เปิดแอร์กี่องศาประหยัดไฟ? คำตอบจาก กฟผ. พร้อมวิธีลดค่าไฟจริง

เปิดแอร์ให้ประหยัดไฟที่สุดคือตั้งไว้ที่ 26–27 องศาเซลเซียส แล้วเปิดพัดลมช่วยอีกแรง เป็นช่วงอุณหภูมิที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แนะนำว่าสมดุลที่สุดระหว่างความเย็นกับการกินไฟ เพราะทุก 1 องศาที่ปรับต่ำลง แอร์จะกินไฟเพิ่มราว 5–10% การตั้งสูงขึ้นอีกนิดแล้วพึ่งพัดลมไล่ลมเย็นให้ทั่วห้อง จึงเย็นใกล้เคียงเดิมแต่จ่ายค่าไฟน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
พอหน้าร้อนมาจริง หลายคนกดรีโมทลงไป 22–23 องศาเพราะคิดว่าห้องจะเย็นเร็วขึ้น ทั้งที่แอร์ทำความเย็นเต็มกำลังตั้งแต่วินาทีที่กดเปิดอยู่แล้ว สิ่งที่ได้กลับมาจึงมีแค่บิลค่าไฟที่บานปลายโดยไม่จำเป็น คำถามที่ตามมาคือเปิดแอร์ยังไงให้ประหยัดแต่ยังเย็นสบาย คำตอบรวมอยู่ในหัวข้อต่อไปนี้
เปิดแอร์กี่องศาประหยัดไฟที่สุด
ตั้งที่ 26–27 องศาเซลเซียส คือคำตอบที่ใช้ได้กับห้องส่วนใหญ่ กฟผ. ยกให้ 26 องศาเป็นค่ามาตรฐาน เพราะเป็นจุดที่คนทั่วไปรู้สึกสบาย ไม่หนาวจนต้องห่มผ้า และคอมเพรสเซอร์ยังไม่ต้องทำงานหนักเกินไป
กุญแจสำคัญที่คนมักมองข้ามคือพัดลม การเปิดพัดลมคู่กับแอร์ที่ 26–27 องศา ช่วยพาลมเย็นหมุนเวียนทั่วห้องและเร่งให้เหงื่อระเหย ผิวเลยรู้สึกเย็นเหมือนตั้งแอร์ไว้ที่ 24 องศา ทั้งที่จ่ายค่าไฟในระดับ 26 องศา พัดลมหนึ่งตัวกินไฟแค่หลักสิบวัตต์ น้อยกว่าการกดแอร์ลงหนึ่งองศาหลายเท่า
ทำไม 26–27 องศาถึงประหยัดไฟ
หัวใจของแอร์อยู่ที่คอมเพรสเซอร์ ซึ่งเป็นตัวกินไฟหลัก ยิ่งตั้งอุณหภูมิต่ำ ส่วนต่างระหว่างความร้อนในห้องกับอุณหภูมิที่ตั้งไว้ก็ยิ่งมาก คอมเพรสเซอร์ต้องเดินเครื่องนานขึ้นและตัดการทำงานน้อยลง ค่าไฟเลยไหลขึ้นตามรอบการทำงานของคอม
หน้าร้อนยิ่งเห็นผลชัด เมื่ออากาศข้างนอกแตะ 38–40 องศา ความร้อนจะไหลเข้าห้องตลอดเวลาผ่านผนัง หลังคา และกระจก แอร์จึงต้องสู้หนักกว่าเดิมเพื่อรักษาอุณหภูมิที่ตั้งไว้ พอแอร์ทำงานหนักขึ้น บิลค่าไฟหน้าร้อนเลยแพงกว่าปกติ ทั้งที่ใช้แอร์เท่าเดิมและตั้งองศาเท่าเดิม
ทุก 1 องศาที่ลดลง กินไฟเพิ่มเท่าไร
