เช็คประวัติรถมือสองก่อนซื้อ ต้องดูอะไรบ้าง ตั้งแต่ทะเบียน ไฟแนนซ์ จนถึงประวัติเคลมและเข้าศูนย์

เช็คประวัติรถมือสองก่อนซื้อให้ครบ 5 เรื่อง คือ เล่มทะเบียนและผู้ถือกรรมสิทธิ์ ภาษีกับการอายัด สถานะไฟแนนซ์ ประวัติชนหรือเคลม และประวัติเข้าศูนย์ บางเรื่องผู้ซื้อเช็คเองได้จากตัวรถและเอกสาร บางเรื่องต้องให้เจ้าของรถเปิดข้อมูลให้ดู ถ้าเจอรถที่สนใจบน Talata ซึ่งรวมประกาศรถมือสองจากเจ้าของและผู้ขายไว้ในที่เดียว ทักถามข้อมูลเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนนัดดูรถได้เลย
เช็คประวัติรถมือสอง ต้องดูอะไรบ้าง
เช็คประวัติรถ คือ การตรวจข้อมูลย้อนหลังของรถคันที่จะซื้อจากเอกสาร หน่วยงาน และร้านที่เคยดูแลรถ เพื่อยืนยันว่าคนขายมีสิทธิ์ขายจริง รถไม่มีภาระค้าง และสภาพรถตรงกับที่บอกไว้
ปัญหาคือข้อมูลพวกนี้ไม่ได้อยู่ในระบบเดียว และหลายอย่างเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของรถ คนนอกจึงค้นเองไม่ได้ ตารางนี้สรุปว่าแต่ละเรื่องเช็คจากไหน และใครเป็นคนเปิดข้อมูลได้
| เรื่องที่ต้องเช็ค | เช็คจากอะไร | ผู้ซื้อเช็คเองได้ไหม | ถ้าเจอปัญหาหมายความว่าอะไร |
|---|---|---|---|
| เล่มทะเบียนและผู้ถือกรรมสิทธิ์ | เล่มทะเบียนตัวจริง บัตรประชาชนผู้ขาย เลขตัวถังที่ตัวรถ | ได้ ถ้าผู้ขายยอมให้ดูเล่มตัวจริง (รถติดไฟแนนซ์ เล่มตัวจริงอยู่กับบริษัทไฟแนนซ์) | ชื่อไม่ตรงหรือเลขไม่ตรง อาจเป็นรถที่ขายแทนคนอื่น หรือรถสวมทะเบียน |
| ภาษี การอายัด รถแจ้งหาย | ป้ายภาษี ใบเสร็จต่อภาษี ระบบของกรมการขนส่งทางบก | เช็คป้ายภาษีได้เอง ส่วนระบบออนไลน์ต้องใช้ข้อมูลของผู้ครอบครอง | ภาษีขาดต้องจ่ายย้อนหลัง รถถูกอายัดอาจโอนไม่ได้ |
| สถานะไฟแนนซ์ | ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในเล่ม ยอดปิดบัญชีจากบริษัทไฟแนนซ์ | ดูชื่อในเล่มหรือสำเนาเล่มได้เอง ยอดปิดต้องให้ผู้ขายขอ | ผู้ขายต้องปิดยอดก่อนโอน ถ้าจ่ายเงินผิดขั้นตอนเสี่ยงเสียเงินฟรี |
| ประวัติชน เคลม จมน้ำ | สภาพรถจริง ประวัติเคลมในแอปประกันของเจ้าของ ช่างตรวจสภาพ | ดูสภาพรถได้เอง ประวัติเคลมต้องให้เจ้าของเปิดให้ดู | รถเคยชนหนักหรือจมน้ำ มีผลกับความปลอดภัยและราคาขายต่อ |
| ประวัติเข้าศูนย์และแคมเปญเรียกคืน | Book Service ใบเสร็จศูนย์ เว็บตรวจแคมเปญของแบรนด์ | ประวัติศูนย์ต้องให้เจ้าของเปิดให้ดู ส่วนแคมเปญเรียกคืนของบางแบรนด์เช็คเองได้ด้วยเลขตัวถัง | ประวัติขาดช่วงหรือไมล์ไม่ต่อเนื่อง ต้องตรวจสภาพละเอียดขึ้น |
