ประกันชั้น 1, 2, 2+, 3, 3+ ต่างกันอย่างไร รถมือสองควรเลือกแบบไหน

ประกันรถยนต์แต่ละชั้นต่างกันหลักๆ 3 เรื่อง คือ ซ่อมรถเราไหม ต้องมีคู่กรณีไหม และคุ้มครองรถหายหรือไฟไหม้ไหม ชั้น 1 คุ้มครองกว้างที่สุด ส่วนชั้น 3 ดูแลแค่ความเสียหายของคนอื่น Talata แพลตฟอร์มที่รวมประกาศซื้อขายรถมือสองไว้ในที่เดียว สรุปความต่างทุกชั้นพร้อมวิธีเลือกให้เหมาะกับรถมือสองไว้ด้านล่าง เงื่อนไขจริงขึ้นกับกรมธรรม์ของแต่ละบริษัท ควรอ่านเอกสารก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ประกันรถยนต์มีกี่ชั้น และต่างจาก พ.ร.บ. ยังไง
ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ คือประกันที่เจ้าของรถเลือกซื้อเพิ่มเองเพื่อคุ้มครองตัวรถและความรับผิดต่อคนอื่นให้มากกว่าที่กฎหมายบังคับ ในตลาดไทยเจอได้ 5 แบบ คือ ชั้น 1, ชั้น 2, ชั้น 3 ตามกรมธรรม์มาตรฐาน และชั้น 2+ กับ 3+ ที่บริษัทประกันเพิ่มความคุ้มครองตัวรถกรณีชนกับรถคันอื่นเข้าไป
พ.ร.บ. เป็นคนละเรื่องกัน พ.ร.บ. คือประกันภาคบังคับที่รถทุกคันต้องมีตามกฎหมาย ใช้ประกอบการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี และคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลหรือค่าชดเชยของคนที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ไม่ได้จ่ายค่าซ่อมรถของใครเลย
แปลว่ารถหนึ่งคันมีได้ทั้ง พ.ร.บ. และประกันภาคสมัครใจพร้อมกัน แต่ภาคสมัครใจไม่สามารถใช้แทน พ.ร.บ. ได้ ถ้า พ.ร.บ. ขาด จะต่อภาษีไม่ได้ แม้จะมีประกันชั้น 1 อยู่ก็ตาม
ตารางเทียบความคุ้มครองประกันชั้น 1, 2, 2+, 3, 3+
| ความคุ้มครอง | ชั้น 1 | ชั้น 2+ | ชั้น 3+ | ชั้น 2 | ชั้น 3 |
|---|---|---|---|---|---|
| ชีวิตและร่างกายของคนอื่น | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง |
| ทรัพย์สินของคนอื่น (เช่น รถคู่กรณี) | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง |
| ซ่อมรถเรา ชนกับรถคันอื่นที่ระบุคู่กรณีได้ | คุ้มครอง | คุ้มครอง | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| ซ่อมรถเรา ไม่มีคู่กรณี (เช่น ถอยชนเสา) | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| รถหาย | คุ้มครอง | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| ไฟไหม้ | คุ้มครอง | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง | คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
| น้ำท่วม | คุ้มครอง | เฉพาะแผนที่ซื้อเพิ่ม | เฉพาะแผนที่ซื้อเพิ่ม | ไม่คุ้มครอง | ไม่คุ้มครอง |
