ย้ายทะเบียนบ้าน 2569 ทำเองได้ทั้งที่เขตและออนไลน์ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

การย้ายทะเบียนบ้านทำได้ 3 ทาง คือ ย้ายปลายทางที่สำนักทะเบียนของบ้านหลังใหม่โดยไม่ต้องกลับภูมิลำเนาเดิม ย้ายออกแล้วย้ายเข้าแบบเดิมทีละขั้น และย้ายปลายทางแบบออนไลน์ผ่านระบบของกรมการปกครองด้วย ThaiD กฎที่ต้องจำคือกฎหมายกำหนดให้เจ้าบ้านแจ้งย้ายเข้าภายใน 15 วันนับจากวันที่มีคนย้ายเข้าอยู่จริง ถ้าไม่แจ้งตามกำหนด ผู้มีหน้าที่แจ้งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
เรื่องที่คนมักลืมคือทะเบียนบ้านเป็นขั้นตอนที่มาหลังจากได้บ้านหรือห้องแล้ว ใครที่ยังอยู่ระหว่างหาบ้าน คอนโด หรือห้องเช่า จะเจอคำถามนี้อีกรอบตอนย้ายเข้าจริง บทความนี้จึงไล่ให้ครบทั้งฝั่งคนซื้อ คนเช่า และเจ้าของบ้านที่ปล่อยเช่า
ทะเบียนบ้าน คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ
ทะเบียนบ้านคือเอกสารที่แสดงเลขประจำบ้านและรายชื่อคนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้น ของบ้านที่มีคนสัญชาติไทยอยู่คือแบบ ท.ร.14 หรือที่เรียกกันว่าเล่มสีน้ำเงิน มันไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ และไม่ได้ทำให้ใครเป็นเจ้าของบ้าน
สิ่งที่มันทำคือยืนยันว่าเรามีถิ่นที่อยู่ตรงไหน ซึ่งผูกกับเรื่องที่ใช้จริงหลายอย่าง ตั้งแต่สิทธิเลือกตั้งตามเขตที่อยู่ สิทธิการรักษาพยาบาลตามพื้นที่ การขอมิเตอร์น้ำและมิเตอร์ไฟในชื่อตัวเอง การใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอสินเชื่อ ไปจนถึงการยืนยันที่อยู่กับธนาคารและที่ทำงาน ปล่อยให้ชื่อค้างอยู่บ้านเดิม เอกสารราชการก็ส่งไปผิดที่ และธุรกรรมที่ต้องใช้ที่อยู่จริงจะติดขัด
เจ้าบ้าน คือใคร ต่างจากเจ้าของกรรมสิทธิ์อย่างไร
กฎหมายนิยามเจ้าบ้านว่าเป็นผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครองบ้าน ในฐานะเป็นเจ้าของ ผู้เช่า หรือในฐานะอื่นใดก็ตาม ประโยคนี้สำคัญกว่าที่คนคิด เพราะแปลว่าผู้เช่าก็เป็นเจ้าบ้านได้ถ้าเป็นหัวหน้าผู้ครอบครองบ้านหลังนั้นจริง หนึ่งเล่มมีเจ้าบ้านได้คนเดียว และถ้าเจ้าบ้านไม่อยู่ กฎหมายให้ถือว่าผู้ดูแลบ้านในขณะนั้นทำหน้าที่เจ้าบ้านได้
ส่วนเจ้าของกรรมสิทธิ์คือคนที่มีชื่อในโฉนดหรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด สองอย่างนี้เป็นคนละเรื่องกันและไม่จำเป็นต้องเป็นคนเดียวกัน ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุดคือคิดว่าใครมีชื่อเป็นเจ้าบ้านแล้วจะได้กรรมสิทธิ์ในบ้านไปด้วย ซึ่งไม่จริง
ทำไมต้องย้ายภายใน 15 วัน และใครเป็นคนถูกปรับ
