เล่มทะเบียนรถคืออะไร อ่านข้อมูลในเล่มให้เป็นก่อนซื้อขายรถ

เล่มทะเบียนรถคือเอกสารที่นายทะเบียนออกให้เมื่อจดทะเบียนรถ บอกว่ารถเป็นประเภทไหน ใครเป็นเจ้าของ และเสียภาษีถึงปีใด ก่อนซื้อหรือขายรถมือสอง ควรอ่านเล่มให้เป็น เพราะมีข้อมูลที่ภาพถ่ายและการทดลองขับบอกไม่ได้ ผู้ซื้อเลือกดูประกาศรถบน Talataแล้วติดต่อผู้ลงประกาศเพื่อขอดูเล่มก่อนนัดดูรถได้
เล่มทะเบียนรถคืออะไร
เล่มทะเบียนรถ คือ ใบคู่มือจดทะเบียนรถที่นายทะเบียนออกให้เมื่อจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ในเล่มบันทึกรายการรถ ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครอง รวมถึงประวัติการเสียภาษีและการโอน
คนส่วนใหญ่เรียกกันว่าเล่มทะเบียนรถ เล่มรถ หรือสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ ชื่อที่ใช้ในเอกสารราชการคือใบคู่มือจดทะเบียนรถ ทั้งหมดหมายถึงเล่มเดียวกัน
เล่มทะเบียนรถไม่ใช่เอกสารสิทธิแบบโฉนดที่ดิน เป็นบันทึกทางทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกเก็บไว้เป็นทางการ การถือเล่มอยู่ในมือจึงไม่เท่ากับเป็นเจ้าของรถโดยอัตโนมัติ ต้องดูว่าชื่อในเล่มเป็นของใคร
ใบคู่มือจดทะเบียนรถ กับ หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ ต่างกันที่กฎหมาย
รถแต่ละกลุ่มจดทะเบียนภายใต้กฎหมายต่างฉบับกัน จึงได้รับเอกสารที่มีชื่อต่างกัน
รถที่จดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ได้เอกสารชื่อใบคู่มือจดทะเบียนรถ กลุ่มนี้คือรถที่คนทั่วไปใช้กัน ทั้งรถเก๋ง กระบะส่วนบุคคล รถตู้ส่วนบุคคล และมอเตอร์ไซค์ ส่วนรถเพื่อการขนส่งเชิงพาณิชย์ เช่น รถบรรทุกใหญ่ รถโดยสาร รถพ่วง รถกึ่งพ่วง จดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และได้เอกสารชื่อหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ
เวลาซื้อขายรถบ้านทั่วไปจึงเจอแต่ใบคู่มือจดทะเบียนรถ ถ้าผู้ขายยื่นเอกสารที่หัวกระดาษเขียนว่าหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถมาให้ นั่นหมายความว่ารถคันนั้นอยู่ในระบบขนส่ง ไม่ใช่รถส่วนบุคคลตามที่เข้าใจตอนแรก
ในเล่มทะเบียนรถมีข้อมูลอะไรบ้าง
ในเล่มทะเบียนรถมีทั้งข้อมูลตัวรถ ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครอง ประวัติภาษี และรายการเปลี่ยนแปลง อ่านตามหัวข้อในเล่มก็จะเห็นว่าควรเทียบข้อมูลส่วนไหนกับรถจริง
ส่วนรายการจดทะเบียนบอกว่ารถคันนี้คือรถอะไร มีเลขทะเบียน ประเภทรถตามรหัส รย. เลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ ยี่ห้อ แบบ รุ่นปี สี จำนวนซีซี ชนิดเชื้อเพลิง และน้ำหนักรถ ข้อมูลชุดนี้ต้องนำไปเทียบกับตัวรถจริง
ส่วนผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครองบอกว่าใครเป็นเจ้าของตามทะเบียนและใครเป็นคนใช้รถ สองช่องนี้ไม่ได้เป็นคนเดียวกันเสมอ
