โอนลอยรถมอเตอร์ไซค์ ต้องใช้เอกสารอะไร ค่าโอนเท่าไร และผิดกฎหมายหรือเปล่า

โอนลอยรถมอเตอร์ไซค์ คือการที่ผู้ขายเซ็นเอกสารโอนไว้ล่วงหน้าโดยยังไม่ระบุชื่อผู้รับโอน แล้วส่งมอบเอกสารพร้อมเล่มทะเบียนให้ผู้ซื้อไปดำเนินการเองที่กรมการขนส่งทางบก วิธีนี้ทำได้และนิยมทำกันมาก แต่กฎหมายกำหนดให้ทั้งผู้โอนและผู้รับโอนแจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันโอน ปัญหาส่วนใหญ่จึงไม่ได้เกิดจากการเซ็น แต่เกิดจากการปล่อยให้เลยกำหนดนั้นไป บทความนี้จะพาไปดูเอกสารที่ต้องใช้ ค่าโอนจริง ขั้นตอนที่ขนส่ง และความเสี่ยงของทั้งสองฝั่ง
การซื้อขายรถมอเตอร์ไซค์มือสองระหว่างบุคคลเกิดขึ้นทุกวัน และเกือบทุกครั้งจบลงที่คำถามเดิม คือใครจะเป็นคนไปเดินเรื่องที่ขนส่ง สำหรับคนที่กำลังหารถหรือกำลังจะปล่อยรถ การเห็นประกาศหลายรายการรวมกันไว้ที่เดียวช่วยให้เปรียบเทียบราคา สภาพรถ และสถานะเล่มทะเบียนได้ก่อนตัดสินใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Talata ทำ คือรวมประกาศจากผู้ขายจริงไว้ให้ค้นหาและติดต่อกันได้โดยตรง
โอนลอยรถมอเตอร์ไซค์ คืออะไร
ในทางปฏิบัติ โอนลอยคือการที่เจ้าของรถลงลายมือชื่อในเอกสารชุดโอน เช่น แบบคำขอโอนและรับโอน หนังสือมอบอำนาจ และสัญญาซื้อขาย โดยเว้นช่องชื่อผู้รับโอนไว้ก่อน จากนั้นส่งมอบเอกสารทั้งชุดพร้อมสมุดคู่มือจดทะเบียนรถให้ผู้ซื้อ ผู้ซื้อจะเป็นคนถือเอกสารไปยื่นเรื่องที่สำนักงานขนส่งด้วยตัวเอง
จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่าเมื่อรับรถและเอกสารมาแล้ว รถเป็นของตัวเองทันที ความจริงคือกรรมสิทธิ์ตามทะเบียนยังไม่เปลี่ยนจนกว่านายทะเบียนจะบันทึกรายการโอนในเล่ม ระหว่างนั้นชื่อในเล่มยังเป็นของเจ้าของเดิมอยู่ พร้อมกับภาระทุกอย่างที่ผูกกับชื่อนั้น
โอนลอย กับ โอนตรงที่ขนส่ง ต่างกันยังไง
ทั้งสองแบบจบที่จุดเดียวกัน คือชื่อในเล่มทะเบียนเปลี่ยนเป็นเจ้าของใหม่ ต่างกันที่ใครเป็นคนไป และรถอยู่ในสถานะไหนระหว่างทาง
| หัวข้อ | โอนตรง | โอนลอย |
|---|---|---|
| ใครไปขนส่ง | ผู้โอนและผู้รับโอนไปด้วยกัน | ผู้ซื้อไปคนเดียว ถือเอกสารที่ผู้ขายเซ็นไว้ |
| กรรมสิทธิ์เปลี่ยนเมื่อไหร่ | วันที่ยื่นเรื่องและนายทะเบียนบันทึก | เมื่อผู้ซื้อไปยื่นเรื่อง ซึ่งอาจเป็นวันไหนก็ได้ |
| ความเสี่ยงหลัก | น้อย เพราะจบในวันเดียว | อยู่ที่ช่วงเวลาที่ยังไม่ไปแจ้ง |
| ความสะดวก | ต้องนัดเวลาให้ตรงกัน | ผู้ขายไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง |
โอนตรง คือไปขนส่งพร้อมกันทั้งสองฝ่าย