อ่านตารางนี้ให้ง่ายขึ้นได้ด้วยคำถามเดียว ถ้ารถเราเสียหายแล้วอยากให้ประกันจ่ายค่าซ่อม เลือกได้แค่ชั้น 1, 2+ และ 3+ และถ้าอยากให้จ่ายแม้ไม่มีคู่กรณี มีแค่ชั้น 1
ประกันแต่ละชั้นคุ้มครองอะไรบ้าง
ประกันชั้น 1 คุ้มครองอะไรบ้าง
ประกันชั้น 1 คุ้มครองทั้งรถเรา คนอื่น และทรัพย์สินของคนอื่น รวมถึงกรณีชนโดยไม่มีคู่กรณี รถหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วม
ชั้นนี้เหมาะกับรถที่ยังมีมูลค่าสูง รถที่ยังผ่อนไม่หมด หรือคนที่ขับทุกวันในเมืองที่มีโอกาสเฉี่ยวชนบ่อย แลกมาด้วยเบี้ยที่สูงที่สุดในทุกชั้น
ประกันชั้น 2 คุ้มครองอะไรบ้าง
ประกันชั้น 2 คุ้มครองความเสียหายของคนอื่น รถหาย และไฟไหม้ แต่ไม่ซ่อมรถเราเมื่อเกิดการชน ไม่ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่ก็ตาม
ชั้นนี้เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องรถหายมากกว่าเรื่องชน เช่น จอดรถริมถนนเป็นประจำ แต่ขับไม่บ่อยและมั่นใจในการขับ
ประกันชั้น 2+ คุ้มครองอะไรบ้าง
ประกันชั้น 2+ คุ้มครองทุกอย่างของชั้น 2 และเพิ่มการซ่อมรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกที่ระบุคู่กรณีได้ เช่น รู้ทะเบียนรถอีกคัน หรือมีภาพจากกล้องหน้ารถ
จุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยคือคิดว่า 2+ ซ่อมรถเราทุกกรณี ความจริงคือถ้าเฉี่ยวกำแพง ถอยชนเสา หรือรถอีกคันขับหนีไปโดยไม่รู้ว่าเป็นใคร ประกัน 2+ จะไม่จ่ายค่าซ่อมรถเรา เรื่องน้ำท่วมก็เช่นกัน 2+ จะคุ้มครองเฉพาะเมื่อซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มไว้ ต้องดูในตารางกรมธรรม์ให้ชัด
ประกันชั้น 3 คุ้มครองอะไรบ้าง
ประกันชั้น 3 คุ้มครองเฉพาะความเสียหายที่เราทำให้คนอื่น ทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ไม่คุ้มครองตัวรถเราเลย ทั้งกรณีชน รถหาย และไฟไหม้
ข้อดีคือเบี้ยต่ำที่สุด เหมาะกับรถเก่าที่มูลค่าเหลือน้อย จนค่าซ่อมบางครั้งใกล้เคียงหรือสูงกว่าราคารถ หรือรถที่ใช้แค่ในระยะใกล้ๆ นานๆ ครั้ง
ประกันชั้น 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง
ประกันชั้น 3+ คุ้มครองความเสียหายของคนอื่นเหมือนชั้น 3 และเพิ่มการซ่อมรถเราเมื่อชนกับยานพาหนะทางบกที่ระบุคู่กรณีได้ แต่ไม่คุ้มครองรถหายและไฟไหม้
ชั้นนี้นิยมกับรถอายุหลายปีที่ยังใช้งานทุกวัน เจ้าของอยากให้มีคนจ่ายค่าซ่อมเวลาโดนชน แต่ไม่อยากจ่ายเบี้ยระดับชั้น 1
ประกันแต่ละชั้นต่างกันตรงไหน เทียบทีละคู่
ประกันชั้น 2 กับ 2+ ต่างกันยังไง
