ครอบครองปรปักษ์ คืออะไร เงื่อนไข ระยะเวลา และวิธีป้องกันที่ดินถูกแย่งกรรมสิทธิ์

ครอบครองปรปักษ์ คือการที่คนคนหนึ่งเข้าครอบครองที่ดินหรือทรัพย์สิน "ของคนอื่น" อย่างเปิดเผยและต่อเนื่องด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ จนกฎหมายยอมให้ได้กรรมสิทธิ์ไปในที่สุด สำหรับที่ดินที่มีโฉนดต้องครอบครองติดต่อกัน 10 ปี ส่วนสังหาริมทรัพย์ใช้เวลา 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 เรื่องนี้กระทบคนสองกลุ่มโดยตรง คือเจ้าของที่ดินที่อาจเสียสิทธิโดยไม่รู้ตัว กับคนที่กำลังจะซื้อที่ดินสักแปลงและอยากมั่นใจว่าไม่มีปัญหาการครอบครองซ้อนอยู่ ใครที่กำลังมองหาหรือเปรียบเทียบที่ดินอยู่ บน Talata รวมประกาศซื้อขายที่ดินไว้ให้ดูรายละเอียดและทำเลเทียบกันได้ในที่เดียว ก่อนตัดสินใจติดต่อเจ้าของประกาศ
บทความนี้สรุปให้ครบตั้งแต่ความหมาย เงื่อนไขที่กฎหมายรับรอง ที่ดินแต่ละประเภทที่โดนหรือไม่โดน เคสในครอบครัวที่คนถามกันเยอะ ไปจนถึงขั้นตอนทางศาลและวิธีป้องกัน เพื่อให้อ่านจบแล้วรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนของเรื่องนี้ และต้องทำอะไรต่อ
ครอบครองปรปักษ์ คืออะไร
ความหมายแบบเข้าใจง่าย
พูดให้เห็นภาพ ครอบครองปรปักษ์คือกลไกที่กฎหมายให้ "คนที่ใช้ประโยชน์ในที่ดินจริง" มีโอกาสได้กรรมสิทธิ์ ถ้าเจ้าของตัวจริงปล่อยปละละเลยที่ดินของตัวเองนานเกินไป โดยมีคนอื่นเข้ามาครอบครองอย่างเปิดเผยเหมือนเป็นเจ้าของ ไม่ได้แอบทำ ไม่ได้ใช้กำลังแย่งชิง และทำต่อเนื่องจนครบกำหนดเวลา
หัวใจอยู่ที่คำว่า "ของคนอื่น" เสมอ คนจะอ้างครอบครองปรปักษ์ได้ ที่ดินนั้นต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง ถ้าเป็นที่ดินของตัวเองอยู่แล้วก็ไม่มีอะไรให้ครอบครองปรปักษ์
ครอบครองปรปักษ์ ตามมาตรา 1382
กฎหมายครอบครองปรปักษ์ที่ทุกฝ่ายอ้างถึงคือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ที่วางหลักไว้ว่า บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ครอบครองติดต่อกัน 10 ปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ครอบครองติดต่อกัน 5 ปี บุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์
สามคำที่ต้องจำคือ สงบ เปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของ ขาดข้อใดข้อหนึ่งไปก็ไม่เข้าหลักครอบครองปรปักษ์ และตัวเลข 10 ปีกับ 5 ปีก็ไม่ใช่ตัวเลขที่ยืดหยุ่นได้ตามใจ แต่เป็นเงื่อนเวลาที่กฎหมายกำหนดตายตัว
ทำไมกฎหมายถึงเปิดให้มีการครอบครองปรปักษ์