ส่วนรายการเสียภาษีบันทึกว่าต่อภาษีปีไหนไปแล้ว ถ้าช่องนี้เต็ม ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2562 ข้อ 19 กำหนดให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมใบคู่มือจดทะเบียนรถและจัดทำเล่มฉบับใหม่ให้เจ้าของรถ อัตราตามบัญชีค่าธรรมเนียมด้านทะเบียนรถของกรมการขนส่งทางบกคือฉบับละ 100 บาท เล่มใหม่ที่ได้มาด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติของรถ
ส่วนบันทึกของเจ้าหน้าที่เก็บรายการที่เคยแก้ไขเปลี่ยนแปลง เช่น เปลี่ยนสีรถ เปลี่ยนเครื่องยนต์ แจ้งย้ายรถ และการโอนกรรมสิทธิ์แต่ละทอด
เรื่องเลขหน้าที่หลายเว็บระบุชัดว่าข้อมูลอะไรอยู่หน้าไหน ระเบียบฉบับที่อ้างถึงข้างต้นไม่ได้กำหนดแบบพิมพ์หรือเลขหน้าไว้ เวลาเปิดเล่มจริงจึงควรดูหัวข้อของแต่ละส่วนเป็นหลัก แม้เล่มต่างรุ่นกันก็ยังหาข้อมูลได้
ผู้ถือกรรมสิทธิ์กับผู้ครอบครอง ต่างกันยังไง
ผู้ถือกรรมสิทธิ์กับผู้ครอบครองอาจเป็นคนละราย โดยเฉพาะรถที่ยังผ่อนอยู่ จึงควรดูทั้งสองช่องก่อนตกลงซื้อขาย
ผู้ถือกรรมสิทธิ์คือชื่อที่ระบบทะเบียนถือว่าเป็นเจ้าของรถ ส่วนผู้ครอบครองคือคนที่ใช้รถอยู่จริง รถที่ซื้อสดชื่อสองช่องมักเป็นคนเดียวกัน แต่รถที่ยังผ่อนกับไฟแนนซ์ ช่องกรรมสิทธิ์จะเป็นชื่อบริษัทไฟแนนซ์หรือธนาคาร และช่องผู้ครอบครองเป็นชื่อผู้เช่าซื้อ ชื่อในช่องกรรมสิทธิ์จะเปลี่ยนมาเป็นชื่อผู้เช่าซื้อหลังปิดบัญชีและดำเนินเรื่องโอนเรียบร้อย
คนซื้อควรรู้ว่าผู้ที่ยังผ่อนรถไม่หมดไม่สามารถโอนรถให้คนอื่นได้ด้วยตัวเอง แม้จะเป็นคนขับรถคันนั้นมาตลอด หากตกลงราคากันแล้วค่อยทราบเรื่องนี้ การซื้อขายอาจยืดออกไปเพราะต้องรอปิดบัญชีและรอไฟแนนซ์ส่งเล่มคืน
ดูประวัติการโอนและประวัติการเสียภาษีจากเล่มยังไง
ประวัติการโอนดูได้จากรายการเปลี่ยนชื่อในเล่ม รถที่โอนมาหลายทอดในเวลาสั้น ๆ ไม่ได้แปลว่ารถไม่ดี แต่เป็นจุดที่ควรถามผู้ขายว่าแต่ละทอดเกิดจากอะไร
ประวัติการเสียภาษีให้ดูว่าปีไหนมีบันทึกและปีไหนว่าง ช่วงที่ขาดยาวหลายปีมักหมายถึงรถจอดทิ้งไว้ไม่ได้ใช้ ควรนำข้อมูลนี้ไปถามเรื่องสภาพเครื่องและยางด้วย
เล่มทะเบียนรถมีกี่สี แต่ละสีใช้กับรถประเภทไหน
สีปกที่พบในทางปฏิบัติใช้เรียกเล่มของรถแต่ละกลุ่ม แต่การระบุประเภทรถให้ดูรหัส รย. ที่บันทึกในเล่ม
ระเบียบกรมการขนส่งทางบกฉบับ พ.ศ. 2562 ที่ว่าด้วยทะเบียนและภาษีรถไม่ได้กำหนดสีปกของใบคู่มือจดทะเบียนรถ และไม่ได้กำหนดแบบพิมพ์แยกสีตามประเภทรถไว้ สิ่งที่ระเบียบกำหนดคือประเภทรถ 17 ประเภทตามรหัส รย. ในข้อ 10 เช่น รย.1 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน รย.3 รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล และ รย.12 รถจักรยานยนต์
คู่มือสำหรับประชาชนเรื่องการขอใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถ และหน้าการโอนกรรมสิทธิ์รถบนเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก ก็ไม่ได้กำหนดเรื่องสีปกเอาไว้เช่นกัน
