ขั้นตอนการซื้อรถมือสอง ทำอะไรก่อนหลัง ตั้งแต่ตั้งงบจนได้เล่มเป็นชื่อเรา

การซื้อรถมือสองมี 9 ขั้นหลัก ตั้งงบจากราคากลาง เลือกเงินสดหรือไฟแนนซ์ หารถ ขอดูเล่มก่อนนัด ดูรถพร้อมช่าง ต่อรองและวางมัดจำ เตรียมเอกสาร จ่ายเงินและโอนที่ขนส่ง แล้วรับรถ จุดที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือโอนเงินก่อนเช็กว่าคนขายเป็นผู้ครอบครองตัวจริง Talata เป็นแพลตฟอร์มรวมประกาศรถมือสองจากเจ้าของรถและผู้ขายหลายราย คู่มือนี้จึงเขียนสำหรับคนที่ซื้อและเดินเรื่องเอง
ซื้อรถมือสองมีกี่ขั้นตอน สรุปทั้งหมดก่อนลงรายละเอียด
ถ้าซื้อจากเจ้าของขายเอง ลำดับที่ปลอดภัยที่สุดเป็นแบบนี้
- ตั้งงบจากราคากลางของรุ่นและปีที่สนใจ
- เลือกว่าจะจ่ายเงินสดหรือจัดไฟแนนซ์ ถ้าจัดไฟแนนซ์ ให้ขออนุมัติเบื้องต้นก่อนไปวางมัดจำ
- หารถ และดูว่าผู้ขายเป็นเจ้าของเอง เต็นท์ หรือคนขายออนไลน์ที่ไม่เคยเจอกัน
- ขอดูรูปเล่มทะเบียน เช็กชื่อผู้ครอบครอง ภาระไฟแนนซ์ และภาษี ก่อนเดินทางไปดูรถ
- นัดดูรถ ทดลองขับ และให้ช่างตรวจ
- ต่อรองราคา วางมัดจำ และทำสัญญาซื้อขาย
- เตรียมเอกสารของทั้งสองฝ่าย
- จ่ายเงินส่วนที่เหลือและโอนรถที่สำนักงานขนส่งในวันเดียวกัน
- รับรถพร้อมของที่ต้องได้ แล้วจัดการประกันกับภาษี
ซื้อเงินสดและเอกสารพร้อม ขั้นที่ 6 ถึง 9 จบในวันเดียวได้ถ้าคิวที่ขนส่งไม่แน่น จัดไฟแนนซ์จะช้ากว่า เพราะไฟแนนซ์ใช้เวลาพิจารณาประมาณ 3–7 วันทำการ ตามข้อมูลของ Toyota Sure ส่วนรถที่คนขายยังผ่อนไม่หมดต้องบวกเวลารอเล่มคืนหลังปิดยอดเข้าไปอีก
ตั้งงบ แล้วเลือกว่าจะซื้อเงินสดหรือจัดไฟแนนซ์
งบที่ใช้ได้จริงเริ่มจากราคากลาง ไม่ใช่ราคาในประกาศ เว็บ ttb bluebook ให้เช็กราคากลางรถมือสองตามยี่ห้อ รุ่น และปีได้ฟรี พอรู้ราคากลางแล้วค่อยดูว่าคันที่สนใจตั้งราคาสูงหรือต่ำไปแค่ไหน ราคากลางคนละตัวกับ "ราคาประเมิน" ของกรมการขนส่งทางบก ตัวหลังใช้คิดอากรแสตมป์ตอนโอนเท่านั้น
อย่าเอางบทั้งหมดไปลงที่ตัวรถ ต้องกันเงินไว้ส่วนหนึ่งสำหรับค่าโอน อากร ค่าช่างตรวจ และประกัน รายการเต็มอยู่ในหัวข้อค่าใช้จ่ายด้านล่าง
ซื้อเงินสด ขั้นตอนสั้นกว่า แต่ต้องระวังตอนจ่ายเงิน
ไม่ต้องรออนุมัติ ไม่มีบริษัทไหนมาประเมินรถ ตกลงกันได้ก็นัดไปโอนได้เลย ข้อเสียคือความเสี่ยงอยู่กับผู้ซื้อทั้งก้อน เงินหลักแสนต้องจ่ายให้ถูกคนและถูกเวลา ถ้าจ่ายก่อนเห็นเล่มตัวจริงแล้วผู้ขายหายไป แทบไม่มีทางตามคืน
จัดไฟแนนซ์รถมือสอง มีขั้นตอนอะไรเพิ่ม