ทั้งสองฝ่ายนัดกันไปที่สำนักงานขนส่ง เซ็นเอกสารต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ยื่นเรื่อง จ่ายค่าธรรมเนียม แล้วรอรับเล่มใหม่ วิธีนี้ใช้เวลาครึ่งวันถึงหนึ่งวัน แต่แลกมาด้วยความชัดเจน เพราะเมื่อออกจากขนส่ง ทุกอย่างจบแล้วจริง
โอนลอย คือผู้ขายเซ็นเอกสารให้ แล้วผู้ซื้อไปดำเนินการเอง
ผู้ขายเซ็นเอกสารครบชุด ส่งมอบพร้อมรถและเล่มทะเบียน แล้วแยกย้าย ผู้ซื้อจะไปยื่นเรื่องเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งนั่นคือทั้งข้อดีและข้อเสียในเวลาเดียวกัน เต็นท์รถมือสองนิยมวิธีนี้เพราะไม่ต้องรับโอนเข้าชื่อตัวเองก่อนขายต่อ แต่สำหรับคนขายรายบุคคล ความสะดวกนี้มาพร้อมความเสี่ยงที่หลายคนไม่ได้คิดถึงตอนเซ็น
เอกสารโอนลอยรถมอเตอร์ไซค์ ใช้อะไรบ้าง
ชุดเอกสารโอนลอยไม่ได้ซับซ้อน แต่ต้องครบ เพราะถ้าขาดใบใดใบหนึ่ง เจ้าหน้าที่จะไม่รับเรื่อง และการตามผู้ขายกลับมาเซ็นเพิ่มภายหลังคือจุดที่ดีลจำนวนมากไปตายเอาตรงนั้น
เอกสารจากผู้ขาย (ผู้โอน)
- สมุดคู่มือจดทะเบียนรถตัวจริง หรือที่เรียกกันว่าเล่มเขียว
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนา
- สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนา
- แบบคำขอโอนและรับโอน ลงลายมือชื่อในช่องผู้โอน
- หนังสือมอบอำนาจ ลงลายมือชื่อผู้มอบอำนาจ
- สัญญาซื้อขายรถ ทำสองฉบับ เก็บไว้ทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย
เอกสารจากผู้ซื้อ (ผู้รับโอน)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนา
- สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนา
- ลงลายมือชื่อในช่องผู้รับโอนในแบบคำขอโอนและรับโอน
แบบฟอร์มคำขอโอนและรับโอน กับหนังสือมอบอำนาจ เป็นแบบฟอร์มของกรมการขนส่งทางบก ดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก หรือขอรับที่สำนักงานขนส่งได้เลย ไม่ต้องซื้อจากที่ไหน
จุดที่คนเซ็นผิดบ่อยที่สุด
สำเนาบัตรประชาชนที่เซ็นทิ้งไว้เฉย ๆ คือความเสี่ยงที่ป้องกันได้ง่ายที่สุดแต่คนมองข้ามมากที่สุด ก่อนส่งมอบ ควรขีดคร่อมสำเนาแล้วเขียนกำกับว่าใช้เพื่อดำเนินการโอนรถทะเบียนหมายเลขนั้น ๆ เท่านั้น เอกสารที่หลุดไปโดยไม่มีข้อความกำกับสามารถถูกนำไปใช้ในเรื่องอื่นได้
อีกจุดคือช่องวันที่ในสัญญาซื้อขาย หลายคนปล่อยว่างเพราะคิดว่าไม่สำคัญ ทั้งที่วันที่ในสัญญาคือหลักฐานชิ้นเดียวที่บอกได้ว่าการซื้อขายเกิดขึ้นเมื่อไร ซึ่งจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันทีถ้ามีข้อพิพาทเรื่องความรับผิดของรถคันนั้นตามมา การมีพยานเซ็นในสัญญาด้วยหนึ่งคนช่วยเพิ่มน้ำหนักให้เอกสารโดยไม่มีต้นทุนอะไรเลย
