ใบขับขี่มีกี่ประเภท? สรุปครบทุกชนิด พร้อมอายุและการใช้งาน

ใบขับขี่ในไทยตอบได้สองมุม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์มีอยู่ราว 11 ชนิด เช่น ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล ใบขับขี่จักรยานยนต์ส่วนบุคคล และใบขับขี่สาธารณะ ส่วนตามกฎหมายขนส่งทางบกจะแบ่งเป็นประเภท 1–4 ทั้งแบบส่วนบุคคล (บ.) และทุกประเภท (ท.) คนที่ขับรถส่วนตัวทั่วไปใช้แค่ใบรถยนต์หรือจักรยานยนต์ส่วนบุคคลก็พอแล้ว ถ้าถัดจากนี้กำลังเล็งรถคันแรกอยู่ Talata รวมประกาศรถยนต์และมอเตอร์ไซค์จากผู้ขายหลายเจ้าให้เทียบราคาและรุ่นได้ในที่เดียว และช่วยให้คนกำลังหารถกับคนอยากปล่อยรถมาเจอกันโดยตรง
ความสับสนเรื่อง “จำนวนประเภท” เกิดจากกฎหมายสองฉบับที่นับคนละแบบ บทความนี้แยกให้เห็นทั้งสองระบบ พร้อมอายุใบ ค่าธรรมเนียม และวิธีเลือกให้ตรงกับการใช้งานจริง
ใบขับขี่มีกี่ประเภทกันแน่? ทำไมบางที่บอก 11 ชนิด บางที่บอก 4 ประเภท
คำตอบขึ้นอยู่กับว่ายึดกฎหมายฉบับไหน ใบขับขี่ของไทยอยู่ภายใต้กฎหมายสองฉบับที่นับประเภทต่างกัน เลยทำให้เสิร์ชเจอตัวเลขไม่เท่ากัน
กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ. 2522) นับเป็น “ชนิด” ตามตัวรถและการใช้งาน รวมแล้วประมาณ 11 ชนิด ครอบคลุมตั้งแต่ใบขับขี่ชั่วคราว รถยนต์ส่วนบุคคล จักรยานยนต์ ไปจนถึงรถสาธารณะอย่างแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ คนทั่วไปที่ขับรถส่วนตัวเกี่ยวข้องกับระบบนี้เป็นหลัก
กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522) นับเป็น “ประเภท” 1 ถึง 4 ตามขนาดและน้ำหนักรถ แล้วแยกย่อยเป็นแบบส่วนบุคคล (บ.1–บ.4) กับทุกประเภท (ท.1–ท.4) ระบบนี้ใช้กับคนขับรถใหญ่หรือขับรถเพื่อการขนส่ง เช่น รถบรรทุก รถบัส รถพ่วง
พูดให้ง่าย ถ้าจะขับรถเก๋งหรือมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง ดูแค่ระบบแรกก็พอ ส่วนใครจะขับรถบรรทุกหรือรถโดยสารถึงจะเข้าระบบประเภท 1–4
ใบขับขี่ 2 ประเภทหลัก: ส่วนบุคคล (บ.) กับ ทุกประเภท/สาธารณะ (ท.)