ลำดับที่ใช้ได้จริงคือเริ่มจากเรื่องที่เช็คเองได้ก่อน แล้วค่อยขอข้อมูลส่วนที่เหลือจากผู้ขาย ถ้าผู้ขายไม่ยอมเปิดเรื่องไหนเลย นั่นก็เป็นข้อมูลอย่างหนึ่งที่ช่วยตัดสินใจได้เหมือนกัน
เช็คทะเบียนและผู้ถือกรรมสิทธิ์จากเล่มทะเบียน
เล่มทะเบียน (สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ) คือเอกสารที่บอกได้มากที่สุดในครั้งเดียว ขอดูเล่มตัวจริงทุกครั้งก่อนจ่ายเงิน รูปถ่ายเล่มที่ส่งมาในแชตใช้คัดรถเบื้องต้นได้ แต่ยืนยันอะไรไม่ได้ เพราะอาจเป็นรูปเก่าก่อนมีการเปลี่ยนแปลง ข้อยกเว้นเดียวคือรถที่ยังผ่อนอยู่ ระหว่างผ่อนเล่มตัวจริงอยู่กับบริษัทไฟแนนซ์ ผู้ขายจะมีแค่สำเนา กรณีนี้ใช้วิธีตามหัวข้อรถติดไฟแนนซ์ด้านล่างแทน
ในเล่มมีชื่อ 2 ช่องที่หลายคนอ่านปนกัน ผู้ถือกรรมสิทธิ์คือเจ้าของรถตามกฎหมาย ส่วนผู้ครอบครองคือคนที่ใช้รถอยู่ ถ้ารถยังผ่อนไม่หมด ผู้ถือกรรมสิทธิ์จะเป็นบริษัทไฟแนนซ์ และผู้ครอบครองเป็นคนผ่อน ถ้ารถผ่อนหมดแล้ว ชื่อสองช่องนี้มักเป็นคนเดียวกัน ให้เทียบชื่อกับบัตรประชาชนตัวจริงของคนที่มาขาย ถ้าคนขายไม่ใช่คนในเล่ม ต้องมีหนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถ และควรคุยกับเจ้าของรถโดยตรงอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
รายละเอียดว่าเล่มแต่ละหน้ามีอะไรบ้าง อ่านต่อได้ในบทความเล่มทะเบียนรถ
เลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ต้องตรงกับเล่ม
เลขตัวถัง (VIN) กับเลขเครื่องยนต์ที่ตัวรถต้องตรงกับในเล่มทุกตัว เลขตัวถังเป็นรหัส 17 หลัก มีพิมพ์อยู่ในเล่มทะเบียนและป้ายภาษีด้วย ส่วนที่ตัวรถ ตำแหน่งต่างกันตามยี่ห้อและรุ่น ตัวอย่างจากผู้ผลิต รถเก๋งโตโยต้าปั๊มไว้ที่คานยึดขาเก้าอี้คนขับและมีสติกเกอร์ที่เสาประตูฝั่งซ้าย รถกระบะโตโยต้าปั๊มที่ซุ้มล้อหลังขวาและมีเพลทในห้องเครื่องหลังไฟหน้าซ้าย ส่วนฮอนด้ามีแผ่นโลหะที่ฐานประตูหน้าฝั่งผู้โดยสาร รุ่นอื่นดูได้จากคู่มือรถ
ระวังเลขที่มีรอยขูด รอยตอกซ้ำ ตัวเลขเอียงไม่เท่ากัน หรือมีสีพ่นทับเฉพาะจุด สัญญาณแบบนี้เจอในรถที่ถูกสวมทะเบียน คือเอารถที่ถูกขโมยมาใส่ทะเบียนและเลขของรถอีกคัน ถ้าเห็นอะไรผิดปกติ ไม่ต้องคุยต่อ
ดูรายการเปลี่ยนแปลงในเล่ม เปลี่ยนสี เปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนมือ
