ป้ายจราจร รวมเครื่องหมายจราจรทุกประเภท พร้อมความหมายที่คนใช้รถใช้ถนนควรรู้

ป้ายจราจรในไทยแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก คือ ป้ายบังคับ ป้ายเตือน และป้ายแนะนำ ป้ายบังคับส่วนใหญ่เป็นวงกลม ใช้สั่งให้ทำหรือห้ามทำ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ ป้ายเตือนเป็นสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดพื้นเหลือง บอกว่าข้างหน้ามีอะไรต้องระวัง ส่วนป้ายแนะนำเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า บอกทาง ระยะทาง และสถานที่ ป้ายแต่ละตัวมีรหัสทางการ เช่น บ.1 คือป้ายหยุด ต.56 คือป้ายเตือนคนข้ามถนน
บทความนี้รวมป้ายที่เจอบ่อยพร้อมรหัสและความหมาย วิธีจำจากสีกับรูปทรง ป้ายที่หน้าตาคล้ายกันจนมือใหม่สับสน ค่าปรับเมื่อฝ่าฝืน ชื่อภาษาอังกฤษ และป้ายที่ควรทบทวนก่อนสอบใบขับขี่ เขียนโดยทีม Talata แพลตฟอร์มลงประกาศซื้อ ขาย เช่า ที่มีหมวดรถยนต์และมอเตอร์ไซค์มือสองสำหรับคนที่กำลังจะมีรถคันแรก
ป้ายจราจรคืออะไร ต่างจากเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางยังไง
ป้ายจราจรคือแผ่นป้ายที่ติดตั้งริมทางหรือเหนือผิวจราจร เพื่อบอกกฎ ข้อห้าม คำเตือน หรือทิศทางให้ผู้ขับขี่และคนเดินเท้าปฏิบัติตาม ในภาษากฎหมายจัดอยู่ในกลุ่ม "เครื่องหมายจราจร" ซึ่งรวมทั้งแผ่นป้ายและเส้นหรือสัญลักษณ์ที่ทาไว้บนพื้นทาง เช่น เส้นหยุด ทางม้าลาย และลูกศรในช่องจราจร พ.ร.บ.จราจรทางบกกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรทั้งสองแบบ
เหตุผลที่ต้องรู้จักป้ายไม่ได้มีแค่เรื่องสอบใบขับขี่ การอ่านป้ายออกช่วยให้ตัดสินใจทันบนถนนจริง เห็นป้ายเตือนทางโค้งแต่ไกลก็ชะลอได้ก่อนถึงจุดอันตราย รู้ว่าตรงไหนห้ามจอดก็เลี่ยงใบสั่งและการถูกล็อกล้อได้ คนที่เพิ่งหัดขับมักสับสนป้ายที่หน้าตาคล้ายกัน การจับหลักจากสีและรูปทรงก่อนจะช่วยให้แยกออกเร็วขึ้นมาก
ป้ายจราจรมีกี่ประเภท

ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการติดตั้งป้ายจราจรบนทางหลวง พ.ศ. 2563 ป้ายจราจรมี 3 ประเภท คือ ป้ายบังคับ ป้ายเตือน และป้ายแนะนำ ป้ายสีส้มที่เจอตามงานซ่อมถนนไม่ได้เป็นประเภทที่ 4 แต่เป็นป้ายเตือนชนิดหนึ่งที่ใช้ชั่วคราว
| ประเภท | หน้าที่ | รหัสทางการ |
|---|---|---|
| ป้ายบังคับ | สั่งให้ทำ หรือห้ามทำ ฝ่าฝืนมีโทษ | บ.1–บ.55 |
| ป้ายเตือน | บอกล่วงหน้าว่ามีอันตรายหรือสภาพทางที่ต้องระวัง | ต.1–ต.74 |
| ป้ายเตือนในงานก่อสร้าง | เตือนเขตงานซ่อมหรือก่อสร้างชั่วคราว | ตก.1–ตก.26 |