ก่อนลงรายละเอียด ขอปูพื้นตัวอักษรหน้าใบขับขี่ก่อน เพราะ บ. กับ ท. คือกุญแจที่ทำให้อ่านชื่อใบขับขี่ทุกแบบออก
ใบขับขี่ส่วนบุคคล (บ.) คืออะไร
ใบขับขี่ประเภท บ. คือใบอนุญาตขับรถเพื่อใช้งานส่วนตัว ไม่ได้รับจ้างขนคนหรือขนของ รถที่ใช้ใบกลุ่มนี้จะเป็นป้ายทะเบียนพื้นขาวตัวอักษรดำ เช่น รถเก๋ง รถกระบะ รถ SUV ที่ใช้ในครอบครัว คนส่วนใหญ่ที่ทำใบขับขี่ก็อยู่ในกลุ่มนี้
ใบขับขี่ทุกประเภท/สาธารณะ (ท.) คืออะไร
ใบขับขี่ประเภท ท. คือใบอนุญาตขับรถที่ใช้รับจ้างหรือขนส่งสาธารณะ รถจะเป็นป้ายทะเบียนพื้นเหลือง เช่น แท็กซี่ รถตู้สาธารณะ รถบรรทุกรับจ้าง คนที่ทำอาชีพขับรถต้องถือใบกลุ่มนี้ และการขอใบ ท. มักต้องตรวจประวัติอาชญากรรมเพิ่ม
ท. ขับแทน บ. ได้ไหม
ได้ ใบขับขี่ประเภท ท. ใช้ขับรถที่ปกติต้องใช้ใบ บ. ในชนิดเดียวกันได้เลย เช่น มีใบ ท.1 ก็ขับรถที่ใช้ใบ บ.1 ได้ แต่จะใช้ย้อนไม่ได้ คนถือใบ บ. ขับรถสาธารณะป้ายเหลืองไม่ได้ และใบประเภทเล็กก็ใช้แทนประเภทใหญ่ไม่ได้ เช่น ท.1 ขับแทน บ.2 ไม่ได้
ชนิดของใบขับขี่ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ (ครบ 11 ชนิด)
นี่คือระบบที่คนทั่วไปเจอบ่อยที่สุด กรมการขนส่งทางบกแบ่งใบขับขี่ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ ออกเป็น 11 ชนิด จัดกลุ่มตามอายุใบให้จำง่ายได้แบบนี้
ใบขับขี่ชั่วคราว (อายุ 2 ปี)
ใบขับขี่ชั่วคราวคือใบแรกของคนเพิ่งเริ่มขับรถ มีอายุ 2 ปี ค่าธรรมเนียม 100 บาท ผู้ขอต้องอายุ 18 ปีขึ้นไป แยกย่อยเป็นชั่วคราวสำหรับรถยนต์ รถยนต์สามล้อ และรถจักรยานยนต์ พอครบ 2 ปีและไม่มีประวัติผิดกฎจราจรร้ายแรง ถึงต่อเป็นใบส่วนบุคคล 5 ปีได้ โดยอบรมเพิ่มแต่ไม่ต้องสอบใหม่ถ้ายื่นภายในกำหนด
ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล และจักรยานยนต์ส่วนบุคคล (อายุ 5 ปี)
กลุ่มนี้คือใบที่คนใช้กันมากที่สุด อายุ 5 ปีเท่ากัน ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลค่าธรรมเนียม 500 บาท ใบขับขี่จักรยานยนต์ส่วนบุคคล 250 บาท และใบขับขี่รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล 250 บาท ทั้งสามแบบได้มาหลังถือใบชั่วคราวจนครบอายุแล้วเปลี่ยนเป็นแบบ 5 ปี
ใบขับขี่สาธารณะ — แท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก วินมอเตอร์ไซค์ (อายุ 3 ปี)
