ส่งรถมอเตอร์ไซค์ ไปรษณีย์ ราคาเท่าไหร่ ใช้เอกสารอะไร กี่วันถึง (อัปเดต 2569)

ส่งรถมอเตอร์ไซค์ทางไปรษณีย์ทำได้จริง ผ่านบริการ EMS Jumbo หรือบริการส่งของใหญ่ของไปรษณีย์ไทย ค่าบริการเริ่มต้นที่ 1,200 บาทสำหรับรถไม่เกิน 150 ซีซี ขยับขึ้นตามขนาดเครื่องยนต์กับระยะทาง มาตรฐานการนำจ่ายอยู่ที่ 2–4 วันทำการ และเอกสารหลักที่ต้องเตรียมคือสำเนาบัตรประชาชนกับสำเนาทะเบียนรถอย่างละ 2 ชุด คนที่ค้นเรื่องนี้จำนวนไม่น้อยมาจากการซื้อขายรถมือสองข้ามจังหวัด เพราะตลาดออนไลน์อย่าง Talata รวมประกาศมอเตอร์ไซค์จากทั่วประเทศไว้ที่เดียว ทำให้คนกรุงเทพฯ เจอรถที่ถูกใจในเชียงใหม่ได้ไม่ยาก
เรื่องที่ต้องคุยต่อจากนั้นคือจะพารถคันนั้นข้ามจังหวัดมายังไง บทความนี้ตอบให้ครบตั้งแต่ราคาจริง เอกสาร ขั้นตอน ไปจนถึงการเคลมเมื่อรถถึงปลายทางแล้วมีรอย
ส่งรถมอเตอร์ไซค์ทางไปรษณีย์ได้จริงไหม ใช้บริการอะไร
ได้ และไปรษณีย์ไทยทำมานานแล้ว เพียงแต่ชื่อบริการเปลี่ยนไปจนหลายบทความบนเว็บยังเรียกชื่อเก่าอยู่
EMS Jumbo คืออะไร ส่งอะไรได้บ้าง
EMS Jumbo คือบริการ "ส่งของใหญ่" ของไปรษณีย์ไทย ออกแบบมาสำหรับสิ่งของที่หนักหรือมีรูปทรงพิเศษ เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และรถจักรยานยนต์ ซึ่งไปรษณีย์จัดให้เป็น "สินค้าสำเร็จรูป" และคิดค่าบริการตามอัตราเฉพาะที่กำหนดไว้ ไม่ได้ชั่งกิโลแล้วคูณเหมือนพัสดุทั่วไป
จุดที่คนสับสนบ่อยคือคำว่า LogisPost บทความเก่าจำนวนมากยังใช้ชื่อนี้ และแม้แต่หน้าคำนวณค่าบริการบนเว็บไปรษณีย์ไทยก็ยังใช้ชื่อ LogisPost อยู่ แต่หน้าสินค้าและบริการปัจจุบันขึ้นชื่อ EMS Jumbo ชัดเจน ถ้าไปที่ทำการแล้วบอกว่าจะส่งมอเตอร์ไซค์ เจ้าหน้าที่จะเข้าใจตรงกันไม่ว่าคุณจะเรียกชื่อไหน
เงื่อนไขและข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนฝากส่ง
ตามเงื่อนไขทางการของไปรษณีย์ไทย บริการนี้รับฝากพัสดุน้ำหนัก 30–200 กิโลกรัม ขนาดไม่เกิน 150 × 300 × 150 เซนติเมตร (กว้าง × ยาว × สูง) รถมอเตอร์ไซค์ทั่วไปอยู่ในกรอบนี้สบาย แต่บิ๊กไบค์ตัวใหญ่หรือรถที่ติดกล่องท้ายกับแฮนด์กว้างควรวัดจริงก่อน เพราะถ้าด้านใดด้านหนึ่งเกิน 100 เซนติเมตร จะมีค่าบริการเพิ่มเป็นขั้นบันได
ข้อจำกัดอีกอย่างที่มักถูกมองข้ามคือไม่ใช่ทุกที่ทำการไปรษณีย์ที่รับบริการนี้ ไปรษณีย์ไทยมีรายชื่อสาขาที่เปิดให้บริการ EMS Jumbo แยกไว้ทั้งในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด โทรถามสาขาต้นทางก่อนขี่รถไปจะประหยัดเวลาได้มาก