หลายคนรู้สึกว่ากฎหมายข้อนี้ไม่ยุติธรรมกับเจ้าของ แต่เหตุผลเบื้องหลังคือกฎหมายต้องการให้ที่ดินถูกใช้ประโยชน์ ไม่ใช่ถูกทิ้งร้างไร้คนดูแล เมื่อเจ้าของไม่เคยเหลียวแลที่ดินของตัวเองเป็นสิบปี ในขณะที่อีกคนเข้ามาดูแลใช้สอยอย่างเปิดเผยตลอดมา กฎหมายจึงเลือกที่จะรับรองสภาพความเป็นจริงนั้น มองอีกมุมหนึ่ง กฎข้อนี้ก็เป็นเครื่องเตือนเจ้าของที่ดินทุกคนว่าการถือโฉนดไว้เฉยๆ ไม่พอ ต้องดูแลที่ดินด้วย
เงื่อนไขการครอบครองปรปักษ์ ที่กฎหมายรับรอง
ครอบครองโดยสงบ เปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของ
"สงบ" หมายถึงครอบครองโดยไม่มีใครมาโต้แย้งหวงห้าม ไม่ถูกฟ้องขับไล่ ไม่มีการใช้กำลังเข้าแย่งกัน "เปิดเผย" คือทำตัวให้คนทั่วไปเห็นได้ว่าครอบครองอยู่ ไม่ปิดบังซ่อนเร้น เช่น เข้าไปปลูกบ้าน ทำสวน ล้อมรั้ว ติดป้าย ส่วน "เจตนาเป็นเจ้าของ" คือใช้ที่ดินเสมือนเป็นของตัวเองจริงๆ ไม่ใช่เข้าไปอยู่ในฐานะผู้เช่า ผู้อาศัย หรือคนเฝ้าที่ให้เจ้าของ
จุดนี้สำคัญมาก เพราะถ้าเข้าไปอยู่โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของ หรืออยู่ในฐานะผู้เช่า ต่อให้อยู่นานกี่สิบปีก็ไม่นับเป็นการครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ การได้มาด้วยวิธีไม่สุจริต เช่น ลักทรัพย์ บุกรุก หรือฉ้อโกง ก็ไม่ได้รับความคุ้มครองเช่นกัน
ต้องเป็นทรัพย์ที่มีกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น
ที่ดินที่จะถูกครอบครองปรปักษ์ได้ต้องเป็นที่ดินที่มี "กรรมสิทธิ์" คือมีเอกสารสิทธิที่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์ ซึ่งก็คือโฉนดที่ดิน เพราะการครอบครองปรปักษ์เป็นการได้กรรมสิทธิ์มาจากคนที่มีกรรมสิทธิ์อยู่ก่อน ถ้าที่ดินนั้นยังไม่มีใครมีกรรมสิทธิ์เต็ม หลักครอบครองปรปักษ์ก็ใช้ไม่ได้ ต้องไปดูหลักเรื่องการแย่งการครอบครองแทน ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อประเภทที่ดิน
ครอบครองปรปักษ์ กี่ปีถึงได้กรรมสิทธิ์
ที่ดินที่มีโฉนดต้องครอบครองติดต่อกัน 10 ปี ส่วนสังหาริมทรัพย์ เช่น รถ เครื่องประดับ ของสะสม ใช้เวลา 5 ปี ถ้าถามว่าการครอบครองปรปักษ์มีกี่ประเภท แบ่งตามประเภททรัพย์ได้เป็นสองแบบนี้เอง คืออสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เวลา 10 ปี และสังหาริมทรัพย์ที่ใช้เวลา 5 ปี การนับต้องต่อเนื่องไม่ขาดช่วง ถ้าครอบครองไป 7 ปีแล้วเจ้าของมาฟ้องขับไล่หรือมาโต้แย้งสิทธิ การนับก็สะดุดหยุดลง
มีข้อควรระวังที่คนมักพลาด ถ้าที่ดินแปลงนั้นเพิ่งได้รับการออกโฉนด ระยะเวลาที่ครอบครองมา "ก่อน" ที่ดินจะมีโฉนดจะไม่ถูกนำมานับรวม เพราะก่อนหน้านั้นที่ดินยังไม่มีกรรมสิทธิ์ให้แย่ง การนับ 10 ปีจึงเริ่มจากวันที่ที่ดินมีโฉนดเป็นต้นไป
ที่ดินแบบไหนถูกครอบครองปรปักษ์ได้บ้าง