ใครจะขับรถรับจ้างต้องใช้ใบกลุ่มสาธารณะ อายุ 3 ปีทุกแบบ ได้แก่ ใบขับขี่รถยนต์สาธารณะ (แท็กซี่) 300 บาท ใบขับขี่รถยนต์สามล้อสาธารณะ (ตุ๊กตุ๊ก) 150 บาท และใบขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะ (วินมอเตอร์ไซค์) 150 บาท เงื่อนไขคือต้องถือใบส่วนบุคคลหรือใบชั่วคราวมาก่อนระยะหนึ่ง และอายุถึงเกณฑ์ที่กำหนด
รถบดถนน รถแทรกเตอร์ และชนิดอื่น
อีกกลุ่มที่คนไม่ค่อยรู้ว่าก็เป็นใบขับขี่เหมือนกัน คือใบขับขี่รถบดถนนและใบขับขี่รถแทรกเตอร์ อายุ 5 ปี ค่าธรรมเนียม 250 บาท ผู้ขอต้องอายุ 18 ปีขึ้นไป และยังมีใบขับขี่รถชนิดอื่นที่นอกเหนือจากที่ระบุไว้ อายุ 5 ปี ค่าธรรมเนียม 100 บาท ส่วนใหญ่ใช้กับงานเฉพาะทางหรือเครื่องจักรกลการเกษตร
ใบขับขี่สากล (อายุ 1 ปี)
ใบขับขี่สากลใช้สำหรับขับรถในต่างประเทศที่เป็นภาคีร่วมกับไทย อายุ 1 ปี ค่าธรรมเนียม 500 บาท เงื่อนไขคือต้องมีใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชนิด 5 ปีหรือแบบตลอดชีพอยู่ก่อน ถึงจะยื่นขอได้ ใครวางแผนเช่ารถขับเที่ยวต่างประเทศควรทำใบนี้ติดตัวไว้
ใบขับขี่ตามกฎหมายขนส่งทางบก: ประเภท 1–4 (บ.1-บ.4 และ ท.1-ท.4)
พอขยับมาเป็นรถใหญ่หรือรถเพื่อการขนส่ง จะเข้าระบบของกฎหมายขนส่งทางบก ที่นับเป็นประเภท 1 ถึง 4 ตามขนาดรถและลักษณะการบรรทุก
ประเภท 1–4 แบ่งตามน้ำหนักและการใช้งานยังไง
ประเภท 1 ใช้กับรถที่น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม หรือบรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 20 คน เช่น รถเก๋ง รถตู้ รถกระบะ
ประเภท 2 ใช้กับรถที่น้ำหนักรวมเกิน 3,500 กิโลกรัม หรือบรรทุกผู้โดยสารเกิน 20 คน เช่น รถบรรทุก 6 ล้อ รถบัส รถเมล์ (แบบที่ไม่ได้ลากพ่วง)
ประเภท 3 ใช้กับรถลากจูงหรือรถพ่วง เช่น รถหัวลาก รถเทรลเลอร์ สิบล้อพ่วง
ประเภท 4 ใช้กับรถขนส่งวัตถุอันตราย เช่น รถบรรทุกน้ำมัน สารเคมี ก๊าซ ผู้ขอต้องอายุ 25 ปีขึ้นไป
ตารางสรุป บ. และ ท. แต่ละประเภท
| ประเภท | รถที่ขับได้ | อายุผู้ขอ (บ. / ท.) | อายุใบ |
|---|---|---|---|
| ประเภท 1 (บ.1 / ท.1) | รถ ≤ 3,500 กก. หรือผู้โดยสาร ≤ 20 คน เช่น เก๋ง กระบะ ตู้ แท็กซี่ | บ.1 = 18 ปี / ท.1 = 22 ปี | บ.1 = 5 ปี / ท.1 = 3 ปี |
| ประเภท 2 (บ.2 / ท.2) | รถ > 3,500 กก. หรือผู้โดยสาร > 20 คน เช่น รถ 6 ล้อ รถบัส รถเมล์ | บ.2 = 20 ปี / ท.2 = 22 ปี | 3 ปี |
| ประเภท 3 (บ.3 / ท.3) | รถลากจูง รถพ่วง รถหัวลาก เทรลเลอร์ | บ.3 = 20 ปี / ท.3 = 22 ปี | 3 ปี |
| ประเภท 4 (บ.4 / ท.4) | รถขนส่งวัตถุอันตราย น้ำมัน สารเคมี ก๊าซ | 25 ปี | 3 ปี |