ค่าส่งรถมอเตอร์ไซค์ ไปรษณีย์ ราคาเท่าไหร่

ค่าบริการคิดจากสองอย่างเป็นหลัก คือขนาดเครื่องยนต์ของรถ และระยะทางระหว่างโซนต้นทางกับโซนปลายทาง
ราคาตามขนาดเครื่องยนต์
อัตราค่าบริการที่ไปรษณีย์ไทยเผยแพร่ล่าสุด แบ่งเป็นสามช่วง สำหรับรถที่มีความกว้างไม่เกิน 820 มิลลิเมตร
| ขนาดเครื่องยนต์ | ค่าบริการ |
|---|---|
| ไม่เกิน 150 ซีซี | 1,200 – 1,680 บาท |
| 151 – 400 ซีซี | 1,500 – 2,100 บาท |
| 401 ซีซี ขึ้นไป และบิ๊กไบค์ทุกขนาด | 3,300 – 4,020 บาท |
ตัวเลขช่วงล่างคือส่งภายในโซนใกล้กัน ช่วงบนคือส่งข้ามภาคจากเหนือสุดไปใต้สุด
ค่าใช้จ่ายที่บวกเพิ่มได้อีกมีสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือกรณีปลายทางต้องขนส่งทางเรือหรืออยู่ในพื้นที่เข้าถึงยาก บวก 500 บาทสำหรับรถไม่เกิน 150 ซีซี และ 1,000 บาทสำหรับรถที่ใหญ่กว่านั้น กลุ่มที่สองคือกรณีขนาดพัสดุเกินกำหนด ด้านใดด้านหนึ่งเกิน 100 เซนติเมตรแต่ไม่เกิน 150 บวก 300 บาท เกิน 150 ถึง 200 บวก 500 บาท และเกิน 200 ถึง 300 บวก 1,000 บาท
10 โซนจัดส่ง แต่ละโซนมีจังหวัดอะไรบ้าง
ไปรษณีย์แบ่งประเทศไทยเป็น 10 โซน แล้วคิดราคาจากคู่โซนต้นทาง–ปลายทาง เช่น ส่งจากกาญจนบุรี (โซน 3) ไประนอง (โซน 9) ก็คิดตามอัตราโซน 3 ไปโซน 9
- โซน 1 กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ
- โซน 2 สระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด
- โซน 3 นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์
- โซน 4 อุทัยธานี สิงห์บุรี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครนายก
- โซน 5 อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์
- โซน 6 แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา เชียงใหม่ ลำพูน น่าน ลำปาง แพร่
- โซน 7 กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ชัยภูมิ อำนาจเจริญ ยโสธร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ นครราชสีมา
- โซน 8 หนองคาย บึงกาฬ เลย อุดรธานี นครพนม สกลนคร หนองบัวลำภู ขอนแก่น
- โซน 9 ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา นครศรีธรรมราช
- โซน 10 กระบี่ ภูเก็ต ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี สตูล ยะลา นราธิวาส
วิธีเช็กราคาจริงของรถคุณเอง ก่อนไปที่ไปรษณีย์