ต่างกันตรงที่ 2+ ซ่อมรถเราเมื่อชนกับรถคันอื่นที่มีคู่กรณี ส่วนชั้น 2 ไม่ซ่อมรถเราเลยเวลาชน ทั้งสองแบบคุ้มครองรถหายและไฟไหม้เหมือนกัน ถ้าขับในเมืองหรือใช้รถทุกวัน 2+ มักคุ้มกว่า เพราะเบี้ยเพิ่มไม่มากเมื่อเทียบกับค่าซ่อมที่อาจต้องจ่ายเอง
ประกันชั้น 3 กับ 3+ ต่างกันยังไง
ต่างกันตรงที่ 3+ ซ่อมรถเราเมื่อชนกับรถคันอื่นที่มีคู่กรณี ส่วนชั้น 3 ไม่ซ่อมรถเราในกรณีใดเลย ทั้งคู่ไม่คุ้มครองรถหายและไฟไหม้ ถ้ารถยังพอมีราคาและออกถนนบ่อย 3+ ช่วยลดโอกาสต้องควักเงินซ่อมเองหลังโดนชน
ประกัน 2+ กับ 3+ ต่างกันยังไง
ต่างกันตรงที่ 2+ คุ้มครองรถหายและไฟไหม้ แต่ 3+ ไม่คุ้มครอง ส่วนเรื่องซ่อมรถเราเมื่อชนกับรถคันอื่นที่มีคู่กรณี ทั้งสองแบบให้เหมือนกัน คนที่จอดรถนอกบ้าน จอดในที่สาธารณะบ่อย หรือรถรุ่นที่มีข่าวถูกขโมยบ่อย ควรมองที่ 2+ ส่วนคนที่มีที่จอดปลอดภัย 3+ ช่วยประหยัดเบี้ยได้
ประกันชั้น 1 กับ 2+ เลือกแบบไหนคุ้มกว่า
ชั้น 1 คุ้มกว่าเมื่อรถยังมีมูลค่าสูง หรือเจ้าของต้องการให้ประกันจ่ายแม้ไม่มีคู่กรณี ส่วน 2+ คุ้มกว่าเมื่อรถอายุหลายปีและผู้ขับมั่นใจว่าโอกาสชนเองโดยไม่มีคู่กรณีต่ำ
วิธีคิดง่ายๆ คือเอาส่วนต่างเบี้ยต่อปีระหว่างชั้น 1 กับ 2+ มาเทียบกับค่าซ่อมครั้งหนึ่งที่ต้องจ่ายเองถ้าถอยชนเสาหรือเฉี่ยวกำแพง ถ้าส่วนต่างเบี้ยใกล้เคียงค่าซ่อมแค่ครั้งเดียว 2+ มักเป็นทางที่สมเหตุสมผลกว่า
ซื้อรถมือสองควรทำประกันชั้นไหน ดูจากอะไรบ้าง
ไม่มีสูตรตายตัวว่ารถอายุกี่ปีต้องทำชั้นไหน สิ่งที่ควรดูจริงๆ คือ รถยังผ่อนอยู่ไหม มูลค่ารถเหลือเท่าไหร่เมื่อเทียบกับเบี้ยต่อปี จอดรถที่ไหน และใช้รถบ่อยแค่ไหน
รถยังติดไฟแนนซ์
ถ้าซื้อรถมือสองด้วยการผ่อน ไฟแนนซ์ส่วนใหญ่มักกำหนดให้ทำประกันชั้น 1 และให้ไฟแนนซ์เป็นผู้รับประโยชน์ เพราะรถยังเป็นทรัพย์สินที่ไฟแนนซ์ถือกรรมสิทธิ์อยู่ ชื่อในเล่มทะเบียนช่องผู้ถือกรรมสิทธิ์จึงเป็นไฟแนนซ์ ส่วนผู้ซื้อเป็นผู้ครอบครอง เงื่อนไขนี้ต่างกันไปตามสัญญา ควรถามให้ชัดตั้งแต่ตอนเซ็นสัญญาเช่าซื้อ
รถอายุน้อยหรือราคายังสูง
รถที่ยังมีมูลค่าสูง ความเสียหายครั้งเดียวอาจเป็นเงินหลายหมื่นบาท ชั้น 1 ช่วยให้ไม่ต้องแบกค่าซ่อมเองในทุกกรณี ถ้าอยากซ่อมศูนย์บริการ ต้องดูเงื่อนไขอายุรถที่บริษัทรับซ่อมห้างด้วย
รถเก่าที่มูลค่าเหลือไม่มาก
เมื่อราคารถลดลงจนเบี้ยชั้น 1 ต่อปีเป็นสัดส่วนสูงเมื่อเทียบกับมูลค่ารถ ชั้น 3+ หรือชั้น 3 มักเป็นทางที่สมเหตุสมผลกว่า โดยเฉพาะรถที่ใช้ไม่บ่อยหรือมีที่จอดปลอดภัย จุดที่ไม่ควรประหยัดคือความคุ้มครองคนอื่น เพราะค่าเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของคู่กรณีอาจสูงกว่าราคารถเราหลายเท่า
จอดนอกบ้านหรืออยู่ในพื้นที่น้ำท่วมบ่อย