โครงสร้างของระบบนี้คือ ใบประเภทใหญ่ใช้ขับรถประเภทเล็กลงมาได้ คนถือใบ บ.4 หรือ ท.4 จึงขับรถในประเภท 1–3 ได้ด้วย ยกเว้นรถจักรยานยนต์ที่ต้องแยกใบต่างหากเสมอ
ใบขับขี่รถยนต์กับมอเตอร์ไซค์ ต่างกันยังไง ใช้ใบเดียวกันได้ไหม

ใช้ใบเดียวกันไม่ได้ ใบขับขี่รถยนต์กับใบขับขี่จักรยานยนต์เป็นคนละใบ ต้องสอบและทำแยกกัน คนที่ขับได้ทั้งสองอย่างจริง ๆ คือคนที่ถือใบขับขี่สองใบ ไม่ใช่ใบเดียวที่ครอบทุกอย่าง
ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลใช้กับรถเก๋ง กระบะ SUV และรถยนต์สี่ล้อทั่วไป ส่วนใบขับขี่จักรยานยนต์ส่วนบุคคลใช้กับรถมอเตอร์ไซค์เท่านั้น ขับรถยนต์ไม่ได้ ทั้งสองใบมีอายุ 5 ปีเท่ากันเมื่อเป็นแบบส่วนบุคคล ต่างกันที่ค่าธรรมเนียม รถยนต์ 500 บาท มอเตอร์ไซค์ 250 บาท
จุดที่หลายคนพลาดคือขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยใบขับขี่รถยนต์ ซึ่งถือว่าผิดประเภทและมีโทษปรับได้ ถ้าใช้รถทั้งสองแบบในชีวิตประจำวัน ทำทั้งสองใบไปเลยจะคุ้มและสบายใจกว่า
ใบขับขี่แต่ละประเภทมีอายุกี่ปี (รวมประเภท 2)
อายุใบขับขี่ไม่เท่ากันในแต่ละแบบ สรุปรวบยอดได้ตามนี้
| กลุ่มใบขับขี่ | อายุใบ |
|---|---|
| ใบขับขี่ชั่วคราว | 2 ปี |
| รถยนต์ / จักรยานยนต์ / สามล้อ ส่วนบุคคล (ตาม พ.ร.บ.รถยนต์) | 5 ปี |
| รถบดถนน รถแทรกเตอร์ ชนิดอื่น | 5 ปี |
| ใบสาธารณะ (แท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก วินมอเตอร์ไซค์) | 3 ปี |
| ตามขนส่งทางบก: บ.1 | 5 ปี |
| ตามขนส่งทางบก: ประเภท 2–4 และ ท. ทุกชนิด | 3 ปี |
| ใบขับขี่สากล | 1 ปี |
เฉพาะคำถามที่เจอบ่อยว่า “ใบขับขี่ประเภท 2 มีอายุกี่ปี” คำตอบคือ 3 ปี ทั้งแบบส่วนบุคคล (บ.2) และทุกประเภท (ท.2) เพราะเป็นใบสำหรับรถใหญ่เกิน 3,500 กิโลกรัม ที่ต้องต่อถี่กว่าใบรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป จุดที่คนสับสนคือเอาไปปนกับใบรถยนต์ส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.รถยนต์ ที่มีอายุ 5 ปี ซึ่งเป็นคนละใบกัน
จะทำใบขับขี่ ควรเลือกประเภทไหน + คุณสมบัติเบื้องต้น
เลือกจากการใช้งานจริงเป็นหลัก ขับรถส่วนตัวในชีวิตประจำวันใช้แค่ใบส่วนบุคคล (บ.) ก็เพียงพอ จะขับรถยนต์ก็ทำใบรถยนต์ จะขี่มอเตอร์ไซค์ก็ทำใบจักรยานยนต์ ส่วนใครวางแผนหารายได้จากการขับรถ เช่น แท็กซี่ วิน หรือรถบรรทุก ค่อยขยับไปทำใบสาธารณะหรือใบประเภท ท.