กรมการปกครองกำหนดไว้ชัดว่าเมื่อมีคนย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน เจ้าบ้าน ต้องแจ้งย้ายเข้าภายใน 15 วันนับแต่วันที่ย้ายเข้าอยู่จริง ฝั่งย้ายออกใช้กรอบเวลาเดียวกัน ถ้าไม่แจ้งตามกำหนด ผู้มีหน้าที่แจ้งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
จุดที่ต้องเน้นคือหน้าที่แจ้งอยู่ที่เจ้าบ้าน ไม่ใช่ตัวคนย้าย แม้ในทางปฏิบัติคนย้ายจะเป็นคนเดินเรื่องเองโดยมีหนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้านก็ตาม ตัวเลข 1,000 บาทเป็นเพดานสูงสุด ไม่ใช่ค่าปรับตายตัว เจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามเหตุผลของแต่ละราย
ย้ายเข้า ย้ายออก และย้ายปลายทาง ต่างกันอย่างไร
แจ้งย้ายออก คือการเอาชื่อออกจากทะเบียนบ้านหลังเดิม ทำที่สำนักทะเบียนท้องที่ที่เรามีชื่ออยู่ เสร็จแล้วจะได้ใบแจ้งการย้ายที่อยู่ หรือ ท.ร.6 ติดมือกลับมา
แจ้งย้ายเข้า คือการเอา ท.ร.6 นั้นไปยื่นที่สำนักทะเบียนของบ้านหลังใหม่ เพื่อเพิ่มชื่อเราลงในเล่มทะเบียนบ้านหลังนั้น
แจ้งย้ายปลายทาง คือการรวบสองขั้นข้างบนให้จบในที่เดียว ไปที่สำนักทะเบียนของบ้านหลังใหม่ที่เดียว แล้วให้ระบบดึงเรื่องย้ายออกจากต้นทางให้เอง ไม่ต้องเดินทางกลับไปแจ้งย้ายออกที่ภูมิลำเนาเดิม ระบบออนไลน์ที่กรมการปกครองเปิดให้ใช้ก็คือการย้ายปลายทางแบบทำเองผ่านเว็บ
3 วิธีย้ายทะเบียนบ้าน เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ
| หัวข้อ | ย้ายปลายทางที่สำนักทะเบียน | ย้ายออก-ย้ายเข้าแบบเดิม | ย้ายปลายทางออนไลน์ด้วย ThaiD |
|---|---|---|---|
| ต้องกลับภูมิลำเนาเดิมไหม | ไม่ต้อง | ต้อง (ไปแจ้งย้ายออกเอง) | ไม่ต้อง |
| ต้องไปสำนักทะเบียนไหม | ไป 1 ที่ (ปลายทาง) | ไป 2 ที่ | ไม่ต้องไป |
| เจ้าบ้านต้องเกี่ยวข้องไหม | ต้องยินยอม ไปด้วยหรือทำหนังสือยินยอม | ต้องยินยอม | ต้องมี ThaiD และกดยืนยันในแอป |
| ใช้เวลา | เสร็จภายในรอบเดียวที่สำนักทะเบียน | สองรอบ ต้องรอ ท.ร.6 จากต้นทาง | ส่งคำร้องได้ทันที แต่รอเจ้าบ้านกดยืนยันและนายทะเบียนอนุมัติ |
| ต้องจองคิวไหม | จองล่วงหน้าได้ผ่านระบบลงทะเบียนขอรับบริการล่วงหน้า | จองล่วงหน้าได้เช่นกัน | ไม่ต้องจองคิว |
| ค่าธรรมเนียม | ฉบับละ 20 บาท | ไม่มีค่าธรรมเนียม | ไม่มีค่าธรรมเนียม |
| เหมาะกับใคร | คนย้ายข้ามจังหวัด ลางานยาก | คนที่อยู่ใกล้ทะเบียนเดิมอยู่แล้ว | คนที่เจ้าบ้านมี ThaiD และสะดวกกดยืนยัน |
สรุปสั้นที่สุดคือ ถ้าเจ้าบ้านของบ้านหลังใหม่ใช้ ThaiD เป็น ให้ลองออนไลน์ก่อน เพราะไม่ต้องไปไหนเลยและไม่ต้องจองคิว ถ้าติดตรงไหนหรือระบบไม่รองรับเคสของเรา ค่อยไปย้ายปลายทางที่สำนักทะเบียน ส่วนวิธีย้ายออกแล้วย้ายเข้าแบบเดิมเหลือความจำเป็นเฉพาะบางกรณีเท่านั้น