ขั้นตอนที่เพิ่มเข้ามาคือ ยื่นเอกสารให้ไฟแนนซ์ ไฟแนนซ์ตรวจคุณสมบัติผู้กู้ (อาชีพ รายได้ อายุงาน ประวัติการเงิน) และประเมินราคารถ พออนุมัติแล้ว รถจะโอนเป็นชื่อไฟแนนซ์ในฐานะผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อเป็นผู้ครอบครอง ไฟแนนซ์จ่ายเงินให้ผู้ขาย ผู้ซื้อจ่ายเงินดาวน์แล้วผ่อนต่อ
จุดที่ต้องเผื่อใจคือยอดอนุมัติ ถ้าไฟแนนซ์ประเมินรถต่ำกว่าราคาที่ตกลงไว้ ส่วนต่างต้องจ่ายเองเป็นเงินดาวน์ ใครเคยมีประวัติผ่อนค้าง ควรเช็กเครดิตของตัวเองก่อนยื่น อ่านเพิ่มได้ในบทความติดเครดิตบูโรยังขอสินเชื่อได้ไหม
ซื้อจากเจ้าของขายเอง เต็นท์ หรือผู้ขายออนไลน์ ขั้นตอนต่างกันตรงไหน
ลำดับขั้นเหมือนกัน ที่ต่างคือใครเป็นคนทำแต่ละขั้น
| เจ้าของขายเอง | เต็นท์รถมือสอง | ผู้ขายออนไลน์ที่ไม่เคยเจอกัน | |
|---|---|---|---|
| ใครเดินเรื่องเอกสาร | ผู้ซื้อกับผู้ขายทำเอง | เต็นท์มักทำให้ | ขึ้นกับว่าเป็นเจ้าของหรือตัวแทน |
| จัดไฟแนนซ์ | ผู้ซื้อยื่นเอง | เต็นท์มักประสานให้ | ผู้ซื้อยื่นเอง |
| ไปโอนที่ขนส่ง | นัดไปพร้อมกัน | เต็นท์พาไปหรือทำแทน | นัดไปพร้อมกัน |
| รับประกันหลังขาย | ส่วนใหญ่ไม่มี | บางเต็นท์มี ต้องอ่านเงื่อนไข | ส่วนใหญ่ไม่มี |
| ต้องระวังเป็นพิเศษ | ชื่อในเล่มต้องตรงกับบัตรคนขาย | ค่าธรรมเนียมที่บวกมากับราคา | ห้ามโอนเงินก่อนเห็นรถและเล่มตัวจริง |
ซื้อจากเจ้าของมักได้ราคาดีกว่าเพราะไม่มีกำไรของคนกลาง แลกกับการที่ผู้ซื้อต้องทำทุกขั้นในบทความนี้เอง ถ้ายังลังเลว่าแหล่งไหนเหมาะกับตัวเอง อ่านต่อได้ในเช็กลิสต์ซื้อรถมือสองต้องดูอะไรบ้าง
ติดต่อผู้ขายและเช็กเอกสารรถก่อนนัดดู
ขั้นนี้ใช้เวลาไม่กี่นาทีทางแชต แต่กันปัญหาใหญ่ที่สุดของการซื้อรถมือสองได้ คือจ่ายเงินไปแล้วโอนไม่ได้
ทีม Talata ลองอ่านประกาศขายรถยนต์ 181 ประกาศใน 4 หน้าแรกของหมวดรถยนต์บน Talata เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 พบว่าราว 3 ใน 4 บอกเลขไมล์ แต่มีแค่ 17 ประกาศที่เขียนถึงเล่มทะเบียนหรือความพร้อมโอน 24 ประกาศพูดถึงภาษีหรือ พ.ร.บ. และไม่มีประกาศไหนระบุว่ารถปลอดภาระไฟแนนซ์ ข้อมูลที่บอกว่ารถคันนั้นโอนได้จริงหรือไม่ จึงแทบไม่อยู่ในประกาศ ผู้ซื้อต้องถามเองก่อนนัด
ขอดูอะไรจากผู้ขายก่อนเดินทางไปดูรถ
ขอรูปจากเล่มทะเบียนตัวจริง 3 จุด
- หน้ารายการจดทะเบียน ที่มียี่ห้อ เลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ และสี