สีที่คนพูดถึงกันจึงเป็นสิ่งที่พบในทางปฏิบัติ ไม่ใช่ข้อกำหนดที่อ้างระเบียบได้ เท่าที่เห็นตรงกันจากหลายแหล่ง เล่มสีน้ำเงินหรือฟ้าใช้กับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เล่มสีเขียวใช้กับมอเตอร์ไซค์ และเล่มสีชมพูใช้กับรถบรรทุก
วิธีที่แน่นอนกว่าการดูสีคือดูรหัส รย. และประเภทรถที่บันทึกในเล่ม เพราะเป็นรายการที่ระเบียบกำหนดและเป็นข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ใช้อ้างอิง เล่มของมอเตอร์ไซค์จะบันทึกประเภทเป็น รย.12 ส่วนมอเตอร์ไซค์สาธารณะเป็น รย.17
เล่มทะเบียนรถสำคัญยังไงในทางกฎหมาย
การโอน ย้ายรถ เปลี่ยนสี หรือเปลี่ยนรายการตัวรถมีหน้าที่และกำหนดเวลาตามกฎหมายที่ต่างกัน เจ้าของรถควรตรวจรายการในเล่มและแจ้งตามกรณี
การโอนรถที่จดทะเบียนแล้ว ผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันโอน ตามมาตรา 17 ของพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 การแจ้งย้ายรถไปต่างท้องที่มีกำหนด 15 วันเช่นกันตามมาตรา 16 ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดูควบคู่กันเวลาโอนรถต่างจังหวัด ส่วนการเปลี่ยนสีรถต้องแจ้งภายใน 7 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนตามมาตรา 13 และระเบียบข้อ 21 ยังระบุว่าวันที่ในใบเสร็จค่าจ้างทำสีใช้เป็นวันที่เปลี่ยนสีได้
การเปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งให้ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้ เช่น เปลี่ยนเครื่องยนต์ อยู่ในมาตรา 14 ซึ่งกำหนดให้นำรถไปให้นายทะเบียนตรวจสภาพก่อนใช้ ข้อนี้ไม่มีกำหนดเป็นจำนวนวันในตัวบท ต่างจากการเปลี่ยนสีที่มี 7 วันชัดเจน
โทษของการไม่ทำตามหน้าที่เหล่านี้อยู่ในมาตรา 60 คือปรับไม่เกิน 2,000 บาท และตารางอัตราค่าปรับของทางราชการยังระบุแนวปฏิบัติว่าไม่ควรต่ำกว่า 200 บาท
สำหรับคนซื้อขายรถ ตัวเลข 15 วันเป็นเรื่องที่ควรตกลงกันให้ชัดตั้งแต่วันนัด ว่าใครจะไปยื่นเรื่องที่ขนส่งและจะไปวันไหน เพราะหน้าที่นี้เป็นของทั้งผู้โอนและผู้รับโอน
สำเนาทะเบียนรถใช้แทนเล่มตัวจริงได้ไหม
สำเนาทะเบียนรถคือภาพถ่ายหน้าที่จำเป็นในเล่ม ใช้ยื่นประกอบเรื่องบางอย่างและช่วยตรวจข้อมูลรถได้ แต่ใช้แทนเล่มตัวจริงในการโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้
คู่มือสำหรับประชาชนของกรมการขนส่งทางบกระบุให้ยื่นใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริงเป็นหลักฐาน ยกเว้นกรณีสูญหาย งานที่ต้องแก้ไขรายการในเล่มจึงต้องมีเล่มจริงอยู่ในมือ
สำเนาช่วยให้ตรวจข้อมูลก่อนนัดซื้อขายได้ แต่ก่อนโอนควรขอดูเล่มตัวจริงและตรวจว่ารายการในเล่มตรงกับรถ
หากผู้ขายให้ดูแต่สำเนาและเลี่ยงการให้ดูเล่มจริง ควรถามเหตุผลให้ชัดก่อนวางเงินจอง เพราะเล่มจริงอาจอยู่กับไฟแนนซ์ หรืออยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้ขาย