| ป้ายแนะนำ | บอกทาง ระยะทาง สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวก | ไม่ได้กำหนดเป็นรหัสแบบเดียวกัน |
ป้ายบังคับ มีอะไรบ้าง

ป้ายบังคับสั่งให้ผู้ขับขี่ต้องทำหรือห้ามทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ฝ่าฝืนแล้วมีความผิดตามกฎหมาย แยกได้สองแบบ แบบแรกคือป้ายห้าม เป็นวงกลมพื้นขาว ขอบแดง สัญลักษณ์ดำ บางป้ายมีขีดแดงพาดกลาง เช่น ห้ามเข้า ห้ามแซง ห้ามจอดรถ แบบที่สองคือป้ายให้กระทำ เป็นวงกลมพื้นน้ำเงิน สัญลักษณ์ขาว เช่น ให้ชิดซ้าย ให้รถเดินทางเดียว มีสองป้ายที่ใช้รูปทรงเฉพาะตัวคือ ป้ายหยุดเป็นแปดเหลี่ยมพื้นแดง และป้ายให้ทางเป็นสามเหลี่ยมหัวกลับ ออกแบบให้จำได้แม้มองไม่เห็นตัวหนังสือ
| รหัส | ชื่อป้าย | ต้องทำอะไร |
|---|---|---|
| บ.1 | หยุด | หยุดรถก่อนถึงเส้นหยุดหรือทางขวาง ให้รถและคนผ่านไปก่อน แล้วค่อยไปต่อเมื่อปลอดภัย |
| บ.2 | ให้ทาง | ชะลอและให้รถหรือคนเดินเท้าบนทางขวางข้างหน้าผ่านไปก่อน |
| บ.3 | ให้รถสวนทางมาก่อน | หยุดรอให้รถที่สวนมาผ่านไปก่อน มักเจอตรงสะพานหรือทางแคบ |
| บ.4 | ห้ามแซง | ห้ามแซงขึ้นหน้ารถคันอื่นในเขตที่ติดป้าย |
| บ.5 | ห้ามเข้า | ห้ามขับรถทุกชนิดเข้าไปในทางนั้น |
| บ.6 / บ.7 | ห้ามกลับรถไปทางขวา / ห้ามกลับรถไปทางซ้าย | ห้ามยูเทิร์นตามทิศที่ป้ายระบุ |
| บ.8 / บ.9 | ห้ามเลี้ยวซ้าย / ห้ามเลี้ยวขวา | ห้ามเลี้ยวไปทางนั้น |
| บ.15 | ห้ามรถบรรทุก | ห้ามรถบรรทุกเข้าเขตที่ติดป้าย |
| บ.16 | ห้ามรถจักรยานยนต์ | ห้ามมอเตอร์ไซค์เข้าเขตที่ติดป้าย |
| บ.27 | ห้ามใช้เสียง | ห้ามบีบแตรหรือใช้เสียงสัญญาณ เจอบ่อยหน้าโรงพยาบาลและโรงเรียน |
| บ.29 | ห้ามจอดรถ | ห้ามจอด ยกเว้นหยุดรับส่งคนหรือสิ่งของชั่วขณะโดยไม่ชักช้า |
| บ.30 | ห้ามหยุดรถ | ห้ามทั้งหยุดและจอด ไม่มีข้อยกเว้นเรื่องรับส่ง |
| บ.32 | จำกัดความเร็ว | ห้ามขับเร็วเกินตัวเลขบนป้าย หน่วยเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมง |
| บ.37 | ให้รถเดินทางเดียว | ขับได้ทางเดียวตามลูกศร ห้ามสวนทาง |
| บ.40 / บ.41 | ให้ชิดซ้าย / ให้ชิดขวา | ขับผ่านเกาะหรือสิ่งกีดขวางทางด้านที่ป้ายชี้ |
| บ.48 | วงเวียน | ขับวนไปทางซ้ายของวงเวียน รถที่จะเข้าต้องหยุดให้รถที่แล่นอยู่ในวงเวียนไปก่อน |
ป้ายเตือน มีอะไรบ้าง