- หน้าที่มีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครองคนล่าสุด
- หน้ารายการเสียภาษี หรือรูปป้ายภาษีที่ติดรถ
แล้วถามตรง ๆ ว่าคนที่คุยอยู่คือผู้ครอบครองในเล่มหรือเปล่า ชื่อผู้ครอบครองต้องตรงกับบัตรประชาชนของคนที่จะเซ็นโอน ถ้าเป็นลูก คู่สมรส หรือตัวแทนขายให้ ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้ครอบครอง รถที่ผ่อนหมดแล้ว ผู้ถือกรรมสิทธิ์กับผู้ครอบครองมักเป็นคนเดียวกัน
สีรถในเล่มต้องตรงกับสีจริง ถ้ารถเคยเปลี่ยนสีแต่ยังไม่ได้แจ้งขนส่ง ให้ผู้ขายแจ้งให้เรียบร้อยก่อนวันโอน
เช็กว่ารถติดไฟแนนซ์หรือค้างภาษีหรือเปล่า
ถ้าช่องผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นชื่อบริษัทไฟแนนซ์หรือธนาคาร แปลว่ารถยังผ่อนไม่หมด ผู้ขายโอนให้ทันทีไม่ได้ อีกสัญญาณคือคนขายส่งได้แค่สำเนาเล่ม แล้วบอกว่าเล่มจริงอยู่กับไฟแนนซ์ รถแบบนี้ซื้อได้ แต่มีขั้นตอนเพิ่ม ดูวิธีจัดการในหัวข้อจ่ายเงินและโอนด้านล่าง
เรื่องภาษี ดูปีบนป้ายภาษีหรือหน้ารายการเสียภาษีในเล่ม ถ้าขาดต่อ ให้ตกลงกันตั้งแต่ตอนนี้ว่าผู้ขายจะต่อภาษีให้เรียบร้อยก่อนวันโอน หรือจะหักจากราคา
นัดดูรถ ทดลองขับ และให้ช่างตรวจ
นัดตอนกลางวันในที่ที่มีแสงพอ พาคนที่รู้เรื่องรถไปด้วยถ้าทำได้ ขอขับบนถนนจริงอย่างน้อยสิบนาที ทั้งช่วงความเร็วต่ำและเร็วขึ้น แล้วเทียบเลขตัวรถกับเลขเครื่องยนต์ที่ตัวรถกับรูปเล่มที่ขอไว้ ถ้าเลขไม่ตรง จบดีลตรงนั้นได้เลย
ก่อนตกลงราคา ให้อู่หรือศูนย์ที่เราเลือกเองตรวจสภาพ ค่าตรวจจ่ายเอง จะได้ผลที่ไม่มีใครชี้นำ รายการจุดตรวจทั้งหมด ตั้งแต่เลขไมล์ รอยชน ร่องรอยน้ำท่วม ไปถึงช่วงล่าง อยู่ในบทความเช็กลิสต์ซื้อรถมือสองต้องดูอะไรบ้าง
ต่อรองราคา วางมัดจำ และทำสัญญาซื้อขาย
ต่อรองจากตัวเลขดีกว่าต่อจากความรู้สึก ใช้ราคากลางเป็นฐาน แล้วหักด้วยค่าซ่อมที่ช่างประเมินไว้ ผู้ขายรับฟังง่ายกว่าการขอลดเฉย ๆ
วางมัดจำเท่าไหร่ดี และต้องได้หลักฐานอะไร
ไม่มีกฎหมายกำหนดว่ามัดจำต้องเท่าไหร่ ตกลงกันเอง หลักคือวางพอให้ผู้ขายหยุดขายให้คนอื่น ไม่ใช่จ่ายไปครึ่งราคาตั้งแต่วันแรก โอนเข้าบัญชีที่ชื่อตรงกับผู้ครอบครองในเล่มเท่านั้น แล้วขอหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุจำนวนเงิน วันนัดโอน ยอดคงเหลือ ใครจ่ายค่าโอน และเงื่อนไขคืนมัดจำ