หน้ารายการจดทะเบียนบอกประวัติที่คนขายไม่ค่อยเล่าเอง เช่น วันจดทะเบียนครั้งแรก จำนวนครั้งที่เปลี่ยนเจ้าของ การเปลี่ยนสี และการเปลี่ยนเครื่องยนต์
รถที่เปลี่ยนมือบ่อยในเวลาสั้นๆ ควรถามเหตุผล ส่วนสีรถจริงต้องตรงกับในเล่ม ถ้าเจ้าของเปลี่ยนสีแล้วไม่ได้แจ้ง กฎหมายกำหนดให้แจ้งภายใน 7 วันนับแต่วันเปลี่ยนสี ตามมาตรา 13 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522 และมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท การโอนรถต้องนำรถเข้าตรวจสภาพที่ขนส่งก่อน (ยกเว้นการโอนจากบริษัทไฟแนนซ์ให้ผู้เช่าซื้อตอนปิดบัญชี) ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเทียบตัวรถกับรายการในเล่ม จึงควรให้ผู้ขายแจ้งเปลี่ยนสีให้เรียบร้อยก่อนวันโอน
เช็คภาษี การอายัด และรถแจ้งหาย
เรื่องแรกที่ดูได้ทันทีคือป้ายภาษีที่กระจกหน้า วันที่ในป้ายบอกว่าภาษีหมดอายุเมื่อไหร่ ขอดูใบเสร็จต่อภาษีครั้งล่าสุดประกอบด้วย ถ้าภาษีขาดมานาน ผู้ซื้อต้องรู้ก่อนว่าใครจะเป็นคนจ่ายส่วนที่ค้าง เพราะต้องจ่ายย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่ม และถ้าขาดต่อเนื่องครบ 3 ปี ทะเบียนจะถูกระงับ รายละเอียดเรื่องนี้อยู่ในบทความภาษีรถขาด
รถถูกอายัดคือรถที่หน่วยงานที่มีอำนาจสั่งระงับการทำรายการทางทะเบียนไว้ชั่วคราว ผลที่ผู้ซื้อเจอคือทำรายการกับขนส่งไม่ได้จนกว่าจะถอนอายัด ระบบต่อภาษีออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบกก็ไม่รับรถที่ถูกระงับหรืออายัด ถ้าผู้ขายบอกว่าต่อภาษีออนไลน์ไม่ผ่าน ให้ถามสาเหตุกับสำนักงานขนส่งก่อนตกลงซื้อ ส่วนใบสั่งค้าง ใบสั่งที่ออกตั้งแต่ 1 ส.ค. 2569 แล้วไม่จ่าย ตำรวจจะส่งข้อมูลไปที่กรมการขนส่งทางบก เจ้าของรถยังต่อภาษีได้แต่จะไม่ได้ป้ายภาษีตัวจริงจนกว่าจะจ่ายค่าปรับ ขอให้ผู้ขายเช็คใบสั่งจากทะเบียนรถก่อนตกลงซื้อ
รถแจ้งหายเป็นเรื่องที่ไม่ควรเดา และยังไม่มีระบบทางการที่เปิดให้ผู้ซื้อใส่เลขทะเบียนแล้วเช็คเองได้ ถ้าเลขตัวถังมีพิรุธหรือเอกสารไม่ครบ ให้หยุดการซื้อขายแล้วติดต่อสถานีตำรวจในพื้นที่ ส่วนสายด่วน 1192 ของศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถเป็นช่องทางแจ้งเหตุรถหาย วิธีเช็คภาษีผ่านระบบออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบกอยู่ในหัวข้อเช็คออนไลน์ด้านล่าง
เช็ครถติดไฟแนนซ์ ทำยังไง
วิธีที่ง่ายที่สุดคือดูช่องผู้ถือกรรมสิทธิ์ในเล่มทะเบียนหรือสำเนาเล่ม ถ้าเป็นชื่อบริษัทไฟแนนซ์หรือธนาคาร แปลว่ารถยังผ่อนไม่หมด ผู้ขายยังไม่ใช่เจ้าของรถตามกฎหมาย และขายแล้วโอนให้ทันทีไม่ได้