ตัวเลขที่ กฟผ. และผู้ผลิตแอร์อ้างอิงตรงกันคือ ทุก 1 องศาที่ปรับลดลง แอร์จะกินไฟเพิ่มประมาณ 5–10% แปลว่าการตั้ง 23 องศาแทนที่จะเป็น 26 องศา อาจทำให้ค่าไฟส่วนของแอร์เพิ่มขึ้น 15–30% ต่อเดือน ทั้งที่ความเย็นที่ได้เพิ่มมาแทบไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายเพิ่ม
เปิดพัดลมช่วยแล้วเย็นกว่าได้อย่างไร
ร่างกายเรารับรู้ความเย็นจากการระเหยของเหงื่อ ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนรีโมท เมื่อมีลมจากพัดลมพัดผ่านผิว เหงื่อระเหยเร็วขึ้น สมองเลยตีความว่าเย็นกว่าอุณหภูมิจริง 2–3 องศา ผลคือคุณตั้งแอร์ที่ 27 องศาแต่รู้สึกเหมือน 24–25 องศา โดยที่คอมเพรสเซอร์ทำงานเบากว่ามาก นี่คือวิธีเปิดแอร์แบบประหยัดไฟที่ง่ายและเห็นผลไวที่สุด
เปิดแอร์ 25 / 26 / 27 / 28 องศา ค่าไฟต่างกันแค่ไหน
ความต่างต่อหนึ่งองศาฟังดูน้อย แต่พอคูณด้วยจำนวนชั่วโมงที่เปิดต่อวันและจำนวนวันต่อเดือน ตัวเลขจะกลายเป็นหลักร้อยถึงหลักพันบาททันที ยิ่งบ้านที่มีแอร์หลายเครื่อง ส่วนต่างยิ่งทบกันเร็ว
ถ้าเทียบกันแบบคร่าว ๆ โดยยึดหลักทุก 1 องศาประหยัดได้ 5–10% จะได้ภาพประมาณนี้:
| ตั้งอุณหภูมิ | ค่าไฟเทียบกับตั้ง 25°C (ประมาณการ) |
|---|---|
| 25°C | ฐานอ้างอิง |
| 26°C | ประหยัดลงราว 5–10% |
| 27°C | ประหยัดลงราว 10–20% |
| 28°C | ประหยัดลงราว 15–30% |
อยากรู้ค่าไฟของแอร์ตัวเองแบบเป็นบาท คำนวณเองได้ไม่ยาก เอากำลังไฟของแอร์เป็นกิโลวัตต์ คูณจำนวนชั่วโมงที่เปิดต่อวัน แล้วคูณอัตราค่าไฟต่อหน่วยของงวดล่าสุด ก็จะได้ค่าไฟต่อวันคร่าว ๆ ลองคิดเป็นเงินจริง สมมติแอร์ 12,000 BTU เปิดวันละ 10 ชั่วโมง การขยับจาก 25 เป็น 27 องศา ช่วยลดค่าไฟส่วนของแอร์ได้ประมาณหลักร้อยบาทต่อเดือนต่อเครื่อง บ้านที่มีแอร์ 3 ตัวก็เห็นผลรวมเป็นหลักหลายร้อยบาทต่อเดือน โดยที่ความสบายแทบไม่ต่างถ้ามีพัดลมช่วย
ตารางเทียบค่าไฟต่อชั่วโมงตามขนาด BTU
ค่าไฟต่อชั่วโมงขึ้นอยู่กับขนาดแอร์ (BTU) ค่าประสิทธิภาพ (SEER) และอัตราค่าไฟต่อหน่วยในงวดนั้น ๆ ช่วงนี้ควรคำนวณจากอัตราค่าไฟงวดล่าสุดเสมอ เพราะค่า Ft ปรับทุก 4 เดือน
ควรตั้งแอร์กี่องศาในแต่ละสถานการณ์
ตัวเลขเดียวไม่ได้เหมาะกับทุกช่วงเวลา การปรับองศาตามสถานการณ์ช่วยให้ทั้งเย็นสบายและประหยัดไปพร้อมกัน
กลางวัน กลางคืน ห้องเด็ก และตอนเพิ่งเข้าห้อง