ย้ายทะเบียนบ้านปลายทาง ขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้
การแจ้งย้ายปลายทาง หมายถึงการไปแจ้งย้ายออกและย้ายเข้าพร้อมกันที่สำนักทะเบียนของท้องที่ที่ไปอยู่ใหม่ โดยไม่ต้องเดินทางกลับไปแจ้งย้ายออกที่สำนักทะเบียนเดิม วิธีนี้คือทางที่คนซื้อบ้านข้ามจังหวัดใช้กันมากที่สุด เพราะประหยัดทั้งค่าเดินทางและวันลา
ขั้นตอนที่สำนักทะเบียนไม่ซับซ้อน เดินทางไปที่สำนักงานเขต (ในกรุงเทพฯ) หรือที่ว่าการอำเภอ (ต่างจังหวัด) ที่บ้านหลังใหม่ตั้งอยู่ แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการย้ายปลายทาง ยื่นเอกสาร รอนายทะเบียนตรวจสอบข้อมูลในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ชำระค่าธรรมเนียมฉบับละ 20 บาท แล้วรับเล่มทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนคืน ปกติจบภายในรอบเดียว
จุดที่ต้องระวังและเป็นคำถามยอดฮิตคือ ผู้ที่จะย้ายเข้าต้องไปแสดงตัวเองไหม ข้อมูลของกรมการปกครองระบุขั้นตอนกรณีมอบหมายให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทนไว้ชัดเจน โดยผู้รับมอบหมาย 1 คน ควรทำแทนผู้ประสงค์จะย้ายปลายทางได้ไม่เกิน 3 คน และทั้งสองฝ่ายควรเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกัน เช่น ญาติ คนรู้จัก หรือผู้มีส่วนได้เสีย ขณะที่คู่มือบริการประชาชนบางฉบับกลับระบุว่าผู้ที่จะย้ายเข้าต้องไปแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียนเพื่อสอบปากคำสาเหตุการย้าย ในทางปฏิบัติแต่ละสำนักทะเบียนถือปฏิบัติต่างกัน ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือโทรถามสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอปลายทางก่อนเดินทาง และวางแผนให้เจ้าตัวไปเองถ้าทำได้
เอกสารกรณีเจ้าบ้านไปด้วยตัวเอง
- เล่มทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ท.ร.14 เล่มสีน้ำเงิน) ของบ้านหลังที่จะย้ายเข้า
- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของเจ้าบ้าน
- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้ที่จะย้ายเข้าทุกคน
- คำร้องขอแจ้งย้ายที่อยู่ ขอและกรอกได้ที่สำนักทะเบียน
เอกสารกรณีเจ้าบ้านไม่ได้ไป
- เล่มทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านของบ้านหลังที่จะย้ายเข้า
- หนังสือยินยอมให้ย้ายเข้าอยู่ในบ้านของเจ้าบ้าน
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องและระบุว่าใช้สำหรับการแจ้งย้ายที่อยู่
- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงของผู้แจ้งย้าย
- หนังสือมอบหมายจากผู้ย้ายที่อยู่ พร้อมบัตรและสำเนาบัตรที่ลงชื่อกำกับของทั้งผู้มอบและผู้รับมอบ กรณีให้คนอื่นมาดำเนินการแทน