ป้ายเตือนบอกล่วงหน้าว่าข้างหน้ามีสถานการณ์ที่ต้องระวัง ตัวป้ายไม่ได้สั่งห้าม แต่ถ้ามองข้ามแล้วเสี่ยงอุบัติเหตุสูง รูปแบบมาตรฐานคือสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดพื้นเหลือง ขอบและสัญลักษณ์สีดำ เห็นสีเหลืองข้าวหลามตัดเมื่อไรให้ถอนคันเร่งไว้ก่อน แล้วกวาดสายตาหาสิ่งที่ป้ายเตือนถึง
| รหัส | ชื่อป้าย | ความหมายและสิ่งที่ควรทำ |
|---|---|---|
| ต.1–ต.10 | ทางโค้งแบบต่างๆ | ข้างหน้าเป็นทางโค้งซ้าย โค้งขวา หรือโค้งต่อเนื่อง ลดความเร็วก่อนเข้าโค้ง |
| ต.21 | วงเวียนข้างหน้า | ใกล้ถึงวงเวียน ชะลอและเตรียมให้รถในวงเวียนไปก่อน |
| ต.50–ต.51 | จุดกลับรถ | ข้างหน้ามีจุดกลับรถ ระวังรถที่ชะลอหรือเปลี่ยนเลนเข้าจุดกลับรถ |
| ต.56 | คนข้ามถนน | ข้างหน้ามีทางข้าม ชะลอและพร้อมหยุดให้คนข้าม |
| ต.57 | โรงเรียน ระวังเด็ก | เขตโรงเรียน ขับช้าและระวังเด็กวิ่งตัดหน้า |
| ต.61 | เขตห้ามแซง | เตือนว่ากำลังเข้าเขตห้ามแซง คนละป้ายกับ บ.4 ซึ่งเป็นป้ายบังคับ |
ป้ายเตือนอื่นที่เจอบ่อยบนถนนไทย เช่น ทางแยก ทางลื่น ทางขึ้นหรือลงลาดชัน ระวังสัตว์ ทางข้ามทางรถไฟ และสัญญาณไฟจราจรข้างหน้า ป้ายสัญญาณไฟข้างหน้าติดไว้ก่อนถึงแยกไฟแดง ให้เริ่มผ่อนคันเร่งตั้งแต่เห็นป้าย จะได้ไม่ต้องเบรกกะทันหันตอนไฟเปลี่ยน
ป้ายเตือนในงานก่อสร้าง (สีส้ม)
ช่วงที่มีงานซ่อมหรือก่อสร้างบนถนน จะมีป้ายเตือนชั่วคราวพื้นสีส้ม ขอบและสัญลักษณ์ดำ รหัส ตก. เช่น เขตก่อสร้าง ทางเบี่ยง หรือช่องจราจรลดลง สีส้มบอกว่าเป็นสถานการณ์เฉพาะกิจ ต่างจากป้ายเตือนถาวรสีเหลือง เจอเมื่อไรให้ลดความเร็วและทำตามกรวยหรือแผงกั้นที่วางไว้
ป้ายแนะนำ มีอะไรบ้าง
ป้ายแนะนำให้ข้อมูลเพื่อความสะดวกในการเดินทาง เช่น ชื่อจุดหมาย ทิศทาง ระยะทาง ทางออก ปั๊มน้ำมัน จุดพักรถ โรงพยาบาล หรือแหล่งท่องเที่ยว รูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือจัตุรัส กฎกระทรวงแบ่งไว้สองแบบ คือพื้นขาวข้อความดำ กับพื้นสีเขียว น้ำเงิน หรือน้ำตาล ข้อความสีขาว เหลือง หรือแดง ป้ายแหล่งท่องเที่ยวและโบราณสถานใช้พื้นสีน้ำตาล
ป้ายกลุ่มนี้ไม่ได้บังคับ แต่ช่วยวางแผนเส้นทาง ยิ่งบนทางหลวงระยะไกลยิ่งต้องอ่านให้ทัน จะได้เปลี่ยนเลนเตรียมออกทางแยกล่วงหน้า แทนที่จะเบี่ยงกะทันหันตอนใกล้ถึง
แผ่นป้ายเสริมใต้ป้ายหลัก
บางครั้งจะเห็นแผ่นป้ายเล็กติดใต้ป้ายหลัก ใช้บอกรายละเอียดเพิ่ม เช่น ช่วงเวลาที่ห้ามจอด ระยะทางถึงจุดอันตราย หรือประเภทรถที่ป้ายใช้บังคับ แผ่นป้ายเสริมของป้ายบังคับเป็นพื้นขาว ขอบและข้อความดำ ส่วนของป้ายเตือนเป็นพื้นเหลือง ขอบและข้อความดำ อ่านป้ายเสริมทุกครั้ง เพราะป้ายห้ามจอดที่มีเวลากำกับ นอกช่วงเวลานั้นจอดได้ตามปกติ