ช่วงกลางวันที่แดดแรง 26–27 องศาบวกพัดลมและม่านกันแดดกำลังพอดี ถ้าปล่อยให้แดดส่องเข้าห้อง การตั้ง 26 องศาจะรู้สึกเหมือน 28–29 องศาเพราะความร้อนจากกระจก
กลางคืนใช้ 26–27 องศาคู่กับโหมด Sleep ที่ค่อย ๆ ขยับอุณหภูมิขึ้นเองทีละองศาตอนดึก ร่างกายช่วงหลับต้องการความเย็นน้อยลงอยู่แล้ว วิธีนี้ประหยัดได้อีก 10–20% ในช่วงนอนโดยไม่รบกวนการพักผ่อน
ห้องเด็กเล็กและผู้สูงอายุไม่ควรต่ำกว่า 25 องศา เพราะร่างกายปรับอุณหภูมิได้ไม่ดีเท่าผู้ใหญ่ทั่วไป เสี่ยงไม่สบายตัวง่าย ส่วนตอนเพิ่งเข้าห้องที่ร้อนอบ ตั้ง 24–25 องศาสัก 15–30 นาทีแรกให้แอร์ดึงความร้อนออกก่อน แล้วค่อยขยับขึ้น 26–27 องศา จะประหยัดกว่าฝืนทน 26 องศาตั้งแต่แรกแล้วรู้สึกว่าห้องไม่เย็นสักที
วิธีเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟ นอกจากตั้งอุณหภูมิ
ตั้งองศาให้ถูกเป็นแค่ครึ่งเดียวของเรื่อง อีกครึ่งของการเปิดแอร์ยังไงให้ประหยัดคือการลดภาระที่ทำให้แอร์ต้องทำงานหนักเกินจำเป็น
ล้างแอร์ตามรอบ และปิดประตูหน้าต่างให้สนิท
ฝุ่นที่เกาะแผ่นกรองและคอยล์เย็นขวางการไหลของลม ทำให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อส่งความเย็นเท่าเดิม การล้างแอร์ทุก 3–6 เดือนช่วยให้เครื่องคืนประสิทธิภาพและลดค่าไฟที่หายไปกับความสกปรก ควบคู่กับการเช็กว่าประตูหน้าต่างปิดสนิท ไม่มีช่องให้ลมเย็นรั่วออกหรือลมร้อนแทรกเข้า ม่านหนากันแดดก็ช่วยกันความร้อนจากกระจกได้อีกชั้น
ตั้งเวลาปิด ใช้โหมด Sleep และเลี่ยงของที่ให้ความร้อน
ตั้งเวลาปิดแอร์ล่วงหน้า 30–60 นาทีก่อนออกจากห้องหรือก่อนตื่น ความเย็นที่ค้างในห้องยังอยู่ต่อได้อีกพักโดยไม่ต้องเดินคอมเพรสเซอร์ ของที่ปล่อยความร้อนอย่างเตารีด ไดร์เป่าผม หรือการทำอาหารในห้องแอร์ ล้วนเพิ่มภาระให้เครื่องต้องสู้ความร้อนเพิ่ม ย้ายไปทำนอกห้องแอร์จะช่วยลดงานของแอร์ลงได้
ปรับแอร์ให้เย็นเร็วโดยไม่เปลือง
หลายคนเข้าใจว่ากดอุณหภูมิต่ำสุดแล้วห้องจะเย็นเร็วขึ้น จริง ๆ แล้วแอร์ทำความเย็นเต็มกำลังตั้งแต่เปิดเครื่องอยู่แล้ว การตั้ง 18 องศาไม่ได้เร่งให้เย็นไวขึ้นเลย มีแต่ทำให้คอมไม่ตัดและกินไฟเพิ่ม วิธีปรับแอร์ให้เย็นเร็วที่ได้ผลจริงคือเร่งความเร็วพัดลมของแอร์ให้สูงและเปิดพัดลมตัวช่วย เลือกขนาด BTU ให้พอดีกับห้องก็สำคัญ เพราะแอร์เล็กเกินไปจะวิ่งตลอดไม่ตัด ส่วนแอร์ใหญ่เกินจะตัดบ่อยจนห้องชื้นและเปลืองไฟเช่นกัน