ปัญหาที่ดินปรปักษ์ที่คนกังวลกันจริง ๆ ขึ้นอยู่กับประเภทเอกสารสิทธิเป็นหลัก เพราะที่ดินแต่ละประเภทมีสถานะทางกฎหมายต่างกัน ไม่ใช่ทุกแปลงจะถูกครอบครองปรปักษ์ได้ ตารางสรุปด้านล่างช่วยให้เห็นภาพรวมก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียดทีละแบบ
| ประเภทที่ดิน | ครอบครองปรปักษ์ได้ไหม | เงื่อนไข/ระยะเวลา |
|---|---|---|
| โฉนดที่ดิน (น.ส.4) | ได้ | ครอบครองครบ 10 ปี ตามมาตรา 1382 |
| น.ส.3 / น.ส.3 ก | ไม่ได้ (เป็นการแย่งการครอบครอง) | ผู้ถูกแย่งต้องฟ้องเอาคืนภายใน 1 ปี |
| ส.ป.ก. 4-01 | ไม่ได้ | เป็นสิทธิทำกิน ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ |
| ที่ราชพัสดุ ที่ธรณีสงฆ์ ที่สาธารณะ | ไม่ได้ | สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ห้ามยกอายุความต่อสู้ |
ที่ดินมีโฉนด
โฉนดที่ดินคือเอกสารที่แสดงกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบ จึงเป็นที่ดินประเภทเดียวที่ถูกครอบครองปรปักษ์ได้จริงตามมาตรา 1382 ถ้ามีคนเข้าครอบครองที่ดินโฉนดของคนอื่นโดยสงบ เปิดเผย เจตนาเป็นเจ้าของ ครบ 10 ปี ผู้นั้นมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งว่าที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของตนได้ ด้วยเหตุนี้เจ้าของที่ดินโฉนดจึงเป็นกลุ่มที่ต้องระวังเรื่องนี้มากที่สุด
น.ส.3 และ น.ส.3 ก
ที่ดิน น.ส.3 และ น.ส.3 ก เป็นเพียงหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ผู้ถือมี "สิทธิครอบครอง" แต่ไม่มีกรรมสิทธิ์เต็มแบบโฉนด ที่ดินกลุ่มนี้จึงครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ แต่ถูก "แย่งการครอบครอง" ได้ กล่าวคือถ้ามีคนเข้ามาครอบครองแทนที่ ผู้ที่ถูกแย่งการครอบครองต้องฟ้องคดีเพื่อเอาคืนภายใน 1 ปีนับแต่ถูกแย่ง ตามมาตรา 1375 ถ้าปล่อยเกิน 1 ปีก็เสียสิทธิที่จะเรียกคืน ระยะเวลาตรงนี้สั้นกว่าโฉนดมาก คนถือ น.ส.3 ก จึงยิ่งต้องหมั่นดูแลที่ดิน
ส.ป.ก. 4-01 และที่ดินของรัฐ
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 เป็นสิทธิทำกินที่รัฐจัดสรรให้เกษตรกร เป็นสิทธิเฉพาะตัว ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ที่ซื้อขายหรือแย่งกันได้ เมื่อเลิกทำประโยชน์สิทธิก็กลับคืนรัฐ จึงครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ เช่นเดียวกับที่ราชพัสดุ ที่ธรณีสงฆ์ และที่สาธารณประโยชน์ ซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มาตรา 1306 ห้ามไม่ให้ยกอายุความขึ้นต่อสู้กับแผ่นดินในเรื่องทรัพย์สินเหล่านี้ ไม่ว่าจะครอบครองมานานแค่ไหนก็ไม่มีทางได้กรรมสิทธิ์