ช่วงราคาข้างบนบอกได้แค่ว่าจะจ่ายประมาณเท่าไหร่ ถ้าอยากรู้ตัวเลขของรถคันตัวเองแบบเป๊ะ ๆ ไปรษณีย์ไทยมีหน้าคำนวณอัตราค่าบริการให้ใช้ฟรีบนเว็บ กรอกรหัสไปรษณีย์ต้นทาง รหัสไปรษณีย์ปลายทาง น้ำหนักจริง และขนาดกว้าง–ยาว–สูงของรถ ระบบจะคำนวณให้ทันที และยังมีช่องให้ใส่วงเงินประกันเพิ่มด้วย
สิ่งที่ควรเข้าใจก่อนกรอกคือคำว่า "น้ำหนักปริมาตร" ไปรษณีย์คิดค่าบริการจากน้ำหนักจริงหรือน้ำหนักปริมาตรอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วแต่ว่าค่าไหนสูงกว่า โดยน้ำหนักปริมาตรคำนวณจาก กว้าง × ยาว × สูง หารด้วย 6,000 รถมอเตอร์ไซค์กินพื้นที่มากกว่าน้ำหนักที่มันมี ตัวเลขปริมาตรจึงมักเป็นตัวที่ถูกใช้คิดเงิน
สำหรับรถจักรยานยนต์ที่ไปรษณีย์จัดเป็นสินค้าสำเร็จรูป จะใช้อัตราเฉพาะที่กำหนดไว้แล้ว แต่การเข้าใจหลักคิดนี้ช่วยให้เห็นภาพว่าทำไมรถคันเล็กกับคันใหญ่ราคาต่างกันขนาดนั้น
ส่งมอไซค์ไปต่างจังหวัด แพงไหม เทียบกับวิธีอื่นแล้วคุ้มหรือเปล่า
คำถามนี้ตอบไม่ได้ด้วยตัวเลขเดียว เพราะคำว่า "คุ้ม" ของคนที่ส่งรถบ้าน ๆ กับคนที่ส่งบิ๊กไบค์คนละความหมาย
ไปรษณีย์ กับรถสไลด์ กับขนส่งเอกชน กับจ้างขี่ไปส่ง
| วิธี | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ | เวลา | ความปลอดภัย | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|---|
| ไปรษณีย์ไทย (EMS Jumbo) | 1,200–4,020 บาท บวกค่าบริการเสริม | 2–4 วันทำการ | มีบันทึกสภาพรถ มีเลขติดตาม เคลมได้ | รถทั่วไป งบจำกัด ไม่รีบ |
| รถสไลด์ | ประมาณ 2,500–10,000 บาท ตามระยะทาง | ครึ่งวันถึง 1–2 วัน | รถถูกยึดตรึงบนแท่น ไม่มีการขยับ | บิ๊กไบค์ รถแต่ง รถมูลค่าสูง |
| ขนส่งเอกชน | ประมาณ 1,500–6,000 บาท | 1–3 วัน | แล้วแต่เจ้า ต้องเช็กประกันเอง | คนที่อยากให้มารับถึงบ้าน |
| จ้างคนขี่ไปส่ง | ค่าจ้างบวกน้ำมันบวกค่ารถกลับ | 1 วัน | รถมีไมล์เพิ่ม เสี่ยงอุบัติเหตุ ไม่มีประกัน | ระยะใกล้ ไม่กี่ร้อยกิโลเมตร |
ตัวเลขของรถสไลด์ ขนส่งเอกชน และค่าจ้างขี่เป็นช่วงกว้างที่ต้องขอใบเสนอราคาเป็นราย ๆ ไป ต่างจากไปรษณีย์ที่มีอัตรากลางประกาศไว้
แบบไหนเหมาะกับใคร
ถ้ารถเป็นออโตเมติกหรือรถครอบครัวราคาไม่กี่หมื่น ไปรษณีย์แทบจะเป็นคำตอบเดียวที่สมเหตุสมผล ค่าส่งพันกว่าบาทกับการไม่ต้องขี่ข้ามภาคเองแลกกันคุ้ม
ถ้าเป็นบิ๊กไบค์ที่ราคาหลายแสน ให้คำนวณเทียบกันสองทาง ทางแรกคือค่าส่งไปรษณีย์ราว 3,300–4,020 บาทบวกค่าซื้อวงเงินประกันเพิ่ม ทางที่สองคือรถสไลด์ที่แพงกว่าแต่รถไม่ต้องผ่านการยกขนหลายทอด สำหรับรถที่แต่งมาเยอะหรือมีชิ้นส่วนเปราะ รถสไลด์มักคุ้มกว่าในระยะยาว