ถ้าจอดรถริมถนนหรือในที่สาธารณะเป็นประจำ ความเสี่ยงรถหายสำคัญกว่า ควรเลือกชั้นที่มีความคุ้มครองรถหาย คือ 1, 2+ หรือ 2 ส่วนบ้านที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำทุกปี ชั้น 1 หรือแผน 2+ ที่ระบุความคุ้มครองน้ำท่วมจะช่วยได้มากกว่า
รถมือสองทำประกันชั้น 1 ได้ไหม ต้องเตรียมอะไร

รถมือสองทำประกันชั้น 1 ได้ ถ้าอายุรถและสภาพรถอยู่ในเกณฑ์ที่บริษัทประกันรับ รถยิ่งอายุมาก ตัวเลือกบริษัทยิ่งน้อยลง และบางบริษัทพิจารณาจากรุ่นรถกับความยากง่ายในการหาอะไหล่ด้วย
สิ่งที่รถมือสองส่วนใหญ่ต้องเจอคือการตรวจสภาพรถก่อนรับประกัน บริษัทจะให้ถ่ายรูปรถรอบคันหรือส่งเจ้าหน้าที่มาดู เพื่อบันทึกรอยเดิมก่อนเริ่มคุ้มครอง รอยที่มีอยู่ก่อนวันทำประกันจะเคลมย้อนหลังไม่ได้
เอกสารที่ควรเตรียม
- สำเนาเล่มทะเบียนรถ หรือหน้ารายการจดทะเบียน
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้เอาประกัน
- รูปถ่ายรถรอบคัน และรูปเลขไมล์ ถ้าบริษัทขอ
- ชื่อและเลขบัตรประชาชนหรือเลขใบขับขี่ของผู้ขับขี่ที่จะระบุในกรมธรรม์ (ได้สูงสุด 5 คน)
ก่อนยื่นทำประกัน ควรเช็คประวัติรถมือสองก่อน โดยเฉพาะประวัติชนหนักและน้ำท่วม เพราะเป็นเรื่องที่บริษัทประกันให้ความสำคัญ และยังบอกได้ว่ารถคันนั้นคุ้มกับเบี้ยชั้น 1 หรือไม่
ซื้อรถมือสองที่ประกันเดิมยังไม่หมด ต้องทำยังไงต่อ
ประกันภาคสมัครใจที่ยังไม่หมดอายุมีทางเลือกหลัก 2 ทาง คือ โอนความคุ้มครองให้ผู้ซื้อใช้ต่อ หรือให้ผู้ขายยกเลิกกรมธรรม์แล้วรับเบี้ยคืนตามวันที่เหลือ ทั้งสองทางขึ้นกับเงื่อนไขของบริษัทประกันเจ้านั้น
ฝั่งผู้ซื้อ ถ้าตกลงรับประกันเดิมไว้ ให้ขอกรมธรรม์ตัวจริงจากผู้ขาย แล้วนำสำเนาบัตรประชาชนของผู้ขาย หนังสือยินยอม และหลักฐานการซื้อขายไปแจ้งบริษัทประกันเพื่อเปลี่ยนชื่อผู้เอาประกัน จุดที่ต้องระวังมากขึ้นคือชื่อผู้ขับขี่ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ประกันภาคสมัครใจของรถยนต์ส่วนบุคคลเป็นแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ทั้งหมด ระบุได้สูงสุด 5 คน กรมธรรม์ที่รับต่อจากผู้ขายจึงมีชื่อคนขับเป็นคนของผู้ขาย ผู้ซื้อต้องแจ้งบริษัทให้เพิ่มชื่อตัวเองและคนในบ้านที่จะขับ ถ้าไม่แจ้งแล้วคนที่ไม่มีชื่อขับไปชนโดยเป็นฝ่ายผิด ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก 2,000 บาทสำหรับทรัพย์สินของคู่กรณี และ 6,000 บาทสำหรับรถของเรา
ฝั่งผู้ขาย ถ้าผู้ซื้อจะทำประกันใหม่เอง ผู้ขายแจ้งยกเลิกกับบริษัทได้ และจะได้เบี้ยคืนตามจำนวนวันที่เหลือตามอัตราที่ คปภ. กำหนด ซึ่งมักได้คืนไม่เต็มสัดส่วนวัน