อีกสัญญาณที่เห็นได้เร็วคือผู้ขายมีแค่สำเนาเล่ม เพราะระหว่างผ่อน เล่มตัวจริงอยู่กับบริษัทไฟแนนซ์ และจะได้คืนหลังปิดบัญชีแล้วเท่านั้น ถ้าผู้ขายบอกว่ารถผ่อนหมดแล้วแต่หาเล่มตัวจริงมาให้ดูไม่ได้ ให้ถามเหตุผลให้ชัดก่อนคุยต่อ
รถติดไฟแนนซ์ยังซื้อได้ แต่ต้องทำตามขั้นตอน ขั้นแรกให้ผู้ขายซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อติดต่อบริษัทไฟแนนซ์เพื่อขอยอดปิดบัญชี และขอหนังสือแจ้งยอดเป็นลายลักษณ์อักษรมาให้ดู เพราะยอดปิดเป็นข้อมูลตามสัญญาของผู้เช่าซื้อ จากนั้นตกลงกันให้ชัดว่าเงินส่วนไหนใช้ปิดยอด เงินส่วนไหนเป็นของผู้ขาย และใครพาไปรับเล่มกับไปโอน
จุดที่ทำให้หลายคนเสียเงินคือโอนเงินทั้งหมดเข้าบัญชีส่วนตัวของผู้ขายก่อนที่ยอดไฟแนนซ์จะปิด ถ้าผู้ขายไม่เอาเงินไปปิดหนี้ รถยังเป็นของไฟแนนซ์ และผู้ซื้อไม่มีสิทธิ์อะไรในรถคันนั้น ทางที่ปลอดภัยกว่าคือจ่ายส่วนปิดยอดเข้าบัญชีของบริษัทไฟแนนซ์โดยตรง แล้วเขียนเงื่อนไขทั้งหมดไว้ในสัญญาซื้อขายรถยนต์
ถ้าผู้ซื้อตั้งใจจะรับผ่อนต่อแทนผู้ขาย เรื่องนี้เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ต้องให้บริษัทไฟแนนซ์อนุมัติ อ่านต่อได้ในบทความเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ ส่วนผู้ขายที่ยังผ่อนอยู่ ดูขั้นตอนฝั่งตัวเองได้ในบทความขายรถติดไฟแนนซ์
ดูยังไงว่ารถเคยชนหนัก เคยเคลม หรือเคยจมน้ำ
ประวัติเคลมประกันเป็นข้อมูลระหว่างเจ้าของรถกับบริษัทประกัน ยังไม่มีระบบกลางที่เปิดให้คนนอกค้นประวัติเคลมของรถคันอื่น บริการออนไลน์ของ คปภ. ก็ไม่มีเมนูนี้ สิ่งที่ทำได้คือขอให้เจ้าของเปิดประวัติเคลมในแอปหรือเว็บของบริษัทประกันให้ดู หรือขอเอกสารเคลมเก่าถ้ายังเก็บไว้
ประวัติเคลมบอกได้ไม่หมด เพราะบางคนซ่อมเองโดยไม่เคลม สภาพรถจริงจึงยังสำคัญที่สุด จุดที่บอกว่ารถเคยชนหนัก เช่น สีแต่ละชิ้นไม่เท่ากัน ร่องประตูกับฝากระโปรงห่างไม่เท่ากัน รอยเชื่อมหรือรอยดึงที่คานหน้า วิธีดูทีละจุดอยู่ในเช็กลิสต์ซื้อรถมือสอง
รถที่เคยจมน้ำมักมีคราบโคลนหรือคราบน้ำในจุดที่ล้างไม่ถึง เช่น ใต้พรม ร่องเบาะ และในช่องแอร์ กลิ่นอับในห้องโดยสารก็เป็นสัญญาณหนึ่ง ถ้าไม่มั่นใจ ให้ช่างหรือศูนย์ตรวจสภาพก่อนตัดสินใจ ค่าตรวจถูกกว่าซ่อมระบบไฟทั้งคันหลายเท่า
เช็คประวัติเข้าศูนย์ด้วยเลขตัวถัง Toyota Honda และแบรนด์อื่น