ค่าโอนรถมอเตอร์ไซค์ เท่าไร
ตัวเลขค่าโอนที่เจอตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่คนสับสน ค่าธรรมเนียมจริงประกอบด้วยหลายรายการ และบางรายการจ่ายเฉพาะบางกรณีเท่านั้น
ค่าธรรมเนียมพื้นฐานที่ขนส่งเรียกเก็บ
| รายการ | อัตรา | จ่ายเมื่อไหร่ |
|---|---|---|
| ค่าคำขอ | 5 บาท ต่อฉบับ | ทุกครั้ง |
| ค่าธรรมเนียมโอนทะเบียนรถ | 100 บาท | ทุกครั้ง |
| ค่าอากรแสตมป์ | 500 บาท ต่อราคาประเมินทุก 100,000 บาท | ทุกครั้ง คิดตามราคาประเมินรถ |
| ค่าแผ่นป้ายทะเบียนรถ | 100 บาท ต่อแผ่น | เฉพาะกรณีขอเปลี่ยนป้ายใหม่ |
| ค่าเปลี่ยนเล่มทะเบียน | 100 บาท | เฉพาะกรณีเล่มเก่า ชำรุด หรือช่องบันทึกเต็ม |
จุดที่หลายเว็บเขียนผิดคือค่าแผ่นป้าย บางแห่งระบุ 200 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขของรถยนต์ที่มีป้ายสองแผ่น รถมอเตอร์ไซค์มีป้ายแผ่นเดียว จึงเสีย 100 บาท ใครที่วางแผนขอป้ายใหม่ไปพร้อมกับการโอน ลองดูขั้นตอนเปลี่ยนป้ายทะเบียนรถให้ครบก่อน จะได้เตรียมเอกสารและค่าใช้จ่ายได้ถูก
สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปที่ราคาประเมินไม่สูง ยอดรวมมักอยู่ในหลักไม่กี่ร้อยบาท ซึ่งถูกกว่าค่าจ้างให้คนอื่นเดินเรื่องแทนพอสมควร อัตราเหล่านี้อาจปรับเปลี่ยนตามกฎกระทรวง จึงควรเช็กกับสำนักงานขนส่งพื้นที่อีกครั้งก่อนไป
กรณีโอนข้ามจังหวัด และกรณีพ่อแม่-ลูก
ถ้ารถจดทะเบียนอยู่คนละจังหวัดกับที่ผู้ซื้ออยู่ จะมีขั้นตอนแจ้งย้ายรถเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทำให้มีค่าธรรมเนียมและเวลาเพิ่มจากการโอนธรรมดา ส่วนการโอนระหว่างพ่อแม่กับลูกมีข้อมูลว่าได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมบางรายการ ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรถามเจ้าหน้าที่ตอนยื่นเรื่องโดยตรง เพราะเงื่อนไขและเอกสารประกอบต่างจากการซื้อขายทั่วไป
ขั้นตอนนำชุดโอนลอยไปโอนที่ขนส่ง ต้องทำอะไรบ้าง
คำถามที่คนถามกันมากที่สุดในกระทู้ต่าง ๆ คือต้องเอารถไปด้วยไหม หรือถือแค่เอกสารไปก็พอ คำตอบคือต้องเอารถไป เพราะรถต้องผ่านการตรวจสภาพที่สำนักงานขนส่งก่อนจึงจะโอนได้
- ตรวจชุดเอกสารให้ครบก่อนออกจากบ้าน โดยเฉพาะเล่มทะเบียนตัวจริงและลายเซ็นในทุกใบ
- จองคิวล่วงหน้าผ่านระบบจองคิวของกรมการขนส่งทางบก หรือไปรับบัตรคิวหน้างาน
- นำรถเข้าช่องตรวจสภาพ เจ้าหน้าที่จะตรวจหมายเลขตัวรถ หมายเลขเครื่องยนต์ และอุปกรณ์ตามกฎหมาย
- รับผลตรวจสภาพ แล้วนำไปยื่นพร้อมชุดเอกสารโอนที่ช่องบริการ
- เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและข้อมูลในระบบ รวมถึงว่ารถค้างชำระภาษีหรือถูกอายัดหรือไม่
- ชำระค่าธรรมเนียม รับใบเสร็จเก็บไว้
- รับเล่มทะเบียนที่บันทึกชื่อเจ้าของใหม่แล้ว
ก่อนออกจากสำนักงาน เปิดเล่มดูให้ละเอียดว่าชื่อ นามสกุล ที่อยู่ และรายการรถถูกต้องครบถ้วน ถ้าเจอจุดผิดให้แจ้งเจ้าหน้าที่แก้ตรงนั้นเลย การกลับมาแก้ทีหลังยุ่งกว่ามาก
เตรียมรถให้พร้อมตรวจด้วย ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟเบรก กระจกมองข้าง และป้ายทะเบียนต้องอยู่ครบและใช้งานได้ ไม่อย่างนั้นจะต้องกลับไปแก้แล้วมาใหม่อีกรอบ
โอนลอยรถมอเตอร์ไซค์ ผิดกฎหมายไหม

บทความหลายแห่งบอกลอย ๆ ว่าการโอนลอยผิดกฎหมาย ซึ่งทำให้คนเข้าใจคลาดเคลื่อน ความจริงต้องแยกสองเรื่องออกจากกัน เรื่องแรกคือการเซ็นเอกสารโอนไว้ล่วงหน้า เรื่องที่สองคือการแจ้งโอนต่อนายทะเบียน
การเซ็นเอกสารมอบอำนาจให้อีกฝ่ายไปดำเนินการแทนไม่ใช่ความผิดในตัวเอง สิ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดคือกรอบเวลาในการแจ้ง
กฎหมายกำหนดให้แจ้งโอนภายใน 15 วัน
พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 17 ระบุว่า ในการโอนรถที่จดทะเบียนแล้ว ผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันโอน
ข้อความนี้บอกสองอย่างที่คนมักมองข้าม อย่างแรกคือหน้าที่แจ้งเป็นของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ของผู้ซื้อคนเดียว อย่างที่สองคือนาฬิกาเริ่มเดินตั้งแต่วันโอน ซึ่งก็คือวันที่ส่งมอบรถและเอกสารกันจริง ไม่ใช่วันที่ผู้ซื้อสะดวกไปขนส่ง
พอมองด้วยกรอบนี้ ภาพจะชัดขึ้นทันที การโอนลอยที่ผู้ซื้อไปยื่นเรื่องภายใน 15 วันแทบไม่ต่างจากการโอนตรงเลย ส่วนการโอนลอยที่ปล่อยค้างเป็นเดือนหรือเป็นปี คือสิ่งที่หลุดกรอบกฎหมายไปแล้ว และนั่นคือแบบที่คนส่วนใหญ่ทำกัน
โทษตามกฎหมายถ้าไม่แจ้งภายในกำหนด
การไม่แจ้งโอนภายใน 15 วันมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 17 ประกอบมาตรา 60 ของพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และเพราะกฎหมายกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่แจ้ง โทษนี้จึงไม่ได้ตกที่ผู้ซื้อฝ่ายเดียว
ในทางปฏิบัติ ค่าปรับมักไม่ใช่สิ่งที่ทำให้คนเดือดร้อนที่สุด เพราะเป็นเงินจำนวนไม่มาก สิ่งที่หนักกว่าคือผลที่ตามมาจากการที่ชื่อในเล่มยังเป็นของคนเดิม ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับค่าปรับ และเป็นเรื่องที่หัวข้อถัดไปจะพูดถึง
