่อนคนละครึ่ง" เป็นเพียงข้อตกลงกันเองระหว่างผู้กู้ ไม่มีผลผูกพันกับธนาคาร
กรรมสิทธิ์และการถือครองชื่อร่วม
ชื่อในสัญญากู้กับชื่อในโฉนดไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน และนี่คือจุดที่เกิดข้อพิพาทบ่อย ถ้าใส่ชื่อร่วมในกรรมสิทธิ์ การขายหรือโอนบ้านต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของร่วมทุกคน ถ้าใส่ชื่อคนเดียวทั้งที่กู้ร่วมกัน อีกฝ่ายที่ร่วมผ่อนอาจเสียเปรียบเมื่อความสัมพันธ์จบลง ตกลงเรื่องสัดส่วนกรรมสิทธิ์เป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้นช่วยลดปัญหาได้มาก
การลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยที่ต้องหารเฉลี่ย
สิทธิลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านสูงสุด 100,000 บาทต่อปี เป็นเพดานของ "หลังนั้น" ไม่ใช่ของแต่ละคน เมื่อกู้ร่วมจึงต้องหารเฉลี่ยตามจำนวนผู้กู้ หลายคนเข้าใจผิดว่าต่างคนต่างลดหย่อนได้เต็ม 100,000 บาท ซึ่งไม่ถูกต้อง ควรเก็บหนังสือรับรองดอกเบี้ยจากธนาคารไว้ และคุยกับฝ่ายบัญชีหรือดูเกณฑ์กรมสรรพากรปีที่ยื่นให้ชัด
ผลต่อการขอสินเชื่ออื่นในอนาคต
เมื่อมีชื่อเป็นผู้กู้ร่วม ภาระหนี้ก้อนนี้จะปรากฏในเครดิตบูโรของทุกคน แม้จะตั้งใจให้อีกฝ่ายเป็นคนผ่อนหลักก็ตาม ผลคือเวลาไปขอสินเชื่อของตัวเองในอนาคต เช่น กู้รถหรือกู้บ้านอีกหลัง ธนาคารจะนับภาระผ่อนบ้านหลังนี้เข้าไปในการคำนวณด้วย ทำให้วงเงินที่ขอได้ลดลง คนที่วางแผนซื้อทรัพย์เพิ่มควรชั่งน้ำหนักข้อนี้ก่อน
เอกสารและขั้นตอนการยื่นกู้ร่วมซื้อบ้าน
เอกสารและขั้นตอนคล้ายการกู้เดี่ยว ต่างกันตรงที่ผู้กู้ร่วมทุกคนต้องเตรียมชุดเอกสารของตัวเองครบ และต้องมีหลักฐานความสัมพันธ์เพิ่มเข้ามา
เอกสารที่ผู้กู้ร่วมทุกคนต้องเตรียม
เอกสารหลักแบ่งเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกคือเอกสารส่วนตัว เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และทะเบียนสมรสหรือหลักฐานความสัมพันธ์ กลุ่มที่สองคือเอกสารการเงิน เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองเงินเดือน และรายการเดินบัญชีย้อนหลัง กลุ่มที่สามคือเอกสารหลักประกัน เช่น สำเนาโฉนดและสัญญาจะซื้อจะขาย ผู้กู้อาชีพอิสระต้องเตรียมเอกสารแสดงรายได้เพิ่ม เช่น ทะเบียนการค้าและรายการเดินบัญชีที่ยาวกว่าปกติ
ขั้นตอนการยื่นกู้ร่วมกับธนาคาร
เริ่มจากประเมินวงเงินและเปรียบเทียบข้อเสนอของแต่ละธนาคารก่อนยื่น เมื่อเลือกได้แล้วจึงยื่นเอกสารของผู้กู้ร่วมทุกคนพร้อมกัน ธนาคารจะประเมินราคาหลักทรัพย์และตรวจเครดิตของทุกคน ถ้าผ่านการอนุมัติ ขั้นต่อไปคือเซ็นสัญญาสินเชื่อและไปจดจำนองที่สำนักงานที่ดินพร้อมกันทุกฝ่าย ควรเผื่อเวลาให้ผู้กู้ร่วมทุกคนสะดวกไปเซ็นในวันเดียวกัน เพราะหลายขั้นตอนต้องมีตัวจริงครบ
เลิกกัน ถอนชื่อ หรือผู้กู้ร่วมเสียชีวิต ต้องทำอย่างไร
สถานการณ์ที่คนมักไม่ได้เตรียมใจคือเมื่อความสัมพันธ์เปลี่ยนไประหว่างทางที่ยังผ่อนไม่หมด รู้ทางออกไว้ล่วงหน้าช่วยให้รับมือได้โดยไม่เสียเปรียบ
กู้ร่วมกับแฟนแล้วเลิกกัน (ถอนชื่อ รีไฟแนนซ์ ขายทรัพย์)
ทางออกหลักมีสามทาง ทางแรกคือถอนชื่อผู้กู้ร่วมออก ซึ่งธนาคารจะยอมก็ต่อเมื่อคนที่เหลือมีรายได้พอผ่อนคนเดียว ทางที่สองคือรีไฟแนนซ์เป็นสัญญาใหม่ในชื่อคนเดียว เท่ากับปิดสัญญากู้ร่วมเดิมแล้วขึ้นสัญญาใหม่ ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาสินเชื่ออีกรอบ ทางที่สามคือขายบ้านแล้วแบ่งเงินตามที่ตกลง เหมาะเมื่อไม่มีใครอยากผ่อนต่อ ทั้งสามทางง่ายขึ้นมากถ้าตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์และสัดส่วนไว้ตั้งแต่ต้น
ถ้าผู้กู้ร่วมเสียชีวิต หนี้และบ้านจะเป็นอย่างไร