ย้ายทะเบียนบ้านแบบเดิม แจ้งย้ายออกแล้วแจ้งย้ายเข้า
วิธีนี้แยกเป็นสองรอบ รอบแรกไปแจ้งย้ายออกที่สำนักทะเบียนท้องที่ที่เรามีชื่ออยู่ ใช้เล่มทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน บัตรประชาชนของเจ้าบ้าน บัตรประชาชนของผู้ย้ายออก และหนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้านถ้าผู้แจ้งย้ายไม่ใช่เจ้าบ้าน นายทะเบียนจะประทับคำว่า "ย้าย" สีน้ำเงินไว้หน้ารายการของเรา แล้วมอบใบแจ้งการย้ายที่อยู่ ท.ร.6 ตอนที่ 1 และ 2 ให้ถือกลับมา
รอบสองนำ ท.ร.6 ที่เจ้าบ้านหลังใหม่ลงนามยินยอมแล้วไปยื่นที่สำนักทะเบียนของบ้านหลังใหม่ พร้อมเล่มทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนของเจ้าบ้านหลังใหม่ นายทะเบียนจะเพิ่มชื่อเราลงในเล่ม เป็นอันจบ
จุดที่มีประโยชน์มากและคนส่วนใหญ่ไม่รู้คือ ถึงแม้เจ้าบ้านของบ้านหลังเดิมจะไม่ยอมไปแจ้งย้ายออกให้ ผู้ที่จะย้ายก็สามารถขอทำหน้าที่เจ้าบ้านเพื่อย้ายชื่อของตัวเองออกได้ ทางนี้ช่วยคนที่ติดต่อเจ้าบ้านเดิมไม่ได้หรือมีปัญหากันแล้วชื่อค้างอยู่
ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ผ่าน ThaiD ทำเองจากที่บ้าน
กรมการปกครองเปิด "ระบบการแจ้งย้ายที่อยู่ด้วยตนเอง" ให้ประชาชนย้ายทะเบียนบ้านเองได้แล้ว พูดให้ตรงกว่านั้นคือมันคือ การย้ายปลายทางแบบออนไลน์ ไม่ใช่วิธีใหม่คนละเรื่อง ข้อดีคือไม่ต้องลางาน ไม่ต้องต่อคิว ไม่ต้องจองคิว และไม่มีค่าธรรมเนียม
เงื่อนไขสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อนคือ ทั้งผู้ย้ายเข้าและเจ้าบ้านต้องยืนยันตัวตนใน ThaiD ทั้งคู่ เพราะระบบใช้การกดยืนยันในแอปแทนการเซ็นหนังสือยินยอม และจุดที่คนพลาดบ่อยคือคิดว่ากดย้ายในแอป ThaiD ได้เลย ความจริงฝั่งผู้ย้ายเข้าต้องเข้าผ่านเว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน แล้วล็อกอินด้วย ThaiD ส่วนแอปคือที่ที่เจ้าบ้านใช้กดยืนยัน
ลงทะเบียน ThaiD ทำได้ 2 วิธี
ลงทะเบียนด้วยตนเอง ดาวน์โหลดแอป อนุญาตการเข้าถึงกล้อง ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชนและหลังบัตรโดยไม่ให้นิ้วบัง ถ่ายเซลฟีใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน แล้วตั้งรหัสผ่าน 8 หลัก
ลงทะเบียนผ่านเจ้าหน้าที่ สำหรับคนที่ลงทะเบียนเองไม่ผ่าน ต้องไปที่สำนักทะเบียน ระบุเลขประจำตัวประชาชนในแอป สแกนลายนิ้วมือกับเจ้าหน้าที่ สแกน QR Code ที่เจ้าหน้าที่ให้ แล้วตั้งรหัสผ่าน 8 หลัก ไปครั้งเดียวจบ หลังจากนั้นย้ายออนไลน์ได้ตลอด
ขั้นตอนย้ายออนไลน์ทีละสเต็ป
- ทั้งผู้ย้ายเข้าและเจ้าบ้านลงทะเบียนยืนยันตัวตนใน ThaiD ให้เรียบร้อย