ประวัติเข้าศูนย์บอกว่ารถได้รับการดูแลตามระยะไหม เคยซ่อมอะไรใหญ่ และเลขไมล์ตอนเข้าศูนย์แต่ละครั้งเป็นเท่าไหร่ ข้อมูลชุดนี้ใช้เทียบกับเลขไมล์ปัจจุบันได้ ถ้าไมล์ตอนนี้น้อยกว่าไมล์ที่ศูนย์บันทึกไว้ครั้งล่าสุด แปลว่ามีอะไรผิดปกติ
วิธีที่ได้ผลที่สุดคือขอให้เจ้าของรถเปิดให้ดูเอง ทั้ง Book Service ที่ศูนย์ประทับตราไว้ ใบเสร็จค่าซ่อม หรือประวัติในแอปของแบรนด์ อีกทางคือนัดไปที่ศูนย์บริการพร้อมเจ้าของรถ แล้วให้เจ้าของเป็นคนขอดูประวัติด้วยเลขตัวถัง
เรื่องที่ผู้ซื้อเช็คเองได้ทันทีคือแคมเปญเรียกคืนรถ โตโยต้าและฮอนด้าประเทศไทยมีหน้าเว็บให้ใส่เลขตัวถัง 17 หลัก เพื่อดูว่ารถคันนั้นอยู่ในข่ายต้องเข้ารับบริการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์หรือไม่ เช่น กรณีเปลี่ยนชิ้นส่วนถุงลมนิรภัยทาคาตะของฮอนด้า โตโยต้ายังมีหน้าเช็คสิทธิขยายระยะรับประกันปีที่ 4–5 จากเลขตัวถังด้วย ถ้ารถยังมีงานเรียกคืนค้างอยู่ ให้ผู้ขายนำเข้าศูนย์ก่อนโอน หรือคุยกันให้ชัดว่าใครเป็นคนพาไป
ถ้ารถไม่เคยเข้าศูนย์เลย ไม่ได้แปลว่ารถไม่ดี อู่นอกหลายแห่งดูแลรถได้ดี แต่ประวัติจะตามยากกว่า ควรขอใบเสร็จจากอู่ที่เจ้าของใช้ประจำ และให้ช่างตรวจสภาพละเอียดขึ้น
เช็คประวัติรถจากทะเบียนออนไลน์ได้ไหม และเรื่องไหนต้องไปขนส่ง
คำตอบสั้นๆ คือ ผู้ซื้อใส่เลขทะเบียนแล้วดูประวัติรถคันอื่นแบบครบๆ ทางออนไลน์ไม่ได้ ระบบของรัฐที่มีอยู่ออกแบบให้เจ้าของรถดูข้อมูลของตัวเอง ผู้ซื้อจึงต้องอาศัยผู้ขายเปิดให้ดู หรือไปที่สำนักงานขนส่งพร้อมเจ้าของรถ
ช่องทางออนไลน์ที่ใช้ได้จริง และข้อมูลที่แต่ละช่องทางบอก
| ช่องทาง | ข้อมูลที่ได้ | ใครใช้ได้ |
|---|---|---|
| แอปทางรัฐ บริการตรวจสอบทะเบียนรถ | ข้อมูลทะเบียนรถของตัวเอง และแจ้งเตือนวันหมดอายุภาษี | เจ้าของรถที่ยืนยันตัวตนในแอป |
| ระบบสอบถามข้อมูลค่าภาษีรถประจำปี (eservice.dlt.go.th) | ข้อมูลค่าภาษีของรถคันนั้น | ต้องกรอกประเภทรถ จังหวัด เลขทะเบียน และเลขบัตรประชาชนของผู้ครอบครอง |
| แอปของบริษัทประกัน | ประวัติกรมธรรม์และการเคลม | เจ้าของกรมธรรม์ |
| เว็บตรวจแคมเปญเรียกคืนของแบรนด์ (เช่น โตโยต้า ฮอนด้า) | รถอยู่ในข่ายต้องเข้ารับบริการปรับปรุงคุณภาพไหม | ใครก็ได้ที่มีเลขตัวถัง 17 หลัก |