สีและรูปทรงของป้ายจราจรบอกอะไร
วิธีจำป้ายที่เร็วที่สุดคือดูสีและรูปทรงก่อนอ่านตัวหนังสือ เพราะแต่ละกลุ่มใช้ชุดสีเฉพาะ จับหลักได้แล้วจะเดาความหมายคร่าวๆ ได้ตั้งแต่ยังมองไม่ชัด
| สี | ความหมายหลัก | กลุ่มป้าย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| แดง | ห้าม หรือหยุด | ป้ายบังคับ (ห้าม) | หยุด, ห้ามเข้า, ห้ามจอดรถ |
| น้ำเงิน | บังคับให้ทำ | ป้ายบังคับ (ให้กระทำ) | ให้ชิดซ้าย, ให้รถเดินทางเดียว, วงเวียน |
| เหลือง | เตือนให้ระวัง | ป้ายเตือน | ทางโค้ง, คนข้ามถนน, วงเวียนข้างหน้า |
| ส้ม | เตือนเขตงานก่อสร้าง | ป้ายเตือนชั่วคราว | เขตก่อสร้าง, ทางเบี่ยง |
| ขาว เขียว น้ำเงิน | บอกทางและข้อมูล | ป้ายแนะนำ | ป้ายบอกทาง, ระยะทาง |
| น้ำตาล | แหล่งท่องเที่ยว โบราณสถาน | ป้ายแนะนำ | ป้ายบอกทางไปสถานที่ท่องเที่ยว |
จุดที่คนสับสนบ่อยคือสีน้ำเงิน เพราะใช้ทั้งในป้ายบังคับและป้ายแนะนำ ตัวตัดสินคือรูปทรง ถ้าเป็นวงกลมพื้นน้ำเงินคือคำสั่งที่ต้องทำตาม ถ้าเป็นสี่เหลี่ยมคือข้อมูลการเดินทาง ส่วนแปดเหลี่ยมกับสามเหลี่ยมหัวกลับมีไว้ให้ป้ายหยุดและป้ายให้ทางเท่านั้น จึงจำได้แม้ป้ายซีดหรือถูกบังบางส่วน
ป้ายจราจรที่หน้าตาคล้ายกัน มือใหม่มักสับสน
ป้ายหลายคู่ต่างกันแค่รายละเอียดเล็กๆ แต่ความหมายต่างกันมาก คู่พวกนี้ออกข้อสอบบ่อยและพลาดบ่อยบนถนนจริง
| คู่ที่มักสับสน | ต่างกันตรงไหน |
|---|---|
| ห้ามจอดรถ (บ.29) กับ ห้ามหยุดรถ (บ.30) | ห้ามจอดยังหยุดรับส่งคนหรือของชั่วขณะได้ ห้ามหยุดคือห้ามจอดแม้แต่ครู่เดียว |
| หยุด (บ.1) กับ ให้ทาง (บ.2) | ป้ายหยุดต้องหยุดสนิททุกครั้ง ป้ายให้ทางชะลอได้ถ้าทางขวางว่าง |
| ห้ามแซง (บ.4) กับ เขตห้ามแซง (ต.61) | บ.4 เป็นคำสั่งที่มีผลทันที ต.61 เป็นป้ายเตือนว่ากำลังจะเข้าเขตห้ามแซง |
| วงเวียน (บ.48) กับ วงเวียนข้างหน้า (ต.21) | บ.48 วงกลมพื้นน้ำเงิน สั่งให้วนซ้ายและให้สิทธิรถในวงเวียน ต.21 ข้าวหลามตัดสีเหลือง เตือนว่าใกล้ถึงวงเวียน |
| ให้เลี้ยวพื้นน้ำเงิน กับ ห้ามเลี้ยวขอบแดง | ใช้รูปลูกศรคล้ายกัน แต่สีบอกความหมายตรงข้าม น้ำเงินคือต้องทำ ขอบแดงคือห้ามทำ |
ฝ่าฝืนป้ายจราจร โดนปรับเท่าไร
พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 21 กำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรที่ติดตั้งไว้ในทาง ฝ่าฝืนแล้วมีโทษปรับ และหลายข้อหาที่ผูกกับป้ายโดยตรงถูกเพิ่มโทษตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 5 กันยายน 2565