ส่วน พ.ร.บ. ผูกกับตัวรถ แม้ชื่อในกรมธรรม์ยังเป็นของเจ้าของเก่า ก็ยังคุ้มครองผู้ประสบภัยตามปกติ ผู้ซื้อควรจดวันหมดอายุไว้ เพราะต้องใช้ พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุตอนต่อภาษีปีถัดไป เรื่องประกันทั้งหมดนี้ควรจัดการไปพร้อมกับการโอนรถที่ขนส่ง ซึ่งต้องเตรียมเอกสารโอนรถและค่าโอนรถยนต์ไว้ล่วงหน้า
ทำไมเบี้ยประกันแต่ละชั้นถึงต่างกัน
เบี้ยต่างกันเพราะความคุ้มครองต่างกันเป็นหลัก ยิ่งชั้นไหนจ่ายค่าซ่อมรถเราในหลายกรณี เบี้ยยิ่งสูง นอกจากชั้นแล้ว ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ทำให้รถสองคันในชั้นเดียวกันจ่ายเบี้ยไม่เท่ากัน
- รุ่น ยี่ห้อ และอายุรถ ค่าอะไหล่แพงหรือรุ่นที่ถูกขโมยบ่อย เบี้ยมักสูงขึ้น
- ทุนประกัน ยิ่งตั้งทุนสูง เบี้ยยิ่งสูง ทุนที่ต่ำเกินจริงทำให้ได้เงินไม่พอเวลารถหายหรือเสียหายทั้งคัน
- ซ่อมห้างหรือซ่อมอู่ ซ่อมห้างเบี้ยสูงกว่า
- ค่าเสียหายส่วนแรก ถ้ายอมรับส่วนแรกเองบางส่วน เบี้ยจะลดลง
- ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อ และประวัติการขับขี่ กรมธรรม์ใหม่ให้ส่วนลดตามพฤติกรรมการขับขี่สูงสุด 40% สำหรับคนที่ไม่มีประวัติอุบัติเหตุหรือการเคลม
เวลาเทียบใบเสนอราคาหลายเจ้า ให้ดูทุนประกันกับค่าเสียหายส่วนแรกคู่กันเสมอ เบี้ยที่ถูกกว่าบางครั้งมาจากทุนที่ต่ำหรือส่วนแรกที่สูงกว่า ตรวจรายละเอียดเหล่านี้ให้ครบ แล้วค่อยตัดสินใจ เช่นเดียวกับตอนเลือกรถมือสอง การเทียบหลายตัวเลือกก่อนช่วยให้ได้ของที่ตรงกับการใช้งานจริง เมื่อเจอรถที่ใช่แล้ว เริ่มคุยกับผู้ขายผ่าน Talata ได้เลย
ซื้อหรือขายรถมือสองกับ Talata ดียังไง?
สำหรับผู้ซื้อ Talata รวมประกาศรถมือสองจากหลายผู้ขายไว้ในที่เดียว กรองตามรุ่น ปี และช่วงราคาได้ แล้วเทียบหลายคันก่อนตัดสินใจ ติดต่อผู้ขายได้โดยตรงเพื่อถามเรื่องประกันที่ยังเหลือ ประวัติเคลม หรือนัดดูรถ
สำหรับผู้ขาย การลงประกาศบน Talata ทำได้ไม่ยาก ระบุรายละเอียดรถให้ครบ รวมถึงชั้นประกันและวันหมดอายุ ช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้เร็วขึ้น ตรวจเอกสารรถและกรมธรรม์ให้พร้อมก่อนนัดดูรถ แล้วเริ่มได้เลยบน Talata
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อรถมือสองต้องทำประกันไหม
ต้องมี พ.ร.บ. ที่ยังไม่หมดอายุเสมอ เพราะเป็นประกันภาคบังคับตามกฎหมาย ส่วนประกันภาคสมัครใจไม่บังคับ ยกเว้นซื้อด้วยไฟแนนซ์ที่มักกำหนดให้ทำ ถ้าประกันเดิมของรถยังไม่หมด ตกลงกับผู้ขายได้ว่าจะโอนใช้ต่อหรือทำใหม่
ประกันชั้น 1 รับรถอายุกี่ปี