ความเสี่ยงของการโอนลอย และวิธีลดความเสี่ยง
ความเสี่ยงของทั้งสองฝั่งไม่เท่ากัน และไม่ได้เกิดจากเรื่องเดียวกัน คนที่กำลังจะเซ็นควรรู้ว่าตัวเองกำลังรับอะไรไว้
ความเสี่ยงของผู้ขาย
ตราบใดที่ชื่อในเล่มยังเป็นของคุณ ระบบราชการยังถือว่าคุณเป็นเจ้าของรถคันนั้น ใบสั่งจราจรที่ออกจากกล้องจะส่งไปตามที่อยู่ของคุณ ภาษีรถประจำปีที่ไม่ได้ต่อจะค้างอยู่ในชื่อคุณ และถ้ารถคันนั้นไปเกิดอุบัติเหตุหรือถูกนำไปใช้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะสืบมาถึงชื่อในทะเบียนก่อนเป็นอันดับแรก
การพิสูจน์ภายหลังว่าขายไปแล้วทำได้ ถ้ามีสัญญาซื้อขายที่ลงวันที่ครบถ้วนและมีหลักฐานการส่งมอบ แต่ระหว่างที่พิสูจน์ ภาระอยู่กับคุณไปก่อน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผู้ขายไม่ควรมองการโอนลอยว่าเป็นการตัดจบความรับผิดชอบ
ความเสี่ยงของผู้ซื้อ
ฝั่งผู้ซื้อ ความเสี่ยงอยู่ที่เอกสารและตัวผู้ขาย ถ้าชุดเอกสารหายหรือชำรุดก่อนที่จะไปยื่นเรื่อง การตามผู้ขายกลับมาเซ็นใหม่อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด โดยเฉพาะถ้าซื้อจากคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
กรณีที่หนักกว่านั้นคือผู้ขายเสียชีวิต ถูกอายัดทรัพย์ หรือติดคดี ระหว่างที่เอกสารยังไม่ได้ยื่น ซึ่งอาจทำให้การโอนติดขัดหรือทำไม่ได้เลย และผู้ซื้อจะเหลือแค่รถที่ขี่ได้แต่ไม่ใช่ของตัวเองตามกฎหมาย
อีกเรื่องคือประวัติรถ การรับรถแบบโอนลอยโดยไม่ได้เช็กในระบบก่อน อาจได้รถที่ค้างภาษีสะสมหลายปี หรือมีปัญหาทางทะเบียนที่โผล่มาตอนไปยื่นเรื่อง
Checklist ลดความเสี่ยงทั้งสองฝั่ง
- ถ่ายรูปหรือถ่ายสำเนาชุดเอกสารทั้งหมดเก็บไว้ทั้งสองฝ่าย ก่อนแยกย้าย
- ลงวันที่ในสัญญาซื้อขายให้ครบ และเก็บสัญญาไว้คนละฉบับ
- ขีดคร่อมสำเนาบัตรประชาชนพร้อมเขียนกำกับวัตถุประสงค์
- เก็บหลักฐานการส่งมอบรถ เช่น รูปถ่ายตอนส่งมอบ หรือข้อความยืนยันการรับรถ
- ผู้ขายควรนัดวันกับผู้ซื้อไว้เลยว่าจะไปโอนภายในกี่วัน แล้วตามผลจริง
- ผู้ซื้อควรไปยื่นเรื่องให้เร็วที่สุด อย่ารอจนใกล้ต่อภาษีรอบหน้า
ถ้าเลือกได้ การนัดไปโอนพร้อมกันที่ขนส่งยังเป็นทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย เสียเวลาเพิ่มครึ่งวัน แต่ตัดปัญหาที่อาจตามมาอีกหลายปีออกไปทั้งหมด
โอนลอยในกรณีพิเศษ: ไฟแนนซ์ ข้ามจังหวัด และเอกสารหาย
รถติดไฟแนนซ์ โอนลอยได้ไหม
รถที่ยังผ่อนไม่หมด ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในเล่มคือบริษัทไฟแนนซ์ ไม่ใช่คนที่ขี่รถอยู่ ผู้ครอบครองจึงไม่มีอำนาจเซ็นโอนให้ใครได้ การจะขายต่อต้องปิดบัญชีให้เรียบร้อยก่อน แล้วรับเล่มที่โอนกรรมสิทธิ์กลับมาเป็นชื่อตัวเอง จึงค่อยขายและเซ็นโอนได้