| ป้ายหรือสัญญาณที่เกี่ยวข้อง | ข้อหา | ปรับไม่เกิน |
|---|---|---|
| สัญญาณไฟจราจร | ขับรถฝ่าไฟแดง | 4,000 บาท |
| ป้ายจำกัดความเร็ว (บ.32) | ขับรถเร็วเกินกำหนด | 4,000 บาท |
| ป้ายคนข้ามถนน (ต.56) และทางม้าลาย | ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย | 4,000 บาท |
| ป้ายให้รถเดินทางเดียว (บ.37) | ขับรถย้อนศร | 2,000 บาท |
| ป้ายห้ามจอดรถ (บ.29) | จอดรถในที่ห้ามจอด | 2,000 บาท |
เจ้าหน้าที่อาจเขียนยอดในใบสั่งต่ำกว่าเพดานนี้ ใครได้ใบสั่งมาแล้วอยากเช็กยอดจริงหรือจ่ายออนไลน์ ดูวิธีได้ที่ เช็คใบสั่งจากทะเบียนรถออนไลน์
ป้ายจราจรภาษาอังกฤษ เรียกว่าอะไรบ้าง
คนเตรียมขับรถในต่างประเทศ หรือคนที่เจอป้ายสองภาษา มักอยากรู้ชื่อภาษาอังกฤษของป้ายที่คุ้นเคย ตารางด้านล่างรวมชื่อที่ใช้กันทั่วไป
| ป้าย (ไทย) | English | ความหมาย |
|---|---|---|
| หยุด | Stop | หยุดรถให้สนิท |
| ให้ทาง | Give Way (สหรัฐฯ ใช้ Yield) | ให้รถบนทางขวางไปก่อน |
| ห้ามเข้า | No Entry | ห้ามรถเข้าเส้นทางนี้ |
| ห้ามแซง | No Overtaking | ห้ามแซงในเขตที่กำหนด |
| ห้ามจอดรถ | No Parking | ห้ามจอดในแนวที่ติดป้าย |
| ห้ามหยุดรถ | No Stopping | ห้ามหยุดและห้ามจอด |
| ห้ามกลับรถ | No U-Turn | ห้ามยูเทิร์น |
| จำกัดความเร็ว | Speed Limit | ห้ามขับเกินความเร็วที่ระบุ |
| ทางโค้ง | Curve / Bend | ข้างหน้าเป็นทางโค้ง |
| คนข้ามถนน | Pedestrian Crossing | ระวังคนข้ามถนน |
ป้ายหยุดและป้ายให้ทางในไทยพิมพ์คำว่า STOP และ GIVE WAY ไว้บนป้ายด้วย คำที่ควรจำให้แม่นคือ Stop, Give Way, No Entry และ Speed Limit เพราะใช้กันแทบทุกประเทศ ใครเตรียมขับรถเช่าในต่างประเทศ เรื่องเอกสารดูต่อได้ที่ ใบขับขี่สากล
ป้ายจราจรกับการสอบใบขับขี่ ต้องรู้ป้ายไหนบ้าง
ข้อสอบข้อเขียนใบขับขี่ของกรมการขนส่งทางบกมี 50 ข้อ ต้องตอบถูกอย่างน้อยร้อยละ 90 หรือ 45 ข้อ ป้ายบังคับ ป้ายเตือน และป้ายแนะนำเป็นหมวดที่ออกแน่นอน แนวข้อสอบมักเอารูปป้ายมาให้เลือกความหมาย หรือถามว่าเจอป้ายนี้แล้วต้องทำอย่างไร กลุ่มที่ออกบ่อยคือป้ายบังคับพื้นฐาน เช่น หยุด ให้ทาง ห้ามเข้า ห้ามแซง ห้ามจอดรถ และป้ายเตือนอย่างทางโค้ง คนข้ามถนน และวงเวียนข้างหน้า ผู้ขอใบขับขี่ครั้งแรกต้องอบรมตามหลักสูตรของกรมการขนส่งทางบกก่อนสอบด้วย