เกือบทุกช่องทางในตารางต้องใช้ข้อมูลหรือบัญชีของเจ้าของรถ ยกเว้นเว็บตรวจแคมเปญเรียกคืน วิธีที่ใช้ได้ผลคือให้ผู้ขายเปิดหน้าจอให้ดูตอนนัดดูรถ ระวังเว็บหรือแอปที่อ้างว่าใส่เลขทะเบียนแล้วรู้ชื่อเจ้าของหรือประวัติทั้งหมดได้ทันที เพราะข้อมูลแบบนั้นไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปค้น
เช็คทะเบียนรถว่าเป็นของใครได้ไหม
บุคคลทั่วไปค้นชื่อเจ้าของรถจากเลขทะเบียนเองไม่ได้ ชื่อและที่อยู่ของเจ้าของรถเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การขอตรวจสอบข้อมูลทะเบียนรถที่ขนส่งต้องใช้หลักฐานแสดงความเกี่ยวข้อง เช่น บัตรประชาชนของเจ้าของรถ หนังสือจากหน่วยงานรัฐ หนังสือแต่งตั้งตัวแทนบริษัทประกันภัย ใบอนุญาตทนายความ หรือบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจที่เกี่ยวกับคดี คนทั่วไปที่แค่สนใจจะซื้อรถจึงขอข้อมูลเจ้าของรถเองไม่ได้
สำหรับการซื้อรถมือสอง คำถามที่ต้องตอบจริงๆ ไม่ใช่ "รถเป็นของใคร" แต่เป็น "คนที่มาขายคือเจ้าของรถหรือเปล่า" ซึ่งตอบได้ด้วยการเทียบเล่มทะเบียนตัวจริงกับบัตรประชาชนของผู้ขาย ตามหัวข้อเล่มทะเบียนด้านบน
ขอตรวจสอบประวัติทะเบียนที่สำนักงานขนส่ง ต้องใช้เอกสารอะไร
กรมการขนส่งทางบกมีบริการขอตรวจสอบหรือรับรองสำเนาข้อมูลทะเบียนรถ ผู้ยื่นจะได้สำเนาข้อมูลทะเบียนรถที่ขนส่งรับรองให้ ตามคู่มือของสำนักงานขนส่งจังหวัดนนทบุรี ค่าธรรมเนียมคือค่าคำขอ 5 บาท ค่าตรวจสอบเอกสาร 50 บาท และค่ารับรองเอกสาร 20 บาท ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีไม่รวมเวลารอคิว
สำหรับการซื้อขายรถ ทางที่ง่ายที่สุดคือให้เจ้าของรถเป็นคนยื่น โดยไปที่สำนักงานขนส่งด้วยกันพร้อมบัตรประชาชนตัวจริงของเจ้าของรถ ถ้าเจ้าของไปเองไม่ได้ ให้โทรถามสำนักงานขนส่งที่จะไปก่อนว่ารับหนังสือมอบอำนาจแบบไหน หลายคนใช้วิธีนัดตรวจที่ขนส่งพร้อมกับวันโอนเลย เพราะวันโอนต้องไปขนส่งด้วยกันอยู่แล้ว
ลำดับเช็คประวัติรถก่อนโอนเงินมัดจำ
การเช็คประวัติรถทำได้ง่ายขึ้นมากถ้าแบ่งตามจังหวะการซื้อขาย แต่ละขั้นมีเรื่องที่ควรรู้ก่อนไปขั้นถัดไป
- ตอนเห็นประกาศ: ดูรูปป้ายภาษี รูปหน้าปัด และรายละเอียดรถที่ผู้ขายลงไว้ ถ้าประกาศไม่มีข้อมูลพื้นฐานเลย ให้ถามก่อนนัด
- ตอนทักแชต: ขอรูปเล่มทะเบียนหน้ารายการจดทะเบียน ถามว่ารถติดไฟแนนซ์ไหม เคยชนหรือเคยเคลมใหญ่ไหม และมีประวัติเข้าศูนย์หรือเปล่า
- ตอนนัดดูรถ: เทียบเลขตัวถังและเลขเครื่องกับเล่มตัวจริง (หรือสำเนาเล่มคู่กับหนังสือแจ้งยอดปิด ถ้ารถยังผ่อนอยู่) เทียบชื่อในเล่มกับบัตรประชาชน ขอดูประวัติเคลมและประวัติศูนย์ เช็คแคมเปญเรียกคืนจากเลขตัวถัง แล้วตรวจสภาพรถหรือพาช่างไปด้วย