ถ้าเจอประกาศขายรถที่บอกว่ายังผ่อนอยู่แต่โอนลอยให้ได้ นั่นเป็นสัญญาณที่ควรถามให้ชัดก่อนวางเงิน ว่าเล่มอยู่กับใครและปิดบัญชีแล้วหรือยัง
ผู้ขายอยู่คนละจังหวัด ทำยังไง
กรณีนี้ทำได้ และเป็นเหตุผลหลักที่คนเลือกโอนลอยตั้งแต่แรก ผู้ขายเซ็นเอกสารครบชุดแล้วส่งให้ผู้ซื้อ ผู้ซื้อนำรถและเอกสารไปยื่นที่สำนักงานขนส่งในพื้นที่ของตัวเอง
สิ่งที่ต้องเผื่อไว้คือถ้ารถจดทะเบียนอยู่คนละจังหวัด จะมีขั้นตอนแจ้งย้ายรถเข้ามาด้วย ทำให้ใช้เวลานานกว่าการโอนภายในจังหวัดเดียวกัน ควรโทรถามสำนักงานขนส่งปลายทางก่อนไปว่าต้องเตรียมอะไรเพิ่ม จะได้ไม่ต้องวิ่งหลายรอบ ถ้าผู้ซื้อไปรับรถเองไม่สะดวก การส่งรถมอเตอร์ไซค์ข้ามจังหวัดก็เป็นอีกทางเลือกที่หลายคนใช้
เจ้าของเดิมเสียชีวิต หรือชุดเอกสารหาย
สองกรณีนี้คือฝันร้ายของการโอนลอย และเป็นเหตุผลที่ไม่ควรดองเอกสารไว้นาน
ถ้าเจ้าของเดิมเสียชีวิตก่อนที่ผู้ซื้อจะไปยื่นเรื่อง เอกสารที่เซ็นไว้จะใช้ต่อได้ยาก เพราะการโอนต้องผ่านกระบวนการทางมรดกและต้องมีทายาทหรือผู้จัดการมรดกมาดำเนินการแทน ส่วนกรณีเอกสารหาย ต้องตามผู้ขายกลับมาเซ็นใหม่ทั้งชุด ซึ่งขึ้นอยู่กับว่ายังติดต่อกันได้หรือไม่
ทางที่ดีที่สุดคือป้องกันไว้ก่อน ด้วยการไปยื่นเรื่องให้จบภายใน 15 วันตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่ตั้งไว้เพื่อกันปัญหาแบบนี้พอดี
สรุปสั้น ๆ ก่อนตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งซื้อหรือฝั่งขาย ให้ตรวจเล่มทะเบียนกับตัวรถให้ตรงกัน เช็กว่าค้างภาษีหรือไม่ เทียบราคากับรถรุ่นเดียวกันจากหลายประกาศ แล้วตกลงเรื่องเอกสารและวันโอนให้จบก่อนวางเงิน เมื่อเจอคันที่ใช่และเงื่อนไขที่รับได้แล้ว ค่อยเริ่มติดต่อผู้ขายเพื่อนัดดูรถต่อไป
ทำไมต้องซื้อขายรถมอเตอร์ไซค์มือสองกับ Talata
สำหรับคนหารถ Talata รวมประกาศรถมอเตอร์ไซค์มือสองจากผู้ขายหลายรายไว้ในที่เดียว ทำให้เทียบรุ่น ราคา และสภาพรถได้จากหน้าเดียวกัน และเพราะติดต่อเจ้าของประกาศได้โดยตรง จึงถามเรื่องที่สำคัญที่สุดได้ตั้งแต่ก่อนนัดดูรถ เช่น เล่มทะเบียนอยู่กับใคร ปิดไฟแนนซ์แล้วหรือยัง และตกลงกันว่าจะโอนตรงหรือโอนลอย ดีกว่ามารู้ตอนที่รับชุดเอกสารมาแล้ว
สำหรับคนขาย การลงประกาศเองทำให้ระบุเงื่อนไขได้ชัดตั้งแต่ต้น ว่าเล่มพร้อมโอน สะดวกไปโอนที่ขนส่งด้วยกันหรือไม่ ซึ่งช่วยคัดคนที่พร้อมจริงเข้ามาคุย และลดการเสียเวลากับดีลที่ไม่จบ ถ้ากำลังจะปล่อยรถอยู่ ลองเริ่มลงประกาศขายรถมอเตอร์ไซค์บน Talata ดูได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