- ฝั่งผู้ย้ายเข้า เข้าเว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง แล้วเลือกเข้าสู่ระบบด้วย ThaiD
- เลือกเมนู "ระบบการแจ้งย้ายที่อยู่ด้วยตนเอง"
- กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักของเจ้าบ้านที่เราจะย้ายเข้าไปอยู่ แล้วส่งคำร้อง
- ฝั่งเจ้าบ้าน เปิดแอป ThaiD จะได้รับข้อความให้ยืนยันตัวตนและให้ความยินยอม กดยืนยัน
- ระบบส่งคำร้องไปยังนายทะเบียนของอำเภอหรือสำนักงานเขตที่บ้านหลังใหม่ตั้งอยู่โดยอัตโนมัติ
- รอนายทะเบียนอนุมัติและแจ้งผล เมื่อเรียบร้อยแล้วคัดสำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.14/1) แบบดิจิทัลจากเมนูรับรองเอกสารในแอปมาใช้แทนสำเนากระดาษได้
ย้ายออนไลน์ทำได้ในกรณีไหนบ้าง และกรณีไหนต้องไปเขต
ระบบออนไลน์เหมาะกับเคสมาตรฐาน คือผู้ย้ายเข้าเป็นผู้ใหญ่ ทำเรื่องให้ตัวเอง และเจ้าบ้านของบ้านหลังใหม่ยืนยันตัวตนใน ThaiD แล้วพร้อมกดยืนยัน
กรณีที่ยังต้องไปสำนักทะเบียนด้วยตัวเอง ได้แก่ เจ้าบ้านไม่มีสมาร์ตโฟนหรือยังไม่ได้ยืนยันตัวตนใน ThaiD, การย้ายชื่อบุตรผู้เยาว์ที่ต้องใช้เอกสารประกอบเพิ่ม, บ้านหลังใหม่ที่ยังไม่มีเจ้าบ้าน และการย้ายออกจากทะเบียนบ้านกลาง กรณีเหล่านี้ยังต้องมีเอกสารตัวจริงและการตรวจสอบของนายทะเบียน
ย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านใหม่และขึ้นเป็นเจ้าบ้าน ทำอย่างไร

คนซื้อบ้านหรือคอนโดมักเจอสถานการณ์เดียวกัน คือหลังโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดินเสร็จ จะได้เล่มทะเบียนบ้านที่ยังว่างอยู่ หรือมีชื่อเจ้าของเดิมที่ยังไม่ได้ย้ายออกติดมาด้วย ขั้นตอนถัดไปคือพาชื่อตัวเองเข้าไปอยู่ในเล่มนั้นและขึ้นเป็นเจ้าบ้าน
ยื่นเรื่องที่สำนักทะเบียนของบ้านหลังใหม่ พร้อมเล่มทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน และเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ฉบับจริง เช่น สัญญาซื้อขาย หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด เอกสารการให้เลขหมายประจำบ้าน หรือคำขอโอนมรดกในกรณีรับมรดก ถ้าบ้านมีเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมหลายคน ทุกคนต้องลงลายมือชื่อยินยอมพร้อมรับรองสำเนาบัตรประชาชน
เหตุผลที่ควรรีบทำไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่เป็นเรื่องใช้งานจริง เพราะการขอมิเตอร์น้ำและมิเตอร์ไฟในชื่อตัวเอง รวมถึงธุรกรรมอีกหลายอย่างจะทำได้ราบรื่นกว่าเมื่อชื่อเราอยู่ในทะเบียนบ้านหลังนั้นแล้ว
ย้ายทะเบียนบ้านเสียค่าธรรมเนียมเท่าไหร่