ส่วนการจ้างคนขี่ไปส่ง ฟังดูถูกที่สุดแต่ควรคิดให้ครบ รถจะมีเลขไมล์เพิ่มหลายร้อยกิโลเมตร ค่าน้ำมันไม่ใช่น้อย และถ้าเกิดอุบัติเหตุระหว่างทางจะไม่มีใครรับผิดชอบ วิธีนี้เหมาะกับระยะสั้นและคนที่ไว้ใจกันจริงเท่านั้น
เอกสารส่งรถมอเตอร์ไซค์ ไปรษณีย์ ใช้อะไรบ้าง
เอกสารหลักมีไม่มาก แต่ต้องครบและถ่ายสำเนามาให้พร้อม เพราะที่ทำการไปรษณีย์บางแห่งไม่มีเครื่องถ่ายเอกสาร
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้นำส่ง 2 ชุด
- สำเนาทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ 2 ชุด
- สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของทะเบียนรถ 2 ชุด (ใช้เมื่อชื่อผู้นำส่งไม่ตรงกับชื่อในเล่ม)
- ใบโอนลอย พร้อมลายเซ็นและสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขาย (ใช้กรณีซื้อขายแบบโอนลอย)
กรณีชื่อผู้ฝากส่งไม่ตรงกับเล่มทะเบียน
เกิดขึ้นบ่อยมาก เช่น ให้เพื่อนขี่รถไปส่งแทน หรือรถอยู่ในชื่อพ่อแม่ กรณีนี้เตรียมสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของทะเบียนไปเพิ่ม 2 ชุด เจ้าหน้าที่จะใช้ยืนยันว่ารถไม่ได้มาแบบมีปัญหา
กรณีรถยังติดไฟแนนซ์ หรือยังไม่ได้โอนเล่ม
นี่คือจุดที่คนซื้อขายรถมือสองสะดุดกันมากที่สุด และเป็นเรื่องที่บทความส่วนใหญ่ข้ามไป
รถที่ยังผ่อนอยู่ เล่มทะเบียนตัวจริงอยู่ที่ไฟแนนซ์ ผู้ครอบครองจะมีแค่สำเนาที่ไฟแนนซ์ออกให้ ส่วนรถที่เพิ่งซื้อมาแบบโอนลอย ชื่อในเล่มก็ยังเป็นของเจ้าของเดิม ทั้งสองเคสไม่ได้แปลว่าส่งไม่ได้ แต่แปลว่าเอกสารต้องเตรียมต่างจากเคสปกติ และแต่ละสาขาอาจตีความไม่เหมือนกัน
คำแนะนำที่ปลอดภัยที่สุดคือโทรถามที่ทำการต้นทางพร้อมบอกสถานะเล่มให้ชัดตั้งแต่แรก ดีกว่าขี่รถไปถึงแล้วต้องขี่กลับ
ขั้นตอนส่งรถมอเตอร์ไซค์ ไปรษณีย์ ทีละขั้น
- โทรเช็กกับที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางว่ามีบริการ EMS Jumbo และรับส่งมอเตอร์ไซค์หรือไม่
- เตรียมเอกสารและถ่ายสำเนาให้ครบตามรายการข้างบน
- ขี่รถไปที่ทำการ ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรับใบรับฝาก แล้วกรอกข้อมูลผู้ส่งกับผู้รับให้ครบ
- เจ้าหน้าที่ตรวจสภาพรถและบันทึกร่องรอยที่มีอยู่เดิม เช่น รอยขีดข่วนหรือชิ้นส่วนที่แตกอยู่ก่อน เพื่อใช้เทียบตอนปลายทาง
- เจ้าหน้าที่จัดการรถให้พร้อมขนส่ง เช่น พับกระจกมองข้าง และดูดน้ำมันออกถ้ามีมากเกินไป