คนที่จะจัดไฟแนนซ์ต้องระวังเป็นพิเศษ ถ้าวางมัดจำก่อนแล้วไฟแนนซ์ไม่อนุมัติ อาจเสียเงินก้อนนั้นไปเปล่า ๆ ทางที่ปลอดภัยคือขออนุมัติเบื้องต้นก่อนวาง หรือเขียนในหลักฐานให้ชัดว่าคืนมัดจำเต็มจำนวนถ้าไฟแนนซ์ไม่อนุมัติ
สัญญาซื้อขายรถมือสองควรมีรายละเอียดอะไรบ้าง
สัญญาไม่ต้องยาว แต่ต้องมีรายการเหล่านี้
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขบัตรประชาชนของทั้งสองฝ่าย
- ทะเบียน ยี่ห้อ รุ่น ปี เลขตัวรถ และเลขเครื่องยนต์
- ราคา มัดจำ ยอดคงเหลือ และวิธีจ่าย
- วันส่งมอบรถและวันไปโอน
- ใครจ่ายค่าโอนและอากรแสตมป์
- สภาพรถตอนส่งมอบ และของที่ให้มาด้วย เช่น กุญแจสำรอง
- ภาระไฟแนนซ์ (ถ้ามี) และใครเป็นคนปิดยอด
- ลายเซ็นทั้งสองฝ่าย และพยานถ้ามี
เอกสารซื้อรถมือสองที่ต้องเตรียม ทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย

เอกสารแต่ละช่วงไม่เหมือนกัน ตารางนี้เรียงตามลำดับที่ต้องใช้
| ช่วง | ผู้ซื้อจ่ายเงินสด | ผู้ซื้อจัดไฟแนนซ์ | ผู้ขาย |
|---|---|---|---|
| วางมัดจำ ทำสัญญา | บัตรประชาชน | บัตรประชาชน | บัตรประชาชน และเล่มทะเบียนหรือสำเนา |
| ยื่นไฟแนนซ์ | ไม่ต้องใช้ | บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หลักฐานรายได้ รายการเดินบัญชี | สำเนาเล่มให้ไฟแนนซ์ประเมินรถ |
| วันโอนที่ขนส่ง | บัตรประชาชนตัวจริงและสำเนา | ทำตามที่ไฟแนนซ์นัด เพราะไฟแนนซ์เป็นผู้รับโอน | เล่มตัวจริง บัตรประชาชน แบบคำขอโอนและรับโอน |
ซื้อเงินสด ผู้ซื้อใช้เอกสารอะไร
ฝั่งผู้ซื้อที่จ่ายเงินสดเตรียมไม่มาก บัตรประชาชนตัวจริงกับสำเนาที่เซ็นรับรองแล้วแทบพอ ถ้าส่งคนอื่นไปโอนแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ รายการเอกสารวันโอนแบบเต็ม รวมกรณีพิเศษอย่างผู้ขายเป็นนิติบุคคล อยู่ในบทความเอกสารโอนรถ
ซื้อผ่านไฟแนนซ์ ต้องเตรียมอะไรเพิ่ม
ชุดพื้นฐานที่ไฟแนนซ์ส่วนใหญ่ขอ คือบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองรายได้ฉบับล่าสุด และรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน คนทำอาชีพอิสระหรือเจ้าของกิจการมักถูกขอหลักฐานรายได้เพิ่ม ช่วงเวลาของสลิปที่ขอก็ต่างกันไปตามแต่ละเจ้า ถามไฟแนนซ์ที่จะยื่นให้ชัดก่อน
เอกสารที่ผู้ขายต้องเตรียม
ผู้ขายต้องมีเล่มทะเบียนตัวจริง บัตรประชาชนตัวจริงและสำเนา และเซ็นแบบคำขอโอนและรับโอน ถ้าไปขนส่งด้วยตัวเองไม่ได้ ใช้หนังสือมอบอำนาจคู่กับสำเนาบัตรที่เซ็นรับรอง ถ้าผู้ขายเป็นบริษัท ต้องมีหนังสือรับรองบริษัทและหนังสือมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจลงนาม
จ่ายเงินและโอนรถที่ขนส่ง ทำยังไงให้ปลอดภัยทั้งสองฝ่าย
จ่ายเงินตอนไหน ด้วยวิธีไหน
จ่ายส่วนที่เหลือวันเดียวกับวันโอน ที่สำนักงานขนส่ง หลังจากเห็นเล่มตัวจริงและเอกสารของผู้ขายครบแล้ว วิธีที่ตรวจสอบย้อนหลังได้คือโอนผ่านธนาคารเข้าบัญชีชื่อผู้ครอบครองในเล่ม แล้วเก็บสลิปไว้คู่กับสัญญา เงินสดก้อนใหญ่ทั้งพกยากและพิสูจน์ยากถ้ามีปัญหาทีหลัง
ผู้ขายบางคนกังวลกลับกัน ว่าเซ็นเอกสารโอนไปแล้วผู้ซื้อจะไม่จ่าย ทางออกคือโอนเงินต่อหน้ากันที่ขนส่ง ให้ผู้ขายเช็กยอดเข้าในแอปธนาคารก่อน แล้วค่อยยื่นเรื่องโอนพร้อมกัน
วันโอนที่ขนส่ง ผู้ซื้อต้องทำอะไรบ้าง
ผู้ซื้อกับผู้ขายไปที่สำนักงานขนส่งที่รถคันนั้นจดทะเบียนอยู่ ยื่นคำขอโอน นำรถเข้าตรวจ จ่ายค่าธรรมเนียม แล้วรอรับเล่มที่มีชื่อผู้ซื้อเป็นผู้ครอบครอง ถ้าผู้ซื้ออยู่คนละจังหวัดและอยากย้ายทะเบียนมาใกล้บ้าน เป็นอีกขั้นตอนแยกจากการโอน
กฎหมายให้แจ้งโอนภายใน 15 วันนับจากวันซื้อขาย ถ้าเกินมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 17 และมาตรา 60 การซื้อแบบเซ็นเอกสารโอนไว้ก่อนแล้วไม่ไปโอนจริง ที่เรียกกันว่าโอนลอย ทำให้ชื่อในเล่มยังเป็นของคนขาย เสี่ยงทั้งสองฝ่ายถ้ารถไปเกิดเรื่อง รายการเอกสารและค่าธรรมเนียมแบบละเอียดอยู่ในบทความเอกสารโอนรถ
รถยังติดไฟแนนซ์ของผู้ขาย ต้องปิดยอดก่อนโอน
รถที่ยังผ่อนอยู่ต้องปิดยอดกับไฟแนนซ์ก่อน แล้วค่อยโอน ทำได้ 2 แบบ
แบบแรก ผู้ขายปิดยอดเอง รอเล่มคืน แล้วค่อยนัดโอน ttb ระบุว่าหลังปิดยอดใช้เวลาประมาณ 15 วันทำการกว่าจะได้เล่มคืน ช่วงนี้ผู้ซื้อวางแค่มัดจำ ไม่ต้องจ่ายเต็ม
แบบที่สอง ผู้ซื้อจ่ายยอดปิดบัญชีตรงให้ไฟแนนซ์ ไปพร้อมผู้ขาย และขอหนังสือยืนยันยอดปิดบัญชีจากไฟแนนซ์ก่อนโอนเงิน ส่วนต่างระหว่างราคารถกับยอดปิดบัญชี ค่อยจ่ายผู้ขายตอนโอนเสร็จ บางไฟแนนซ์เปิดให้โอนสิทธิ์สัญญาเช่าซื้อให้ผู้ซื้อผ่อนต่อ แต่ต้องผ่านการพิจารณาของไฟแนนซ์เหมือนยื่นกู้ใหม่
ซื้อรถมือสองต้องจ่ายอะไรบ้าง นอกจากราคารถ
ค่าใช้จ่ายที่ขนส่งเรียกเก็บตอนโอนรถยนต์มีไม่กี่รายการ ตัวที่ก้อนใหญ่สุดคืออากรแสตมป์
| รายการ | จ่ายเท่าไหร่ | ใครจ่าย |
|---|---|---|
| ค่าคำขอ | 5 บาท | ตกลงกัน |
| ค่าธรรมเนียมโอน | 100 บาท | ตกลงกัน |
| อากรแสตมป์ | 0.5% ของราคาประเมินรถ (500 บาทต่อทุก 100,000 บาท) | ตามกฎหมายคือผู้ออกใบรับหรือผู้ขาย แต่มักตกลงกันเอง |