- ก่อนโอนเงิน: ได้ยอดปิดไฟแนนซ์เป็นลายลักษณ์อักษร ทำสัญญาซื้อขาย และนัดวันโอนที่ขนส่งให้ชัด
สัญญาณที่ควรหยุดคุย คือผู้ขายบอกว่ารถผ่อนหมดแล้วแต่ไม่ยอมให้ดูเล่มตัวจริง ชื่อในเล่มไม่ตรงกับคนขายและไม่มีหนังสือมอบอำนาจ หรือเร่งให้โอนมัดจำก่อนได้เห็นรถ ขั้นตอนตั้งแต่ตกลงราคาจนรับเล่มใหม่ อ่านต่อได้ในบทความขั้นตอนการซื้อรถมือสอง
ขายรถมือสอง เตรียมประวัติรถอะไรไว้ให้ผู้ซื้อดู

ผู้ซื้อที่อ่านมาถึงตรงนี้จะถามคำถามชุดเดียวกันทุกคน ผู้ขายที่เตรียมคำตอบไว้ก่อนจะปิดการขายได้เร็วกว่า เพราะผู้ซื้อไม่ต้องรอข้อมูลทีละเรื่อง
ของที่ควรเตรียมไว้ คือรูปเล่มทะเบียนหน้ารายการจดทะเบียน ใบเสร็จต่อภาษีครั้งล่าสุด Book Service หรือใบเสร็จศูนย์ และยอดปิดไฟแนนซ์ถ้ายังผ่อนอยู่ ก่อนส่งรูปเอกสารให้ใคร ปิดเลขบัตรประชาชนและที่อยู่ไว้ก่อน ส่วนเลขตัวถังให้ผู้ซื้อดูเทียบตอนนัดดูรถตัวจริงก็พอ
ถ้ารถเคยชนหรือเคยเคลมใหญ่ บอกตรงๆ ตั้งแต่ในประกาศ ผู้ซื้อส่วนใหญ่รับได้ถ้าซ่อมถูกวิธีและมีหลักฐาน แต่ถ้ามาเจอเองตอนตรวจสภาพ การต่อรองจะยากขึ้นมาก ส่วนคนที่ยังเลือกช่องทางขายไม่ได้ ดูข้อดีข้อเสียแต่ละแบบได้ในบทความขายรถมือสองที่ไหนดี
ก่อนตกลงซื้อหรือขายทุกครั้ง เช็คเล่มทะเบียน สถานะไฟแนนซ์ และสภาพรถให้ครบ แล้วเทียบกับรถคันอื่นในรุ่นและปีใกล้กันก่อนตัดสินใจ เจอคันที่เข้าเงื่อนไขแล้ว ค่อยเริ่มคุยรายละเอียดกับเจ้าของรถผ่าน Talata
ซื้อหรือขายรถมือสองกับ Talata ดียังไง?
สำหรับผู้ซื้อ Talata รวมประกาศรถมือสองจากเจ้าของรถและผู้ขายไว้ในที่เดียว กรองยี่ห้อ รุ่น ปี และราคาได้ แล้วเทียบหลายคันก่อนนัดดู ทักเจ้าของประกาศโดยตรงเพื่อขอรูปเล่มทะเบียน ประวัติเข้าศูนย์ หรือถามเรื่องไฟแนนซ์ได้ตั้งแต่ยังไม่ออกจากบ้าน
สำหรับผู้ขาย การลงประกาศพร้อมข้อมูลรถที่ตรวจสอบได้ ช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจเร็วขึ้นและคุยกันง่ายขึ้น ใส่รูปชัด รายละเอียดครบ และบอกประวัติรถตามจริง แล้วเริ่มได้เลยบน Talata

คำถามที่พบบ่อย
เช็คประวัติรถฟรีได้ไหม
ได้บางส่วน การดูเล่มทะเบียน ป้ายภาษี เลขตัวถัง และสภาพรถไม่มีค่าใช้จ่าย ระบบออนไลน์ของรัฐก็ไม่เสียเงิน แต่ต้องใช้ข้อมูลของเจ้าของรถ ส่วนการขอตรวจสอบข้อมูลทะเบียนที่สำนักงานขนส่งมีค่าธรรมเนียมรวมไม่เกิน 75 บาท และการจ้างช่างตรวจสภาพมีค่าบริการแยกต่างหาก