การแจ้งย้ายเข้าและแจ้งย้ายออกตามปกติที่สำนักทะเบียนไม่มีค่าธรรมเนียม ส่วนการแจ้งย้ายปลายทางมีค่าธรรมเนียมตามบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมงานทะเบียนราษฎร คือ ฉบับละ 20 บาท และการย้ายผ่านระบบออนไลน์ไม่มีค่าธรรมเนียม
พูดง่ายๆ คือค่าใช้จ่ายของงานนี้แทบไม่มี สิ่งที่แพงกว่าคือเวลาและค่าเดินทาง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ระบบย้ายปลายทางและระบบออนไลน์ถูกออกแบบมาตั้งแต่แรก
กรณีพิเศษที่คนมักติด
เจ้าบ้านไม่ยอมแจ้งย้ายให้
ถ้าเจ้าบ้านของบ้านหลังเดิมไม่ยอมไปแจ้งย้ายออกให้ ผู้ที่จะย้ายสามารถขอทำหน้าที่เจ้าบ้านเพื่อย้ายชื่อของตัวเองออกได้ที่สำนักทะเบียนท้องที่นั้น ส่วนฝั่งย้ายเข้า ถ้าเจ้าบ้านหลังใหม่ไม่ยินยอม จะย้ายเข้าไม่ได้ เพราะการยินยอมของเจ้าบ้านเป็นเงื่อนไขบังคับ และกฎหมายบังคับให้เจ้าบ้านยินยอมไม่ได้
ย้ายทะเบียนบ้านให้ลูกหรือผู้เยาว์
การย้ายชื่อบุตรที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องมีบิดาหรือมารดาที่มีอำนาจปกครองไปดำเนินการ พร้อมสูติบัตรฉบับจริงและสำเนา บัตรประชาชนของผู้ปกครองฉบับจริงและสำเนา และเอกสารที่แสดงอำนาจปกครอง เช่น ทะเบียนสมรส ทะเบียนรับรองบุตร หรือทะเบียนหย่าที่ระบุผู้มีอำนาจปกครอง พร้อมด้วยเจ้าบ้านหลังที่จะย้ายเข้ามาให้ความยินยอม
จุดที่คนติดมากที่สุดคือกรณีบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสและบิดายังไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร กรณีนี้อำนาจปกครองอยู่ที่มารดาฝ่ายเดียว บิดาจึงพาบุตรไปย้ายเองไม่ได้จนกว่าจะจดทะเบียนรับรองบุตรหรือมีคำสั่งศาล
ย้ายออกจากทะเบียนบ้านกลาง
ทะเบียนบ้านกลางคือทะเบียนที่นายทะเบียนใช้เก็บชื่อคนที่ไม่มีบ้านให้ลงชื่อ เช่น คนที่ถูกจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านเดิมแล้วไม่ได้แจ้งย้ายเข้าที่ไหนภายในกำหนด คนที่ชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางจะติดขัดหลายเรื่อง ตั้งแต่สิทธิเลือกตั้ง การทำบัตรประจำตัวประชาชน ไปจนถึงการทำหนังสือเดินทาง
ทางออกทำได้ 2 ทาง คือไปแจ้งย้ายเข้าที่สำนักทะเบียนของบ้านหลังที่จะไปอยู่จริงแบบย้ายปลายทาง หรือไปแจ้งย้ายออกที่สำนักทะเบียนที่ทะเบียนบ้านกลางนั้นอยู่ก่อนแล้วค่อยแจ้งย้ายเข้า และมอบหมายให้ผู้อื่นยื่นแทนได้ ซึ่งช่วยคนที่อยู่ต่างประเทศ
เช่าบ้านหรือเช่าคอนโด ย้ายทะเบียนบ้านเข้าได้ไหม
ตอบสั้นๆ คือได้ ถ้าเจ้าบ้านยินยอม กฎหมายไม่ได้ห้ามผู้เช่าย้ายทะเบียนบ้านเข้าไปอยู่ในบ้านหรือห้องที่เช่า เงื่อนไขเดียวคือเจ้าบ้านของหลังนั้นต้องให้ความยินยอม ซึ่งเป็นเงื่อนไขเดียวกับคนที่ไม่ได้เช่า และถ้าเช่าทั้งหลังโดยเป็นหัวหน้าผู้ครอบครอง ผู้เช่าเองก็ขึ้นเป็นเจ้าบ้านได้ตามนิยามของกฎหมาย โดยไม่ได้กรรมสิทธิ์ในตัวบ้านแต่อย่างใด