| ค่าตรวจสภาพที่ขนส่ง | 50 บาท เมื่อต้องนำรถเข้าตรวจ | ตกลงกัน |
| ค่าเปลี่ยนป้ายทะเบียน | 200 บาท เฉพาะถ้าขอเปลี่ยน | คนที่ขอเปลี่ยน |
| ค่าช่างตรวจรถก่อนซื้อ | ตามอู่ | ผู้ซื้อ |
| ประกันภัยภาคสมัครใจ | ตามกรมธรรม์ | ผู้ซื้อ |
| ภาษีรถและ พ.ร.บ. ถ้าใกล้หมด | ตามรถ | ตกลงกัน |
ตัวอย่าง รถที่ราคาประเมิน 300,000 บาท อากรแสตมป์จะอยู่ที่ 1,500 บาท รวมค่าคำขอ ค่าโอน และค่าตรวจสภาพ ยอดที่ขนส่งประมาณ 1,655 บาท อากรคิดจากราคาประเมินของกรมการขนส่งทางบก ไม่ใช่ราคาที่ตกลงซื้อขายกัน เรื่องใครจ่ายอะไร ให้เขียนไว้ในสัญญาตั้งแต่แรก จะไม่ต้องมาเถียงกันหน้าเคาน์เตอร์
วันรับรถและหลังได้รถ ต้องทำอะไรต่อ
ของที่ต้องได้รับจากผู้ขายวันรับรถ
เช็กให้ครบก่อนขับออกไป
- เล่มทะเบียนที่มีชื่อเราเป็นผู้ครอบครอง ถ้าผ่อนกับไฟแนนซ์ เล่มตัวจริงอยู่กับไฟแนนซ์
- สัญญาซื้อขายและใบรับเงิน
- กุญแจทุกดอก รวมกุญแจสำรอง
- ป้ายภาษี และกรมธรรม์ พ.ร.บ.
- สมุดบันทึกการเข้าศูนย์และคู่มือรถ
- เอกสารประกันภัยภาคสมัครใจ ถ้ามี
กุญแจสำรองเป็นของที่ตามเอาทีหลังยากที่สุด และทำใหม่ราคาไม่ถูก
ประกันภัย พ.ร.บ. และภาษีรถ
พ.ร.บ. ผูกกับตัวรถ ความคุ้มครองไปกับรถแม้เปลี่ยนเจ้าของ ประกันภาคสมัครใจต้องดูที่กรมธรรม์ ถ้าเป็นแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับ ความคุ้มครองไปกับรถ แต่ควรแจ้งบริษัทประกันเปลี่ยนชื่อผู้เอาประกัน ถ้าเป็นแบบระบุชื่อผู้ขับ ต้องแจ้งบริษัทประกันก่อนเจ้าของใหม่จะได้รับความคุ้มครองเต็ม ไม่อย่างนั้นเสี่ยงเคลมไม่ได้ ขอให้ผู้ขายอย่าเพิ่งยกเลิกกรมธรรม์จนกว่าจะโอนเสร็จ
เรื่องภาษี จดวันครบกำหนดต่อภาษีครั้งถัดไปไว้ รถยนต์นั่งที่อายุเกิน 7 ปีต้องผ่านการตรวจสภาพก่อนต่อภาษี รายละเอียดค่าใช้จ่ายอยู่ในบทความค่า พ.ร.บ. และภาษีรถยนต์
ทำไมต้องซื้อรถมือสองกับ Talata
Talata รวมประกาศรถยนต์มือสองจากเจ้าของรถและผู้ขายหลายรายไว้ในหมวดเดียว กรองตามยี่ห้อ รุ่น ปี ราคา และจังหวัดได้ เทียบหลายคันแล้วทักคุยกับผู้ขายได้โดยตรง ขอรูปเล่มหรือถามเรื่องภาระไฟแนนซ์ได้ตั้งแต่ก่อนนัดดู ส่วนคนที่อยากขายรถก็ลงประกาศให้คนที่กำลังหารถเจอได้ง่าย
ก่อนตัดสินใจ เช็กชื่อในเล่ม สภาพรถ และวิธีจ่ายเงินให้ครบ เทียบหลายคันก่อนเลือก พอเจอคันที่ใช่ ค่อยเริ่มคุยรายละเอียดกับผู้ขายผ่าน Talata

คำถามที่พบบ่อย
ซื้อรถมือสองต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง
ผู้ซื้อที่จ่ายเงินสดใช้แค่บัตรประชาชนตัวจริงและสำเนา ผู้ขายต้องมีเล่มทะเบียนตัวจริง บัตรประชาชน และเซ็นแบบคำขอโอนและรับโอน ถ้าจัดไฟแนนซ์ ผู้ซื้อต้องเพิ่มทะเบียนบ้าน หลักฐานรายได้ และรายการเดินบัญชีย้อนหลัง
ซื้อรถมือสองแล้วต้องทำประกันใหม่ไหม
พ.ร.บ. คุ้มครองต่อตามตัวรถ ไม่ต้องทำใหม่จนกว่าจะหมดอายุ ประกันภาคสมัครใจแบบระบุชื่อผู้ขับต้องแจ้งบริษัทประกันเปลี่ยนเป็นชื่อเจ้าของใหม่ก่อน แบบไม่ระบุชื่อความคุ้มครองไปกับรถ แต่ควรแจ้งเปลี่ยนชื่อไว้ด้วย
ซื้อรถมือสองที่ยังติดไฟแนนซ์ได้ไหม
ได้ แต่ต้องปิดยอดกับไฟแนนซ์ก่อนจึงจะโอนได้ ผู้ขายปิดยอดเองแล้วรอเล่มคืน หรือผู้ซื้อจ่ายยอดปิดบัญชีตรงให้ไฟแนนซ์โดยมีหนังสือยืนยันยอดจากไฟแนนซ์ ห้ามโอนเงินทั้งหมดให้ผู้ขายก่อนเห็นว่าปิดยอดแล้ว
ซื้อรถแล้วต้องโอนภายในกี่วัน ถ้าไม่โอนเสี่ยงอะไร
ต้องแจ้งโอนภายใน 15 วันนับจากวันซื้อขาย เกินกำหนดมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ถ้าไม่โอนเลย ชื่อผู้ครอบครองในเล่มยังเป็นคนขาย ใบสั่งหรือคดีที่เกิดกับรถจะวิ่งไปหาคนขาย ส่วนผู้ซื้อจะต่อภาษี ขายต่อ หรือเคลมประกันได้ยาก
ผู้ซื้อขอวางมัดจำ ผู้ขายควรออกหลักฐานอะไรให้
ใบรับเงินมัดจำที่ระบุชื่อทั้งสองฝ่าย ทะเบียนรถ จำนวนเงิน วันนัดโอน ยอดคงเหลือ และเงื่อนไขคืนเงิน ถ้าผู้ซื้อจะจัดไฟแนนซ์ ควรตกลงกันไว้ในใบเดียวกันว่าจะทำอย่างไรถ้าไฟแนนซ์ไม่อนุมัติ
ผู้ขายไปขนส่งด้วยไม่ได้ ทำยังไง
ผู้ขายเซ็นหนังสือมอบอำนาจ แนบสำเนาบัตรประชาชนที่เซ็นรับรอง และเซ็นแบบคำขอโอนไว้ให้ ผู้รับมอบอำนาจนำบัตรประชาชนตัวจริงของตัวเองไปยื่นแทน ผู้ซื้อควรเห็นเอกสารชุดนี้ครบก่อนจ่ายเงินส่วนที่เหลือ
ขั้นตอนการซื้อรถมือสองใช้เวลากี่วัน
ซื้อเงินสดและเอกสารพร้อม ตั้งแต่ตกลงราคาจนโอนเสร็จจบในวันเดียวได้ จัดไฟแนนซ์ต้องเผื่อเวลาพิจารณาประมาณ 3–7 วันทำการ ถ้ารถยังติดไฟแนนซ์ของผู้ขาย ต้องบวกเวลารอเล่มคืนหลังปิดยอดอีกราว 15 วันทำการ
ซื้อรถมือสองต่างจังหวัด ต้องไปโอนที่ไหน
โอนที่สำนักงานขนส่งที่รถคันนั้นจดทะเบียนอยู่ ถ้าอยากย้ายทะเบียนมาจังหวัดที่อยู่ ต้องแจ้งย้ายออกจากจังหวัดเดิม แล้วแจ้งย้ายเข้าที่จังหวัดใหม่ภายใน 15 วัน
ชาวต่างชาติซื้อรถมือสองในไทยได้ไหม
ได้ แต่เอกสารฝั่งผู้ซื้อต่างจากคนไทย ใช้หนังสือเดินทางคู่กับหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่หรือใบอนุญาตทำงานแทนบัตรประชาชน รายละเอียดอยู่ในบทความต่างชาติซื้อรถในไทย