ไม่มีตัวเลขกลางที่ทุกบริษัทใช้ แต่ละบริษัทกำหนดอายุรถสูงสุดที่รับทำชั้น 1 ไม่เท่ากัน รถอายุเกิน 10 ปีบางบริษัทยังรับ ถ้าสภาพรถสมบูรณ์และเป็นรุ่นที่หาอะไหล่ได้ง่าย ควรขอใบเสนอราคาจากหลายบริษัทพร้อมแจ้งปีรถให้ชัด
ประกันชั้น 1 ซ่อมห้างได้กี่ปี
หลายบริษัทให้ซ่อมห้างกับรถอายุไม่เกินราว 5 ปี บางบริษัทมีแผนซ่อมศูนย์สำหรับรถที่เก่ากว่านั้นแต่เบี้ยสูงขึ้น กรมธรรม์แบบใหม่แยกการซ่อมศูนย์บริการเป็นเอกสารแนบท้ายและคิดเบี้ยแยก ควรดูในตารางกรมธรรม์ว่าระบุซ่อมอู่หรือซ่อมศูนย์ก่อนจ่ายเงิน
ต่อประกันปีถัดไป เปลี่ยนจากชั้น 1 เป็น 2+ หรือ 3+ ได้ไหม
ได้ เพราะการต่ออายุคือการเลือกแผนใหม่สำหรับปีถัดไป เปลี่ยนชั้นได้ตามที่บริษัทรับประกัน กรมธรรม์แบบใหม่คิดส่วนลดจากประวัติการขับขี่ของผู้ขับที่ระบุชื่อ ซึ่งเช็กได้เองผ่านแอปทางรัฐหรือ LINE คปภ.รอบรู้ ควรถามบริษัทด้วยว่าเมื่อเปลี่ยนชั้นแล้วจะคิดส่วนลดให้เท่าไหร่
ประวัติเคลมประกันมีผลกับราคาขายรถมือสองไหม
มีผลทางอ้อม ผู้ซื้อหลายคนขอดูประวัติเคลมเพื่อประเมินว่ารถเคยชนหนักไหม ถ้าเคลมแค่รอยขีดข่วนเล็กๆ มักไม่กระทบราคามาก แต่ประวัติชนหนักหรือน้ำท่วมทำให้ต่อรองราคาได้มากขึ้น ผู้ขายที่บอกข้อมูลตรงๆ ตั้งแต่แรกมักปิดการขายง่ายกว่า
ควรบอกเรื่องประกันที่ยังเหลือในประกาศขายรถไหม
ควรบอก เพราะประกันที่ยังเหลือหลายเดือนช่วยให้ผู้ซื้อไม่ต้องจ่ายเบี้ยก้อนใหม่ทันที ระบุชั้นประกัน วันหมดอายุ และบอกว่าโอนให้ได้หรือจะยกเลิก ข้อมูลส่วนนี้ช่วยให้ผู้ซื้อเทียบกับคันอื่นได้ง่ายขึ้น
รถชนเองไม่มีคู่กรณี ประกันชั้นไหนจ่ายค่าซ่อม
มีแค่ประกันชั้น 1 ที่จ่ายค่าซ่อมรถเราเมื่อไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยชนเสา หรือเฉี่ยวกำแพง ชั้น 2+ และ 3+ จ่ายเฉพาะเมื่อชนกับรถคันอื่นที่ระบุคู่กรณีได้ ส่วนชั้น 2 และ 3 ไม่ซ่อมรถเราจากการชนเลย
คนขับไม่ได้ระบุชื่อในกรมธรรม์ ถ้าชนแล้วประกันยังจ่ายไหม
ยังจ่าย แต่ถ้าคนขับที่ไม่ได้ระบุชื่อเป็นฝ่ายผิด เจ้าของรถต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกเอง 2,000 บาทสำหรับทรัพย์สินของคู่กรณี และ 6,000 บาทสำหรับรถของเรา กฎนี้ใช้กับประกันรถยนต์ส่วนบุคคลทุกคันตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถ้ามีคนในบ้านหรือคนใหม่ที่จะขับรถเป็นประจำ ควรแจ้งเพิ่มชื่อในกรมธรรม์ไว้ก่อน
ประกันชั้น 3 ดีไหม
ประกันชั้น 3 ดีสำหรับรถเก่าที่มูลค่าเหลือน้อยและใช้ไม่บ่อย เพราะเบี้ยต่ำและยังคุ้มครองความเสียหายที่เราทำให้คนอื่น แต่ถ้ารถยังมีราคา หรือออกถนนทุกวัน ชั้น 3+ ที่ซ่อมรถเราเมื่อมีคู่กรณีมักคุ้มกว่าเมื่อเทียบกับเบี้ยที่เพิ่มขึ้น