- เลือกว่าจะห่อกันกระแทกด้วยกระดาษหรือพลาสติกหรือไม่ ส่วนนี้มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
- ถ้ารถมีมูลค่าสูง แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการซื้อวงเงินประกันเพิ่ม
- ชำระค่าบริการ รับใบเสร็จและเลขติดตาม 13 หลักเก็บไว้
เตรียมรถก่อนส่งอย่างไรให้ถึงปลายทางแบบไม่มีรอย

สิ่งที่สำคัญที่สุดในขั้นตอนนี้ไม่ใช่การห่อรถ แต่คือการถ่ายรูป
ถ่ายรูปรถให้ครบทุกด้านก่อนส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ ทั้งด้านซ้าย ด้านขวา หน้า หลัง เบาะ ท่อ ล้อ และจุดที่มีรอยเดิมอยู่แล้วให้ถ่ายใกล้ ๆ ถ่ายให้เห็นเลขไมล์ด้วย รูปชุดนี้คือหลักฐานเดียวที่คุณมีถ้าปลายทางรถมีรอยเพิ่ม และถ้าเป็นการซื้อขาย มันยังเป็นหลักฐานที่ส่งให้ผู้ซื้อดูได้ทันทีว่ารถออกจากมือคุณในสภาพไหน
เรื่องที่เหลือเป็นงานเก็บของ เอาของมีค่าและเอกสารออกจากช่องเก็บของใต้เบาะให้หมด ถอดอุปกรณ์เสริมที่หลุดง่ายอย่างกล่องท้ายหรือการ์ดพลาสติกออกถ้าถอดได้ ไม่ต้องเติมน้ำมันไปเต็มถังเพราะเจ้าหน้าที่จะดูดออกอยู่ดี และเก็บกุญแจสำรองไว้กับตัวเสมอ อย่าฝากไปกับรถ
ส่งกี่วันถึง ไปรับรถที่ไหน เช็กสถานะยังไง
มาตรฐานการนำจ่ายของ EMS Jumbo ตามที่ไปรษณีย์ไทยประกาศคือ 2–4 วันทำการ ตัวเลขนี้ต่างจากที่หลายบทความบนเว็บเขียนไว้ว่า 5–7 วัน ซึ่งเป็นข้อมูลจากยุคก่อน ในทางปฏิบัติควรเผื่อเวลาไว้บ้าง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลหรือปลายทางที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล
สำหรับมอเตอร์ไซค์ ผู้รับมักไปรับรถที่ที่ทำการไปรษณีย์ปลายทางตามที่ผู้ส่งระบุไว้ ไม่ใช่การขับไปจอดให้ถึงหน้าบ้าน ไปรษณีย์มีอัตราค่าบริการเสริมสำหรับกรณีนำจ่าย ณ ที่อยู่ผู้รับแยกไว้ต่างหาก ถ้าอยากให้ส่งถึงบ้านจริง ๆ ต้องถามเงื่อนไขและค่าใช้จ่ายส่วนนี้กับสาขาต้นทางตั้งแต่ตอนฝากส่ง
เลขติดตาม 13 หลักที่ได้มาพร้อมใบเสร็จใช้เช็กสถานะได้ตลอดผ่านระบบ Track & Trace ของไปรษณีย์ไทย เมื่อรถถึงปลายทางแล้วจะมีเจ้าหน้าที่โทรแจ้งให้ไปรับ
ถ้ารถเสียหายระหว่างส่ง เคลมได้เท่าไหร่
วงเงินความรับผิดชอบพื้นฐานของ EMS Jumbo คือชดใช้ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อชิ้น ตัวเลขนี้ครอบคลุมรอยขีดข่วนหรือชิ้นส่วนเล็ก ๆ ได้ แต่ไม่ได้ใกล้เคียงกับมูลค่ารถเลยถ้าเกิดเรื่องใหญ่
สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้คือ ซื้อประกันเพิ่มได้สูงสุดถึง 200,000 บาท เงื่อนไขนี้ระบุไว้ในหน้าบริการของไปรษณีย์ไทยเอง ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จ่ายตอนฝากส่ง และสำหรับบิ๊กไบค์หรือรถที่ราคาหลักแสน มันคุ้มกว่าการเสี่ยงมาก บทความคู่แข่งเกือบทั้งหมดพูดถึงแค่เพดาน 3,000 บาทแล้วจบ ทั้งที่ทางเลือกนี้มีอยู่จริง
ขั้นตอนที่ต้องระวังที่สุดอยู่ตอนรับรถ อย่าเซ็นรับก่อนตรวจ เดินดูรอบคันเทียบกับรูปที่ถ่ายไว้ตอนฝากส่ง ถ้าพบความเสียหายให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่ทำการปลายทางทันทีในจุดนั้น พร้อมยื่นรูปก่อนส่งเป็นหลักฐาน การเซ็นรับไปแล้วค่อยมาโวยทีหลังทำให้การเคลมยากขึ้นมาก
ซื้อขายมอเตอร์ไซค์ข้ามจังหวัด ตกลงเรื่องค่าส่งกันยังไงให้ปลอดภัยทั้งสองฝ่าย
ดีลรถมือสองข้ามจังหวัดล่มเพราะเรื่องเล็ก ๆ อย่างค่าส่งบ่อยกว่าที่คิด เพราะทั้งสองฝ่ายไม่เคยคุยกันตั้งแต่แรกว่าใครจ่าย
ฝั่งผู้ขาย วิธีที่ลดปัญหาได้มากที่สุดคือระบุเงื่อนไขค่าส่งไว้ในประกาศตั้งแต่ต้น จะเขียนว่า "ผู้ซื้อรับผิดชอบค่าส่ง" หรือ "รวมค่าส่งในราคาแล้ว" ก็ได้ ขอแค่ชัด คนที่สนใจจริงจะได้คำนวณงบได้ถูกและไม่มาต่อรองทีหลัง เมื่อฝากส่งแล้วให้ถ่ายรูปรถที่หน้าเคาน์เตอร์ ถ่ายใบรับฝาก และส่งเลขติดตาม 13 หลักให้ผู้ซื้อทันที ความโปร่งใสตรงนี้ทำให้ผู้ซื้อสบายใจและไม่ต้องตามถามทุกวัน
ฝั่งผู้ซื้อ อย่าโอนเงินก้อนสุดท้ายก่อนเห็นหลักฐานว่ารถถูกฝากส่งจริง ขอรูปรถรอบคัน ขอรูปใบรับฝาก และขอเลขติดตามให้ครบ พอรถถึงปลายทางแล้วให้ตรวจก่อนเซ็นรับเสมอ
เรื่องเล่มทะเบียนควรคุยกันแยกจากเรื่องค่าส่ง เพราะเป็นคนละกระบวนการ ถ้าซื้อขายแบบโอนลอย เตรียมชุดเอกสารโอนลอยให้ครบก่อนวันฝากส่ง เพราะไปรษณีย์ขอดูด้วย ส่วนใครจะไปดำเนินการโอนที่ขนส่งเมื่อไหร่ ให้ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ ไม่ควรปล่อยให้เป็นความเข้าใจกันเอง
ก่อนตัดสินใจส่งจริง เช็กรายละเอียดให้ครบอีกรอบ ทั้งอัตราค่าบริการล่าสุด สาขาที่รับส่ง เอกสารที่ต้องใช้ และวงเงินประกันที่เหมาะกับมูลค่ารถ เทียบกับวิธีขนส่งอื่นให้เห็นภาพก่อนแล้วค่อยเลือก และถ้ายังอยู่ในขั้นตอนหาคนซื้อหรือหารถที่ใช่ ค่อยเริ่มติดต่อกันหลังจากเจอตัวเลือกที่ตรงใจ แล้วจะคุยเรื่องขนส่งได้ง่ายกว่ามาก
ทำไมต้องซื้อขายมอเตอร์ไซค์กับ Talata
สำหรับคนหารถ Talata รวมประกาศมอเตอร์ไซค์มือสองจากผู้ขายทั่วประเทศไว้ในที่เดียว กรองตามรุ่น ช่วงราคา และจังหวัดได้ ทำให้เจอรถที่ใช่แม้เจ้าของจะอยู่คนละภาค แล้วติดต่อเจ้าของประกาศได้โดยตรงเพื่อคุยเรื่องสภาพรถ ราคา และการจัดส่งก่อนตัดสินใจ