โอนลอยรถมอเตอร์ไซค์ ใช้เอกสารอะไรบ้าง
ฝั่งผู้ขายต้องมีเล่มทะเบียนตัวจริง สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน แบบคำขอโอนและรับโอนที่เซ็นแล้ว หนังสือมอบอำนาจ และสัญญาซื้อขาย ส่วนผู้ซื้อเตรียมสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมเซ็นรับรองสำเนา เอกสารทุกใบต้องมีลายเซ็นครบ ขาดใบเดียวเจ้าหน้าที่ไม่รับเรื่อง
ต้องเอารถไปที่ขนส่งด้วยไหม หรือถือแค่เอกสารไปก็พอ
ต้องเอารถไปด้วย เพราะรถต้องผ่านการตรวจสภาพก่อนโอน เจ้าหน้าที่จะตรวจหมายเลขตัวรถและหมายเลขเครื่องยนต์ว่าตรงกับที่ระบุในเล่มหรือไม่ ควรเตรียมไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟเบรก และกระจกมองข้างให้ครบและใช้งานได้ เพื่อให้ผ่านตรวจในรอบเดียว
ค่าโอนรถมอเตอร์ไซค์กี่บาท
ค่าธรรมเนียมหลักคือค่าคำขอ 5 บาท ค่าโอนทะเบียนรถ 100 บาท และค่าอากรแสตมป์ที่คิดตามราคาประเมินรถ ในอัตรา 500 บาทต่อราคาประเมินทุก 100,000 บาท ถ้าขอเปลี่ยนป้ายทะเบียนใหม่จะมีค่าแผ่นป้ายอีกแผ่นละ 100 บาท ซึ่งรถมอเตอร์ไซค์มีป้ายเดียว สำหรับรถทั่วไปที่ราคาประเมินไม่สูง ยอดรวมมักอยู่ในหลักไม่กี่ร้อยบาท
ชุดโอนลอยมีอายุไหม เซ็นทิ้งไว้นานแล้วยังใช้ได้หรือเปล่า
ตัวเอกสารไม่ได้มีวันหมดอายุระบุไว้ แต่กฎหมายกำหนดให้แจ้งโอนภายใน 15 วันนับแต่วันโอน การเก็บชุดเอกสารไว้นานจึงหลุดกรอบเวลาไปแล้ว และยิ่งทิ้งไว้นาน โอกาสที่จะเจอปัญหาอย่างเอกสารชำรุด ผู้ขายติดต่อไม่ได้ หรือข้อมูลในทะเบียนเปลี่ยนไป ก็ยิ่งสูงขึ้น
ซื้อรถที่โอนลอยกันมาหลายทอด ชื่อในเล่มไม่ใช่คนที่ขายให้เรา โอนได้ไหม
กรณีนี้พบบ่อยในตลาดมือสอง และเป็นกรณีที่ต้องระวังที่สุด เพราะคนที่มีอำนาจเซ็นโอนคือคนที่ชื่ออยู่ในเล่มเท่านั้น ถ้าเอกสารมอบอำนาจจากเจ้าของเดิมยังครบและใช้ได้ ก็ยังโอนต่อได้ แต่ถ้าเอกสารขาดหายระหว่างทอด ผู้ซื้อคนสุดท้ายจะเป็นคนรับปัญหาไปเต็ม ๆ ก่อนวางเงินควรขอดูเล่มและชุดเอกสารต้นทางให้ครบ
ถ้าผู้ซื้อรับรถไปแล้วไม่ไปโอน เจ้าของเดิมต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง
ตราบใดที่ยังไม่มีการแจ้งโอน ชื่อในทะเบียนยังเป็นของเจ้าของเดิม ใบสั่งจราจรจะส่งมาตามที่อยู่เดิม ภาษีรถประจำปีที่ไม่ได้ต่อจะค้างในชื่อเดิม และถ้ารถไปเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุหรือคดี เจ้าหน้าที่จะสืบมาถึงชื่อในทะเบียนก่อน สัญญาซื้อขายที่ลงวันที่ครบถ้วนคือหลักฐานสำคัญที่ใช้ชี้แจงได้