คุณสมบัติเบื้องต้นที่ต้องรู้คืออายุขั้นต่ำ ใบรถยนต์และจักรยานยนต์ส่วนบุคคลเริ่มที่ 18 ปี (มอเตอร์ไซค์เครื่องเล็กบางกรณีเริ่ม 15–18 ปีตามเงื่อนไข) ส่วนใบสาธารณะเริ่มราว 20–22 ปีแล้วแต่ประเภท เช่น วินมอเตอร์ไซค์สาธารณะ 20 ปี แท็กซี่ 22 ปี และใบประเภท 4 ที่ขนส่งวัตถุอันตรายเริ่ม 25 ปี ทุกแบบต้องผ่านการอบรม ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย และสอบข้อเขียนกับสอบปฏิบัติตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
ขั้นตอนยื่นทำหรือต่อใบขับขี่ตอนนี้ต้องจองคิวล่วงหน้าผ่านแอป DLT Smart Queue ของกรมการขนส่งทางบก แนะนำให้เตรียมบัตรประชาชนและใบรับรองแพทย์ตามที่กำหนดให้พร้อมก่อนถึงวันนัด เพื่อให้จบในรอบเดียว
มีใบขับขี่แล้ว เริ่มมองหารถคันแรกได้ที่ Talata
พอมีใบขับขี่ในมือ ก้าวต่อไปของหลายคนคือเลือกคันแรกให้ตรงกับงบและการใช้งาน บน Talata รวมประกาศรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ทั้งมือหนึ่งและมือสองจากผู้ขายหลายเจ้าไว้ในที่เดียว กรองตามงบ รุ่น ปี หรือทำเลที่สะดวก แล้วเทียบราคากันได้ก่อนตัดสินใจ ติดต่อเจ้าของประกาศได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านคนกลาง
ฝั่งคนที่มีรถหรือมอเตอร์ไซค์อยากปล่อยต่อ ก็ลงประกาศได้ไม่ยาก ใส่รูปและรายละเอียดให้ครบ ตั้งราคาให้ชัด แล้วรอผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา ใครกำลังขยับจากผู้เริ่มขับไปสู่การมีรถของตัวเอง ลองเริ่มดูตัวเลือกที่ใช่บน Talata ได้เลย
ก่อนปิดดีล อย่าลืมตรวจสภาพรถ เอกสารการโอน และเทียบหลายตัวเลือกให้รอบคอบ เจอคันที่ถูกใจแล้วค่อยทักหาเจ้าของประกาศผ่าน Talata เพื่อคุยรายละเอียดและนัดดูรถ
คำถามที่พบบ่อย
ใบขับขี่มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
นับตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์มีราว 11 ชนิด เช่น ใบชั่วคราว ใบรถยนต์ส่วนบุคคล ใบจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ใบสาธารณะ และใบสากล ส่วนตามกฎหมายขนส่งทางบกแบ่งเป็นประเภท 1–4 ทั้งแบบ บ. และ ท. คนขับรถส่วนตัวทั่วไปใช้แค่ใบส่วนบุคคลก็พอ
ใบขับขี่รถยนต์กับมอเตอร์ไซค์ ใช้ใบเดียวกันได้ไหม
ไม่ได้ เป็นคนละใบ ต้องสอบและทำแยกกัน ใบรถยนต์ขับมอเตอร์ไซค์ไม่ได้ และใบมอเตอร์ไซค์ก็ขับรถยนต์ไม่ได้ ใครใช้รถทั้งสองแบบต้องถือใบขับขี่สองใบ
ใบขับขี่ชั่วคราวมีอายุกี่ปี
อายุ 2 ปี เป็นใบแรกของคนเพิ่งเริ่มขับรถ ค่าธรรมเนียม 100 บาท พอครบกำหนดและไม่มีประวัติผิดกฎร้ายแรง ก็ต่อเป็นใบส่วนบุคคลแบบ 5 ปีได้โดยไม่ต้องสอบใหม่ถ้ายื่นภายในเวลาที่กำหนด
ใบขับขี่ประเภท 2 มีอายุกี่ปี
อายุ 3 ปี ทั้งแบบส่วนบุคคล (บ.2) และทุกประเภท (ท.2) เป็นใบสำหรับรถที่น้ำหนักรวมเกิน 3,500 กิโลกรัม หรือบรรทุกผู้โดยสารเกิน 20 คน เช่น รถ 6 ล้อ รถบัส รถเมล์
ใบขับขี่ ท. กับ บ. ต่างกันยังไง ขับแทนกันได้ไหม
ใบ บ. ใช้กับรถส่วนตัวป้ายขาว ใบ ท. ใช้กับรถรับจ้างป้ายเหลือง คนถือใบ ท. ขับรถที่ใช้ใบ บ. ชนิดเดียวกันได้ แต่คนถือใบ บ. จะขับรถสาธารณะป้ายเหลืองไม่ได้
ต้องมีใบขับขี่ก่อนซื้อรถไหม
ซื้อหรือครอบครองรถได้โดยไม่ต้องมีใบขับขี่ แต่จะนำรถออกมาขับบนถนนสาธารณะต้องมีใบขับขี่ให้ถูกประเภทเสมอ ใครวางแผนออกรถคันแรกแนะนำให้ทำใบขับขี่ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยเลือกดูรถที่ถูกใจและงบบน Talata