เล่มทะเบียนรถหาย ต้องทำยังไง

หากเล่มทะเบียนรถหาย ต้องยื่นขอใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถที่สำนักงานขนส่ง ตามคู่มือสำหรับประชาชนของกรมการขนส่งทางบก ขั้นตอนประกอบด้วยรับคำขอ ตรวจสอบหลักฐาน บันทึกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการสูญหาย ชำระค่าธรรมเนียม แล้วออกใบแทนและบันทึกรายการทะเบียน คู่มือระบุเวลาดำเนินการ 60 นาที รวมเป็น 1 วันทำการ
หลักฐานที่คู่มือระบุคือบัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงของผู้ถือกรรมสิทธิ์ ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริงซึ่งยกเว้นกรณีสูญหาย หนังสือรับรองนิติบุคคลกรณีรถเป็นของนิติบุคคล และหนังสือมอบอำนาจพร้อมภาพถ่ายบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจกรณีเจ้าของไม่ไปเอง
ค่าธรรมเนียมคือค่าคำขอ 5 บาท ค่าใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถ 50 บาท และถ้าขอใบแทนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีพร้อมกันเพิ่มอีก 20 บาท ตัวเลขชุดนี้ตรงกับบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ที่กรมการขนส่งทางบกเผยแพร่ไว้ในหน้าอัตราค่าธรรมเนียมและบัญชีอัตราภาษี
เรื่องที่หลายเว็บเขียนไม่ตรงกันคือต้องแจ้งความก่อนไหม คู่มือสำหรับประชาชนของงานนี้ไม่ได้ระบุใบแจ้งความในรายการเอกสารที่ต้องยื่น ส่วนระเบียบฉบับ พ.ศ. 2562 ข้อ 31(4) ระบุหลักฐานการแจ้งความกรณีใบคู่มือจดทะเบียนรถสูญหายจากสถานีตำรวจ หรือบันทึกถ้อยคำของเจ้าของรถหรือผู้ได้รับมอบอำนาจ ข้อที่อ้างถึงนี้อยู่ในส่วนว่าด้วยการย้ายรถ แนวปฏิบัติของแต่ละสำนักงานจึงอาจต่างกัน
ก่อนเดินทาง ควรโทรถามสำนักงานขนส่งที่จะไปยื่นว่าต้องเตรียมเอกสารใดบ้าง จะได้ไม่ต้องกลับไปเอาเอกสารเพิ่มอีกรอบ ถ้าสิ่งที่หายคือแผ่นป้ายโลหะหน้า-ท้ายรถ ไม่ใช่เล่ม ขั้นตอนจะต่างออกไป ดูได้ในบทความป้ายทะเบียนรถหาย
เช็กเล่มทะเบียนรถอะไรก่อนซื้อหรือขายรถมือสอง
ก่อนซื้อหรือขายรถมือสอง ให้ใช้เล่มทะเบียนรถตรวจทั้งข้อมูลตัวรถและชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการโอน รถสภาพดีแต่เอกสารไม่พร้อมก็อาจทำให้การซื้อขายล่าช้า
ประกาศรถมือสองส่วนใหญ่บอกข้อมูลตัวรถได้ค่อนข้างครบ ทั้งยี่ห้อ รุ่น ปี เชื้อเพลิง ซีซี ระยะทาง สี เกียร์ และสภาพรถ แต่ข้อมูลอีกสามชุดไม่มีอยู่ในฟิลด์ของประกาศ คือชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ สถานะว่ารถยังติดไฟแนนซ์อยู่ไหม และจำนวนครั้งที่รถเคยโอนมา สามเรื่องนี้ต้องขอดูจากเล่มเท่านั้น
เริ่มจากคัดรถตามข้อมูลในประกาศ แล้วขอดูภาพรายการในเล่มจากผู้ขายก่อนนัดเจอ เมื่อพบกันจึงตรวจเล่มตัวจริงกับรถอีกครั้ง ส่วนลำดับก่อนหลังทั้งหมดตั้งแต่ตั้งงบจนถึงวันรับเล่ม ดูได้จากขั้นตอนการซื้อรถมือสอง