สำหรับคนที่จะขาย ลงประกาศเองได้ทันที ใส่รุ่น ปี เลขไมล์ สภาพรถ และเงื่อนไขค่าส่งให้ครบตั้งแต่แรก คนซื้อต่างจังหวัดจะได้ประเมินได้ครบและไม่มีปัญหาทีหลัง ถ้ากำลังมองหามอเตอร์ไซค์สักคันหรือกำลังจะปล่อยรถที่มีอยู่ เริ่มได้เลยบน Talata
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อมอเตอร์ไซค์มือสองจากคนต่างจังหวัด ให้ผู้ขายส่งทางไปรษณีย์ได้ไหม
ได้ และเป็นวิธีที่คนซื้อขายรถมือสองข้ามจังหวัดใช้กันเป็นปกติ ผู้ขายจะเป็นคนนำรถไปฝากส่งที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทาง ส่วนผู้ซื้อไปรับที่ที่ทำการปลายทาง สิ่งที่ต้องตกลงกันให้ชัดก่อนคือใครจ่ายค่าส่ง และจะจัดการเรื่องโอนเล่มทะเบียนกันตอนไหน
ค่าส่งควรให้ผู้ซื้อหรือผู้ขายเป็นคนจ่าย
ไม่มีกฎตายตัว ขึ้นอยู่กับที่ตกลงกัน แนวปฏิบัติที่พบบ่อยคือผู้ซื้อเป็นคนจ่าย เพราะเป็นฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากการไม่ต้องเดินทางไปรับรถเอง แต่ผู้ขายบางรายเลือกรวมค่าส่งไว้ในราคาขายเพื่อให้ประกาศดูน่าสนใจกว่า วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือระบุไว้ในประกาศตั้งแต่ต้น
ส่งรถมอเตอร์ไซค์ทางไปรษณีย์ ราคาเท่าไหร่
รถไม่เกิน 150 ซีซี อยู่ที่ประมาณ 1,200–1,680 บาท รถ 151–400 ซีซี ประมาณ 1,500–2,100 บาท และรถ 401 ซีซีขึ้นไปหรือบิ๊กไบค์ประมาณ 3,300–4,020 บาท ราคาจริงขึ้นกับโซนต้นทางและโซนปลายทาง และอาจมีค่าบริการเพิ่มถ้าขนาดรถเกินกำหนดหรือปลายทางเข้าถึงยาก
ส่งมอเตอร์ไซค์กับไปรษณีย์กี่วันถึง
มาตรฐานการนำจ่ายที่ไปรษณีย์ไทยประกาศไว้คือ 2–4 วันทำการ ควรเผื่อเวลาเพิ่มในช่วงเทศกาลหรือกรณีปลายทางอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ตรวจสอบสถานะได้ตลอดด้วยเลขติดตาม 13 หลักผ่านระบบ Track & Trace
บิ๊กไบค์ส่งทางไปรษณีย์ได้ไหม
ได้ โดยคิดในอัตรากลุ่มบิ๊กไบค์ประมาณ 3,300–4,020 บาท แต่ต้องอยู่ในเกณฑ์ขนาดไม่เกิน 150 × 300 × 150 เซนติเมตร และน้ำหนักไม่เกิน 200 กิโลกรัม ถ้าด้านใดด้านหนึ่งเกิน 100 เซนติเมตรจะมีค่าบริการเพิ่ม สำหรับรถมูลค่าสูงควรซื้อวงเงินประกันเพิ่มด้วย
ต้องเอาน้ำมันออกจากถังก่อนส่งไหม
เจ้าหน้าที่จะเป็นคนตรวจและดูดน้ำมันออกเองถ้ามีปริมาณมากเกินไป เพื่อความปลอดภัยระหว่างขนส่ง ผู้ส่งจึงไม่ควรเติมน้ำมันเต็มถังก่อนนำรถไปฝากส่ง เติมพอให้ขี่ไปถึงที่ทำการก็เพียงพอ