ครอบครองปรปักษ์ในครอบครัว พี่น้อง ทายาท และที่ดินมรดก
เคสที่คนถามกันมากที่สุดมักไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นคนในครอบครัวหรือญาติพี่น้องกันเอง ซึ่งมีหลักพิจารณาเฉพาะที่ต่างจากคนนอก
ญาติหรือพี่น้องอยู่ในที่ดินเรานานเกิน 10 ปี
คำถามยอดฮิตคือ ปล่อยให้ญาติหรือพี่น้องปลูกบ้านอยู่ในที่ดินเรามาสิบกว่าปี เขาจะครอบครองปรปักษ์ได้ไหม คำตอบขึ้นอยู่กับว่าเขาเข้ามาอยู่ด้วยสถานะอะไร ถ้าเข้ามาอยู่เพราะเจ้าของอนุญาตหรือให้อาศัยด้วยความเอื้อเฟื้อ การอยู่แบบนั้นถือเป็นการอาศัยสิทธิเจ้าของ ไม่ใช่การครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ต่อให้อยู่นานเท่าไรก็ไม่นับเข้าหลักครอบครองปรปักษ์
เรื่องจะเปลี่ยนไปก็ต่อเมื่อผู้อยู่อาศัยแสดงออกชัดเจนว่าเปลี่ยนเจตนาเป็นการครอบครองเพื่อตนเอง และเจ้าของรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนั้น การนับเวลาจึงจะเริ่มใหม่จากจุดนั้น ในทางปฏิบัติเรื่องเจตนาเป็นประเด็นที่ตีความยากและต้องดูพยานหลักฐานเป็นรายกรณี
ที่ดินมรดกที่ยังไม่แบ่ง
ที่ดินมรดกที่ทายาทหลายคนยังถือร่วมกันโดยยังไม่ได้แบ่งแยกชัดเจน การที่ทายาทคนหนึ่งครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินส่วนรวม โดยหลักถือว่าครอบครองแทนทายาทคนอื่นด้วย ไม่ใช่การครอบครองปรปักษ์เพื่อตัดสิทธิพี่น้อง เว้นแต่จะมีการแสดงเจตนาแยกการครอบครองเป็นของตนอย่างเปิดเผยและทายาทคนอื่นรู้เห็น เคสมรดกมีรายละเอียดและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาหลากหลาย ถ้ากำลังมีข้อพิพาทลักษณะนี้ ควรปรึกษาทนายความพร้อมเอกสารจริงก่อนตัดสินใจ
ขั้นตอนการร้องขอครอบครองปรปักษ์ต่อศาล
การได้กรรมสิทธิ์จากการครอบครองปรปักษ์ไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติเมื่อครบ 10 ปี แต่ต้องให้ศาลมีคำสั่งรับรองและนำไปจดทะเบียนก่อน จึงจะเปลี่ยนชื่อในโฉนดได้
เอกสารและพยานหลักฐานที่ต้องเตรียม
สิ่งที่ใช้พิสูจน์การครอบครองคือหลักฐานที่แสดงว่าได้ครอบครองจริงต่อเนื่องและเปิดเผย เช่น ภาพถ่ายบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างพร้อมช่วงเวลา หลักฐานการเสียภาษีที่ดิน บิลค่าน้ำค่าไฟในชื่อผู้ครอบครอง พยานบุคคลที่เป็นเพื่อนบ้านหรือผู้ใหญ่บ้านที่ยืนยันได้ว่าครอบครองมานานเท่าใด รวมถึงสำเนาโฉนดและระวางที่ดินของแปลงนั้น ยิ่งหลักฐานต่อเนื่องและชัดเจนมากเท่าไร โอกาสที่ศาลจะรับฟังก็มากขึ้น
ยื่นคำร้อง สืบพยาน และจดทะเบียนที่กรมที่ดิน