มุมผู้เช่า สิ่งที่ต้องขอจากเจ้าของห้อง
สิ่งที่ต้องขอมี 2 อย่างหลัก คือหนังสือยินยอมให้ย้ายเข้าจากเจ้าบ้าน และเล่มทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านของห้องหรือบ้านหลังนั้น ถ้าเจ้าของห้องสะดวกไปสำนักทะเบียนด้วยตัวเอง ก็ไม่ต้องใช้หนังสือยินยอม ใช้บัตรประชาชนตัวจริงของเขาแทนได้
คำแนะนำที่ใช้ได้จริงคือถามเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญาเช่า เพราะเจ้าของห้องบางรายไม่สะดวกให้ย้ายเข้า และการมารู้ทีหลังหมายถึงต้องหาที่ใหม่หรือปล่อยให้ชื่อค้างอยู่ที่เดิม
มุมผู้ปล่อยเช่า ให้ผู้เช่าย้ายเข้าแล้วกระทบสิทธิอะไรบ้าง
ความกลัวอันดับหนึ่งของเจ้าของห้องคือกลัวเสียกรรมสิทธิ์ ซึ่งไม่เกิดขึ้น เพราะทะเบียนบ้านไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ กรรมสิทธิ์อยู่ที่โฉนดหรือหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด การมีชื่อผู้เช่าอยู่ในทะเบียนบ้านจึงไม่ได้แบ่งความเป็นเจ้าของให้ใคร และเจ้าของยังขายหรือโอนห้องได้ตามปกติ
สิ่งที่ควรรู้จริงๆ คือกฎหมายไม่ได้ให้เจ้าบ้านเดินไปแจ้งย้ายผู้เช่าออกได้ทันทีที่เขาขนของออกจากห้อง เงื่อนไขตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร มาตรา 33 คือผู้นั้นต้องออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่นเกิน 180 วัน และเจ้าบ้านไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ใด จึงจะแจ้งย้ายชื่อเขาเข้าทะเบียนบ้านกลางได้ โดยต้องแจ้งภายใน 30 วันนับแต่ครบกำหนด 180 วัน ทางที่ง่ายกว่ามากคือระบุเงื่อนไขให้ผู้เช่าย้ายชื่อออกเมื่อสิ้นสุดสัญญาไว้ในสัญญาเช่าตั้งแต่แรก
ย้ายทะเบียนบ้านเสร็จแล้วต้องทำอะไรต่อ
- ขอมิเตอร์น้ำและมิเตอร์ไฟในชื่อตัวเอง หรือโอนชื่อผู้ใช้ไฟจากเจ้าของเดิม
- อัปเดตที่อยู่กับธนาคาร บริษัทประกัน และที่ทำงาน เพื่อให้เอกสารส่งถูกที่
- ตรวจสิทธิเลือกตั้งและสิทธิรักษาพยาบาลว่าย้ายตามทะเบียนบ้านใหม่แล้วหรือยัง
- เก็บสำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร.14/1) หรือเล่มทะเบียนบ้านไว้ใช้กับธุรกรรมที่ต้องยืนยันที่อยู่
ก่อนไปสำนักทะเบียนทุกครั้ง โทรถามเขตหรืออำเภอปลายทางสักรอบว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้างและใครต้องไปบ้าง เพราะรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน และเอกสารขาดใบเดียวก็เสียเที่ยว
หาบ้านหรือห้องเช่าที่ย้ายทะเบียนบ้านเข้าได้ ดูอย่างไร