เปิดแอร์ 26 องศากินไฟจริงไหม เคลียร์ความเชื่อผิด ๆ
ช่วงที่ผ่านมามีโพสต์แชร์กันว่าห้ามตั้งแอร์ 26 องศา เพราะอากาศไทยร้อนเกินจนคอมเพรสเซอร์ทำงานไม่ตัดและกินไฟมากกว่าเดิม ความจริงคำเตือนนี้ถูกแค่บางกรณี ไม่ใช่ทั้งหมด
ในห้องที่ไม่มีฉนวน หลังคาเหล็กโดนแดดทั้งวัน หรือมีคนอยู่หลายคนพร้อมกัน ภาระความร้อนสูงจริงจนตั้ง 26 องศาแล้วคอมอาจเดินยาวไม่ค่อยตัด แต่ในคอนโดหรือบ้านทั่วไปที่มีฉนวนพอใช้ ปิดประตูหน้าต่าง และคนอยู่ไม่กี่คน การตั้ง 26 องศายังเป็นจุดที่ประหยัดที่สุดตามที่ กฟผ. แนะนำ
ทางออกสำหรับห้องที่ร้อนเป็นพิเศษคือ ช่วง 30 นาทีแรกตั้ง 24–25 องศาให้แอร์ดึงความร้อนออกก่อน พอห้องเย็นแล้วค่อยขยับขึ้น 26–27 องศา เพิ่มฉนวนหรือม่านกันแดดเพื่อลดความร้อนที่ไหลเข้า และอย่าลืมล้างแอร์ เพราะคอยล์ที่ตันทำให้แอร์ไม่เย็นแม้ตั้ง 26 องศาจริง
แอร์เก่ากินไฟ ควรเปลี่ยนเป็นแอร์ Inverter เบอร์ 5 ไหม
ถ้าทำตามทุกข้อแล้วค่าไฟยังสูงผิดปกติ ตัวเครื่องอาจเป็นต้นเหตุ แอร์ระบบธรรมดา (Fixed-speed) รุ่นเก่าจะตัด-ต่อการทำงานแบบเปิด-ปิด ทำให้กินไฟกระชากเป็นช่วง ส่วนแอร์ Inverter ปรับรอบคอมเพรสเซอร์ตามอุณหภูมิห้องได้ จึงประหยัดกว่าราว 20–40% ขึ้นกับการใช้งาน
ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นตัวช่วยเลือกที่ง่ายที่สุด ยิ่งมีดาวมากยิ่งประหยัด สัญญาณที่บอกว่าแอร์เก่าคุ้มเปลี่ยนคือ ใช้งานเกิน 10 ปี ล้างแล้วยังกินไฟเท่าเดิม หรือต้องเรียกช่างซ่อมบ่อยจนค่าซ่อมสะสมใกล้ราคาเครื่องใหม่
ก่อนตัดสินใจเปลี่ยน ลองเทียบค่าไฟที่จะประหยัดได้ต่อปีกับราคาเครื่องใหม่ เช็กว่ารุ่นที่หมายตาเป็นเบอร์ 5 จริงและขนาด BTU ตรงกับห้อง แล้วค่อย ๆ เทียบหลายรุ่นหลายร้านก่อนตัดสินใจ จะคุ้มกว่ารีบกดซื้อตามโปรโมชั่น
ทำไมต้องซื้อหรือขายแอร์ประหยัดไฟ กับ Talata