เมื่อผู้กู้ร่วมคนหนึ่งเสียชีวิต หนี้ไม่ได้หายไปตามตัว ภาระจะตกกับผู้กู้ร่วมที่เหลือ และส่วนของผู้เสียชีวิตอาจเกี่ยวพันกับกองมรดกและทายาท จุดนี้คือเหตุผลที่หลายคนทำประกันคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) ควบไปกับการกู้ ถ้ามีประกันนี้และผู้กู้ร่วมเสียชีวิต วงเงินคุ้มครองจะช่วยปิดหนี้ส่วนที่เหลือตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เรื่องมรดกและสิทธิของทายาทควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นรายกรณี เพราะรายละเอียดต่างกันตามการถือกรรมสิทธิ์
ก่อนจะไปถึงขั้นเซ็นสัญญา ควรเทียบเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยของหลายธนาคาร ตรวจรายละเอียดบ้านที่จะซื้อให้ครบ และเลือกทรัพย์ที่ราคาสอดคล้องกับวงเงินที่ประเมินไว้ เมื่อเจอตัวเลือกที่ใช่แล้วค่อยเดินหน้าติดต่อเจ้าของหรือผู้ขาย
ทำไมต้องเริ่มหาบ้านและคอนโดสำหรับกู้ร่วมกับ Talata
เมื่อรู้แล้วว่าจะกู้ร่วมกับใครและวงเงินประมาณเท่าไร ขั้นต่อไปคือหาบ้านหรือคอนโดที่ราคาพอดี Talata รวมประกาศบ้าน คอนโด และที่ดินจากหลายทำเลหลายเจ้าไว้ในที่เดียว คุณกรองตามงบ ทำเล และประเภทที่อยู่อาศัย เทียบราคาหลายตัวเลือกข้างกัน แล้วติดต่อเจ้าของประกาศได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านคนกลาง ช่วยให้เลือกทรัพย์ที่ราคาสอดคล้องกับวงเงินกู้ร่วมที่ตั้งไว้ ไม่กู้เกินตัว
ถ้าคุณเป็นเจ้าของที่อยากขายบ้านหรือคอนโด การลงประกาศบน Talata พร้อมระบุราคาและรายละเอียดให้ครบ ช่วยให้กลุ่มคู่รักและครอบครัวที่วางแผนกู้ร่วมเจอทรัพย์ของคุณได้ง่ายขึ้น เริ่มค้นหาบ้านที่ใช่หรือลงประกาศขายได้เลยบน Talata เมื่อเจอตัวเลือกที่เหมาะกับแผนของคุณ

คำถามที่พบบ่อย
กู้ร่วมซื้อบ้านกับใครได้บ้าง
กู้ร่วมได้กับคู่สมรสที่จดทะเบียน (รวมคู่สมรสเท่าเทียม) พ่อแม่ พี่น้อง และคนในครอบครัวสายตรง ส่วนแฟนที่ยังไม่จดทะเบียนหรือเพื่อน บางธนาคารรับแต่ต้องมีหลักฐานความสัมพันธ์ประกอบ เงื่อนไขต่างกันในแต่ละธนาคาร ควรสอบถามก่อนยื่น
กู้ร่วมกับแฟนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนได้ไหม
ได้ในบางธนาคาร แต่มักต้องแสดงหลักฐานความสัมพันธ์ เช่น รูปถ่าย บัญชีร่วม หรือหลักฐานการอยู่อาศัยด้วยกัน บางธนาคารรับเฉพาะคู่ที่จดทะเบียนสมรสเท่านั้น จุดนี้ต่างกันมากในแต่ละที่ ควรถามเจ้าหน้าที่สินเชื่อโดยตรงก่อนตัดสินใจ
สมรสเท่าเทียมกู้ร่วมซื้อบ้านได้ไหม
ได้ ตั้งแต่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้เมื่อ 22 มกราคม 2568 คู่รักเพศเดียวกันที่จดทะเบียนสมรสมีสถานะเป็นคู่สมรสตามกฎหมาย และยื่นกู้ร่วมได้เหมือนคู่สมรสทั่วไป ธนาคารบางแห่งเช่น ธอส. ออกหลักเกณฑ์รองรับแล้ว
กู้ร่วมแล้วใครเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้าน
ขึ้นอยู่กับว่าใส่ชื่อใครในโฉนดหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด ไม่ได้ผูกกับชื่อในสัญญากู้โดยอัตโนมัติ ถ้าใส่ชื่อร่วม ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมและการขายต้องได้รับความยินยอมจากทุกฝ่าย ควรตกลงสัดส่วนกรรมสิทธิ์เป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้น
ผู้กู้ร่วมต้องมีรายได้เท่าไร
ไม่มีตัวเลขตายตัว ธนาคารดูภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) ของผู้กู้ทุกคนรวมกัน เทียบกับค่างวดบ้านที่จะผ่อน ยิ่งผู้กู้ร่วมมีหนี้อื่นมาก ความสามารถผ่อนรวมยิ่งลด ก่อนยื่นควรเคลียร์หนี้ที่ไม่จำเป็นและเตรียมเอกสารรายได้ให้ครบทุกคน
กู้ร่วมลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยได้ไหม หารกันยังไง
ได้ แต่ต้องเฉลี่ยตามจำนวนผู้กู้ สิทธิลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านสูงสุด 100,000 บาทต่อปีเป็นเพดานของบ้านหลังนั้น ไม่ใช่ของแต่ละคน กู้ร่วมสองคนจึงเฉลี่ยคนละไม่เกิน 50,000 บาท ตามเกณฑ์กรมสรรพากร ควรเก็บหนังสือรับรองดอกเบี้ยจากธนาคารไว้ยื่น