ฝั่งผู้ซื้อ จุดที่ต้องเทียบเล่มกับตัวรถและบัตรผู้ขาย
นำเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ในเล่มไปเทียบกับตัวเลขที่ตอกอยู่บนตัวรถจริง ตัวเลขต้องตรงกันทุกหลัก
เทียบชื่อในช่องผู้ครอบครองกับบัตรประชาชนของคนที่มาขาย ถ้าไม่ใช่คนเดียวกัน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจและต้องรู้ว่าเจ้าตัวอยู่ที่ไหน
ดูช่องผู้ถือกรรมสิทธิ์ว่าเป็นชื่อบุคคลหรือชื่อบริษัทไฟแนนซ์ ถ้าเป็นไฟแนนซ์ให้ถามว่าปิดบัญชีแล้วหรือยัง และจะได้เล่มเมื่อไหร่
ดูจำนวนครั้งที่โอนและประวัติการเสียภาษี แล้วเทียบกับที่ผู้ขายเล่ามาว่ารถผ่านมือใครมา
ดูรายการเปลี่ยนสีและเปลี่ยนเครื่องยนต์ในส่วนบันทึกเจ้าหน้าที่ ถ้าสีรถไม่ตรงกับที่บันทึกไว้ในเล่ม ให้ถามว่าแจ้งเปลี่ยนสีแล้วหรือยัง
ฝั่งผู้ขาย เตรียมเล่มยังไงให้โอนจบในวันเดียว
หลักฐานที่กรมการขนส่งทางบกระบุไว้สำหรับการโอนกรรมสิทธิ์รถคือใบคู่มือจดทะเบียนรถ สำเนาบัตรประชาชน สัญญาซื้อขายรถยนต์พร้อมใบเสร็จรับเงิน แบบคำขอโอนและรับโอนที่กรอกและลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายแล้ว และหนังสือมอบอำนาจกรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ไปเอง ค่าธรรมเนียมการโอนทะเบียนรถตามบัญชีอัตราของกรมอยู่ที่ 100 บาท เตรียมให้พร้อมก่อนนัดวันไปขนส่ง ถ้ารถเคยผ่อน ให้ปิดบัญชีและรับเล่มคืนจากไฟแนนซ์ก่อนนัดโอน
การโอนลอยคือการเซ็นเอกสารโอนไว้แต่ยังไม่แจ้งที่ขนส่ง ระหว่างนั้นชื่อในทะเบียนยังเป็นของผู้ขาย ซึ่งอาจต้องรับเรื่องที่เกิดจากรถคันนั้น ทางที่ดีควรไปยื่นเรื่องร่วมกันภายในกำหนด 15 วันตามมาตรา 17
ก่อนตกลงซื้อขาย ให้เปรียบเทียบรถหลายคัน อ่านรายละเอียดประกาศ และขอดูเอกสารจริงก่อนวางเงิน เมื่อข้อมูลรถและเอกสารตรงกันจึงคุยขั้นตอนต่อกับผู้ขาย
ซื้อหรือขายรถกับ Talata ดียังไง?
Talata รวมประกาศรถจากผู้ขายหลายรายให้ผู้ซื้อเลือกดูและเปรียบเทียบตามยี่ห้อ ปี เชื้อเพลิง หรือช่วงราคา ผู้สนใจติดต่อผู้ลงประกาศโดยตรงเพื่อขอดูภาพรายการในเล่มหรือสอบถามสถานะไฟแนนซ์ก่อนนัดเจอได้
ผู้ขายลงประกาศโดยระบุยี่ห้อ รุ่น ปี เลขไมล์ และสภาพรถได้ ควรตรวจให้ข้อมูลตรงกับรายการในเล่ม แล้วให้ผู้สนใจขอดูเอกสารจริงก่อนตัดสินใจ เริ่มลงประกาศได้บน Talata

คำถามที่พบบ่อย
ชื่อในเล่มทะเบียนรถไม่ตรงกับคนที่มาขายรถ ซื้อได้ไหม
ซื้อได้หากคนที่มาขายมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้ถือกรรมสิทธิ์และเอกสารครบ แต่ควรตรวจให้ละเอียด กรณีนี้อาจเป็นรถที่ขายผ่านคนกลางหรือเคยโอนลอยไว้โดยยังไม่ได้แจ้งที่ขนส่ง หากติดต่อเจ้าของตามชื่อในเล่มไม่ได้ ควรพักการซื้อไว้ก่อน
ซื้อรถมือสองแล้วผู้ขายให้แต่สำเนาเล่ม ไม่ให้เล่มตัวจริง เสี่ยงไหม