ถ้ายังอยู่ระหว่างหาบ้าน คอนโด หรือห้องเช่า เรื่องทะเบียนบ้านควรอยู่ในลิสต์คำถามตั้งแต่ตอนคุยกับเจ้าของประกาศ ไม่ใช่ตอนย้ายเข้าไปแล้ว คำถามที่ควรถามคือให้ย้ายทะเบียนบ้านเข้าได้ไหม มีเล่มทะเบียนบ้านให้หรือเปล่า และใครเป็นเจ้าบ้านในเล่มนั้น บนหมวดอสังหาริมทรัพย์ของ Talata สามารถกรองทำเล ราคา และประเภทที่อยู่อาศัยจากประกาศที่รวมไว้ที่เดียว เทียบตัวเลือกได้ก่อน แล้วติดต่อเจ้าของประกาศเพื่อถามเรื่องนี้ได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านคนกลาง
ฝั่งเจ้าของบ้านและผู้ปล่อยเช่าก็ช่วยตัวเองได้ด้วยการระบุไปเลยในประกาศว่าย้ายทะเบียนบ้านเข้าได้หรือไม่ รายละเอียดเล็กๆ แบบนี้ช่วยคัดกรองผู้เช่าที่ตรงความต้องการและลดคำถามซ้ำๆ ไปได้มาก ใครกำลังจะปล่อยเช่าหรือขาย เริ่มลงประกาศได้เลยบน Talata
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อบ้านใหม่ ย้ายทะเบียนบ้านเข้าได้ตอนไหน
ย้ายได้ทันทีที่โอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดินเรียบร้อยและได้รับเล่มทะเบียนบ้านของบ้านหลังนั้นมาแล้ว ไม่ต้องรอให้ตกแต่งเสร็จก่อน แต่ในทางกฎหมายกรอบ 15 วันเริ่มนับจากวันที่ย้ายเข้าไปอยู่จริง
ย้ายทะเบียนบ้านออนไลน์ กับย้ายปลายทาง เป็นคนละอย่างกันไหม
เป็นเรื่องเดียวกัน ระบบแจ้งย้ายที่อยู่ด้วยตนเองของกรมการปกครองคือการย้ายปลายทางแบบทำเองผ่านเว็บ ต่างกันแค่ช่องทาง ถ้าเจ้าบ้านมี ThaiD และกดยืนยันให้ได้ ก็ไม่ต้องเดินทางไปสำนักทะเบียนเลย
ย้ายทะเบียนบ้านต้องไปเองไหม ให้คนอื่นไปแทนได้หรือเปล่า
กรมการปกครองระบุขั้นตอนกรณีมอบหมายให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทนไว้ โดยผู้รับมอบหมาย 1 คน ควรทำแทนได้ไม่เกิน 3 คน และทั้งสองฝ่ายควรมีความเกี่ยวข้องกัน เช่น ญาติหรือผู้มีส่วนได้เสีย แต่คู่มือบริการประชาชนบางฉบับระบุว่าผู้ที่จะย้ายเข้าต้องแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียน แต่ละสำนักทะเบียนถือปฏิบัติต่างกัน จึงควรโทรถามปลายทางก่อน และไปเองถ้าทำได้
ย้ายทะเบียนบ้านต้องจองคิวล่วงหน้าไหม
การย้ายผ่านระบบออนไลน์ไม่ต้องจองคิว ส่วนการไปยื่นเรื่องที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ จองล่วงหน้าได้ผ่านเมนู "ระบบลงทะเบียนขอรับบริการล่วงหน้า" บนเว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน ซึ่งช่วยลดเวลารอ
ผู้เยาว์ไปย้ายทะเบียนบ้านเองได้ไหม
ไม่ได้ ต้องมีบิดาหรือมารดาที่มีอำนาจปกครองไปดำเนินการแทน พร้อมสูติบัตรและเอกสารแสดงอำนาจปกครอง และเจ้าบ้านหลังที่จะย้ายเข้าต้องให้ความยินยอม กรณีบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสและบิดายังไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร อำนาจปกครองอยู่ที่มารดาฝ่ายเดียว