ผู้ขายส่งรูปเล่มทะเบียนมาในแชต เชื่อได้แค่ไหน
ใช้คัดรถเบื้องต้นได้ แต่ยืนยันความเป็นเจ้าของไม่ได้ รูปอาจถ่ายไว้นานแล้วก่อนรถถูกนำไปจำนำหรือเปลี่ยนแปลงรายการ หรืออาจเป็นรูปที่ถูกแก้ไข ก่อนจ่ายเงินทุกครั้งต้องดูเล่มตัวจริงคู่กับบัตรประชาชนของผู้ขาย ถ้ารถยังผ่อนอยู่ ให้ดูหนังสือแจ้งยอดปิดจากบริษัทไฟแนนซ์แทน
ซื้อรถจากเต็นท์ ต้องเช็คประวัติเองอีกไหม
ควรเช็คเองด้วย เต็นท์ส่วนใหญ่ตรวจรถก่อนรับซื้อ แต่ผู้ซื้อยังต้องดูเล่มตัวจริง ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ และสถานะไฟแนนซ์ให้ตรงกับที่เต็นท์บอก เต็นท์รถต้องติดฉลากที่บอกข้อมูลสำคัญของรถตามที่ สคบ. กำหนด เช่น วันจดทะเบียน เลขทะเบียน เลขตัวรถ เลขเครื่องยนต์ ภาระผูกพัน ข้อมูลการประสบภัย (ถ้ามี) และระยะทางการใช้งาน ใช้ฉลากนี้เทียบกับเล่มและตัวรถได้เลย ถ้าข้อมูลไม่ตรงหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ร้องเรียน สคบ. ได้ที่สายด่วน 1166
เช็คประวัติมอเตอร์ไซค์มือสองได้แบบเดียวกับรถยนต์ไหม
ได้ในหลักเดียวกัน ทั้งเทียบเล่มทะเบียนกับบัตรประชาชน เทียบเลขตัวถังกับเลขเครื่อง และเช็คว่ายังติดไฟแนนซ์ไหม จุดที่ต่างคือมอเตอร์ไซค์จำนวนมากไม่มีประกันภาคสมัครใจและไม่ได้เข้าศูนย์ประจำ ประวัติเคลมและประวัติศูนย์จึงมักไม่มี ต้องดูสภาพรถจริงละเอียดกว่า
รถเปลี่ยนสีแต่ไม่แจ้งขนส่ง มีผลตอนโอนไหม
มีผล เพราะสีรถต้องตรงกับรายการในเล่มทะเบียน กฎหมายกำหนดให้แจ้งเปลี่ยนสีภายใน 7 วัน ถ้าไม่แจ้งมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตอนโอน รถต้องผ่านการตรวจสภาพที่ขนส่งซึ่งเทียบตัวรถกับรายการในเล่ม จึงควรให้ผู้ขายแจ้งเปลี่ยนสีให้เรียบร้อยก่อนวันโอน
ผู้ซื้อขอเลขตัวถัง ควรให้ไหม
ให้ผู้ซื้อดูเทียบที่ตัวรถตอนนัดดูรถได้ แต่ไม่จำเป็นต้องส่งรูปเลขตัวถังพร้อมเลขทะเบียนและสำเนาเล่มให้คนที่ยังไม่เคยเจอกัน ข้อมูลชุดนี้ถูกเอาไปใช้ปลอมเอกสารหรือหลอกขายรถซ้ำได้ ส่งเฉพาะข้อมูลที่ผู้ซื้อต้องใช้คัดรถ และปิดเลขบัตรประชาชนกับที่อยู่ไว้เสมอ
รถยังผ่อนไม่หมด ขายได้ไหม ต้องบอกผู้ซื้อตอนไหน
ขายได้ แต่ต้องปิดยอดกับบริษัทไฟแนนซ์ก่อนโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อ บอกผู้ซื้อตั้งแต่ในประกาศหรือตั้งแต่แชตแรก พร้อมยอดปิดโดยประมาณ จะช่วยให้คุยเรื่องวิธีจ่ายเงินได้ตรงไปตรงมา ขั้นตอนฝั่งผู้ขายอ่านได้ในบทความขายรถติดไฟแนนซ์