เสี่ยง เพราะการโอนกรรมสิทธิ์ต้องใช้ใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริงตามคู่มือสำหรับประชาชนของกรมการขนส่งทางบก สำเนาช่วยตรวจข้อมูลรถได้ แต่ใช้โอนแทนไม่ได้ หากเล่มอยู่กับไฟแนนซ์ ให้ขอหลักฐานการปิดบัญชีและกำหนดวันที่จะได้เล่มก่อนวางเงิน
ในเล่มทะเบียนรถดูได้ไหมว่ารถเคยโอนมากี่ครั้ง
ดูได้จากรายการบันทึกการโอนในเล่ม ซึ่งจะเห็นว่าเปลี่ยนชื่อเจ้าของมาแล้วกี่ทอด รถที่โอนหลายทอดในช่วงเวลาสั้นเป็นจุดที่ควรถามผู้ขายเพิ่ม ไม่ใช่เหตุผลให้ตัดทิ้งทันที
รถยังผ่อนไม่หมด ขายได้ไหม เล่มอยู่กับใคร
ขายได้ แต่ต้องปิดบัญชีกับไฟแนนซ์ก่อนจึงจะโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อได้ ระหว่างที่ยังผ่อน เล่มอยู่กับบริษัทไฟแนนซ์และชื่อในช่องผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นชื่อบริษัท ไม่ใช่ชื่อผู้ผ่อน วิธีที่ช่วยให้ตกลงกันง่ายขึ้นคือบอกสถานะนี้ไว้ในประกาศตั้งแต่ต้น
ต้องส่งเล่มทะเบียนรถตัวจริงให้ผู้ซื้อตอนไหน
ส่งตอนไปยื่นเรื่องโอนที่สำนักงานขนส่งพร้อมกัน ไม่ใช่ส่งล่วงหน้าก่อนได้รับเงิน การไปด้วยกันทำให้ทั้งสองฝ่ายตรวจเอกสารและดำเนินเรื่องโอนในคราวเดียว ภายในกำหนด 15 วันตามมาตรา 17 ของพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522
เล่มเขียวกับเล่มฟ้าต่างกันอย่างไร
เท่าที่พบในทางปฏิบัติ เล่มสีเขียวใช้กับมอเตอร์ไซค์ และเล่มสีน้ำเงินหรือฟ้าใช้กับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ระเบียบกรมการขนส่งทางบกฉบับ พ.ศ. 2562 ไม่ได้กำหนดสีปกไว้ สิ่งที่ระเบียบกำหนดคือประเภทรถตามรหัส รย. เช่น รย.1 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน และ รย.12 รถจักรยานยนต์ การดูรหัส รย. ในเล่มจึงแม่นกว่าการดูสี
ขอเล่มทะเบียนรถใหม่ ราคาเท่าไหร่
กรณีเล่มหายหรือชำรุดและต้องขอใบแทน อยู่ที่ค่าคำขอ 5 บาท บวกค่าใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถ 50 บาท และถ้าขอใบแทนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีพร้อมกันเพิ่มอีก 20 บาท ส่วนกรณีช่องรายการเสียภาษีเต็มแล้วต้องทำเล่มใหม่ คิดเป็นค่าใบคู่มือจดทะเบียน 100 บาท ทั้งหมดอ้างจากบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ที่กรมการขนส่งทางบกเผยแพร่
เล่มทะเบียนรถหาย ต้องแจ้งความไหม
คู่มือสำหรับประชาชนของงานขอใบแทนใบคู่มือจดทะเบียนรถไม่ได้ระบุใบแจ้งความในรายการเอกสารที่ต้องยื่น ส่วนระเบียบฉบับ พ.ศ. 2562 ระบุหลักฐานการแจ้งความจากสถานีตำรวจหรือบันทึกถ้อยคำของเจ้าของรถอย่างใดอย่างหนึ่ง แนวปฏิบัติแต่ละพื้นที่อาจต่างกัน ควรโทรถามสำนักงานขนส่งที่จะไปยื่นก่อนเดินทาง
เล่มทะเบียนรถกับ พ.ร.บ. เป็นเอกสารเดียวกันไหม
ไม่ใช่ เป็นเอกสารต่างกันและออกโดยหน่วยงานต่างกัน เล่มทะเบียนรถคือใบคู่มือจดทะเบียนรถที่นายทะเบียนออกให้ ส่วน พ.ร.บ. คือกรมธรรม์ประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถที่ซื้อจากบริษัทประกัน และต้องมีก่อนจึงจะต่อภาษีรถได้