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคิดว่าถึงเวลาเปลี่ยนแอร์เครื่องเก่าที่กินไฟ การหาแอร์เบอร์ 5 รุ่น Inverter บน Talataช่วยให้เทียบรุ่น เทียบขนาด BTU และเทียบราคาจากผู้ขายหลายเจ้าได้ในที่เดียว ไม่ต้องไล่เปิดทีละเว็บ จะเลือกของใหม่แกะกล่องหรือมือสองสภาพดีที่ราคาย่อมเยากว่าก็มีให้เทียบ แล้วทักหาผู้ขายเพื่อถามสเปกหรือนัดติดตั้งได้โดยตรง
ฝั่งคนที่เพิ่งเปลี่ยนเครื่องใหม่แล้วมีแอร์ตัวเก่าเหลือ ถ้ายังเย็นดีก็ลงขายต่อได้ ระบุยี่ห้อ ขนาด BTU อายุการใช้งาน และสภาพให้ครบ คนซื้อจะตัดสินใจง่ายและปิดการขายไวขึ้น ลองเริ่มดูประกาศหรือลงขายแอร์บน Talataได้เมื่อเจอจังหวะที่เหมาะ
คำถามที่พบบ่อย
เปิดแอร์ 25 กับ 27 องศา ค่าไฟต่างกันมากไหม
ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ การขยับจาก 25 ขึ้นไป 27 องศาช่วยลดค่าไฟส่วนของแอร์ได้ราว 10–20% ตามหลักทุก 1 องศาที่เพิ่มขึ้นแอร์กินไฟลดลง 5–10% ในห้องที่มีฉนวนปกติและเปิดพัดลมช่วย 27 องศาให้ความสบายใกล้เคียง 25 องศาโดยไม่ต้องจ่ายค่าไฟส่วนเกิน
เปิดแอร์ 26 องศา เปลืองไฟไหม
ไม่เปลือง 26 องศาเป็นค่าที่ กฟผ. แนะนำว่าประหยัดและสบายสำหรับห้องทั่วไป จะกินไฟมากกว่าปกติก็ต่อเมื่อห้องไม่มีฉนวน โดนแดดทั้งวัน หรือมีคนอยู่หลายคนจนคอมเพรสเซอร์เดินยาวไม่ตัด กรณีแบบนี้แก้ได้ด้วยการเพิ่มฉนวน ปิดม่านกันแดด และเปิดพัดลมช่วย
กลางวันควรเปิดแอร์กี่องศา
กลางวันแนะนำ 26–27 องศาคู่กับพัดลมและม่านปิดแสงแดด เพราะรังสีความร้อนจากแดดที่ส่องเข้าห้องทำให้รู้สึกอุ่นกว่าอุณหภูมิจริง การตั้ง 24–25 องศาในตอนกลางวันจะกินไฟเพิ่มโดยไม่จำเป็น
เปิด-ปิดแอร์บ่อย กับเปิดทิ้งไว้ อันไหนประหยัดกว่า
ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและชนิดแอร์ ถ้าออกจากห้องไม่เกิน 1–2 ชั่วโมง การเปิดทิ้งไว้โดยปรับอุณหภูมิขึ้น 2–3 องศาประหยัดกว่าปิดแล้วเปิดใหม่ เพราะตอนเริ่มทำความเย็นคอมเพรสเซอร์กินไฟสูงสุด แต่ถ้าออกนานเกิน 2 ชั่วโมงควรปิด สำหรับแอร์ Inverter การเปิดต่อเนื่องจะได้เปรียบกว่าเพราะระบบลดรอบคอมเองเมื่ออุณหภูมิคงที่
เปิดแอร์เบอร์ไหนประหยัดไฟ
เลือกแอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และเป็นระบบ Inverter จะประหยัดที่สุดในระยะยาว ยิ่งฉลากมีดาวมากยิ่งกินไฟน้อย ควบคู่กับการเลือกขนาด BTU ให้พอดีกับขนาดห้อง เพราะ BTU ที่ไม่เหมาะทำให้เปลืองไฟแม้จะเป็นเบอร์ 5