เคล็ดลับที่ได้ผลคืออย่าท่องทีละป้าย ให้จำเป็นกลุ่มตามสีและรูปทรงก่อน พอเจอป้ายในข้อสอบจะตัดตัวเลือกได้เร็ว แล้วค่อยเก็บคู่ที่หน้าตาคล้ายกันในตารางด้านบนเป็นพิเศษ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะสอบใบขับขี่ชนิดไหน ดูความต่างได้ที่ ใบขับขี่มีกี่ประเภท
ทำไมต้องหารถคันแรกกับ Talata
คนที่นั่งทบทวนป้ายจราจรส่วนใหญ่กำลังเตรียมสอบใบขับขี่ และอีกไม่นานก็จะเริ่มหารถคันแรก Talata รวมประกาศรถยนต์และมอเตอร์ไซค์มือสองจากผู้ขายหลายรายไว้ในที่เดียว กรองตามงบ รุ่น และจังหวัดได้ เทียบหลายคันก่อนตัดสินใจ แล้วทักเจ้าของประกาศได้โดยตรง ก่อนนัดดูรถ เช็กภาษี พ.ร.บ. และใบสั่งค้างให้เรียบร้อย ดูรายการเช็กได้ที่ ซื้อรถมือสองต้องเช็กอะไรบ้าง
ฝั่งคนที่มีรถอยู่แล้วและอยากขยับไปคันใหม่ ลงประกาศขายคันเดิมบน Talata ได้ ใส่รูปและรายละเอียดให้ครบ ระบุวันหมดอายุภาษีให้ชัด แล้วรอผู้ซื้อที่สนใจติดต่อเข้ามา เปรียบเทียบข้อเสนอให้ดีก่อนตกลงโอนรถ
คำถามที่พบบ่อย
ป้ายจราจรทั้งหมดมีกี่ป้าย
ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการติดตั้งป้ายจราจรบนทางหลวง พ.ศ. 2563 ป้ายบังคับมี 55 ป้าย ป้ายเตือนมี 42 รายการ (บางรายการมีหลายแบบ รหัสไล่ตั้งแต่ ต.1 ถึง ต.74) และป้ายเตือนในงานก่อสร้างมี 8 รายการ ส่วนป้ายแนะนำไม่ได้กำหนดจำนวนตายตัว เพราะข้อความเปลี่ยนไปตามชื่อสถานที่และเส้นทาง
ไฟแดงเลี้ยวซ้ายได้ไหม ถ้าไม่เห็นป้าย
ไม่ได้ ไฟแดงเลี้ยวซ้ายได้เฉพาะแยกที่มีป้าย "เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด" ติดไว้เท่านั้น แยกที่ไม่มีป้ายนี้ต้องหยุดรอสัญญาณไฟเหมือนรถเลนอื่น ถ้าเลี้ยวไปเลยถือว่าฝ่าฝืนและถูกออกใบสั่งได้
ฝ่าฝืนป้ายจราจร ถูกตัดคะแนนใบขับขี่ไหม
ขึ้นกับข้อหา ฝ่าไฟแดงและขับรถย้อนศรตัด 2 คะแนน ขับเร็วเกินกำหนดตัด 1 คะแนน ส่วนฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรทั่วไปและจอดในที่ห้ามจอด จะถูกตัดคะแนนเมื่อไม่จ่ายค่าปรับตามใบสั่งภายในเวลาที่กำหนด ผู้ถือใบขับขี่มีคนละ 12 คะแนน เหลือศูนย์เมื่อไรถูกพักใช้ใบขับขี่ 90 วัน วิธีเช็กคะแนนและการรับคะแนนคืนอยู่ในบทความเช็คใบสั่งจากทะเบียนรถออนไลน์
ติดตั้งป้ายจราจรในหมู่บ้านหรือพื้นที่ส่วนตัวได้ไหม
ถนนในหมู่บ้านจัดสรร ลานจอดรถ หรือไซต์ก่อสร้างที่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ติดป้ายเพื่อจัดระเบียบภายในได้ แต่ป้ายนั้นเป็นกฎของพื้นที่ ไม่ได้มีผลเป็นเครื่องหมายจราจรตามกฎหมาย ควรใช้รูปแบบและสีตามมาตรฐานเพื่อให้คนเข้าใจตรงกัน ส่วนถนนสาธารณะ กฎหมายห้ามคนทั่วไปติดตั้งป้ายจราจรเอง ต้องเป็นหน่วยงานที่ดูแลทางเท่านั้น