ผู้ครอบครองยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ต่อศาลที่ที่ดินตั้งอยู่ จากนั้นเข้าสู่กระบวนการสืบพยานเพื่อให้ศาลพิจารณาว่าการครอบครองครบองค์ประกอบตามมาตรา 1382 หรือไม่ ถ้าเจ้าของเดิมทราบเรื่องและคัดค้าน คดีก็จะกลายเป็นคดีมีข้อพิพาทที่ต้องสู้กันด้วยพยานหลักฐานทั้งสองฝ่าย เมื่อศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์แล้ว ผู้ร้องจึงนำคำสั่งศาลไปยื่นจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาและมีค่าใช้จ่าย การมีทนายความช่วยดูแลจะทำให้ราบรื่นขึ้น
วิธีป้องกันไม่ให้ที่ดินถูกครอบครองปรปักษ์
สำหรับเจ้าของที่ดิน การป้องกันง่ายกว่าการไปสู้คดีทีหลังมาก หลักสำคัญมีอยู่อย่างเดียวคืออย่าปล่อยที่ดินให้รกร้างจนคนอื่นเข้ามาใช้แทนได้ แนวทางที่ทำได้จริงมีดังนี้
- เข้าตรวจที่ดินของตัวเองอย่างน้อยปีละครั้ง ดูว่ามีใครเข้ามาใช้หรือปลูกสร้างอะไรหรือไม่
- ติดป้ายแสดงความเป็นเจ้าของ ล้อมรั้ว หรือทำเครื่องหมายเขตที่ดินให้ชัดเจน
- ตรวจหลักหมุดเขตที่ดินว่ายังอยู่ครบ ไม่ถูกเคลื่อนย้ายหรือชำรุด
- รังวัดสอบเขตที่ดินทุกประมาณ 5 ปี เพื่อยืนยันแนวเขตและเนื้อที่
- ถ้าพบคนเข้ามาอยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์ ให้รีบโต้แย้ง ทำสัญญาเช่า หรือดำเนินการขับไล่ทันที อย่าปล่อยเงียบ
- สอบถามเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงเป็นระยะว่ามีความเคลื่อนไหวในที่ดินหรือไม่
- เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้ถูกต้องตามกำหนด เพื่อแสดงสถานะการเป็นเจ้าของอย่างต่อเนื่อง
จุดที่ต้องเข้าใจให้ตรงคือ การเสียภาษีอย่างเดียวไม่ได้การันตีว่าจะปลอดภัย เพราะหัวใจของการป้องกันอยู่ที่การโต้แย้งการครอบครองของคนอื่นก่อนครบกำหนดเวลา การจ่ายภาษีเป็นเพียงหลักฐานหนึ่งที่ช่วยยืนยันความเป็นเจ้าของเท่านั้น
ซื้อขายที่ดินอย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงข้อพิพาทกับ Talata
ก่อนตัดสินใจซื้อที่ดินสักแปลง ควรตรวจให้ชัดว่าเอกสารสิทธิเป็นโฉนดหรือเอกสารประเภทใด เนื้อที่และแนวเขตตรงกับความจริงไหม และมีใครครอบครองใช้ประโยชน์อยู่ในที่ดินนั้นหรือเปล่า ข้อมูลเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการครอบครองซ้อนได้ตั้งแต่ต้น บน Talata รวมประกาศขายและให้เช่าที่ดินไว้ในที่เดียว ดูรายละเอียดแปลง ทำเล และราคาเทียบกันได้สะดวก แล้วติดต่อเจ้าของประกาศโดยตรงเพื่อสอบถามเอกสารเพิ่มเติมก่อนนัดดูที่จริง
ฝั่งเจ้าของที่ดินก็เช่นกัน ที่ดินที่ปล่อยว่างไว้เฉยๆ มีทั้งความเสี่ยงรกร้างและข้อพิพาทตามมา ถ้ามีที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ การปล่อยขายหรือให้เช่าก็เป็นทางหนึ่งที่ทำให้ที่ดินมีคนดูแลและสร้างรายได้ ลงประกาศพร้อมระบุประเภทเอกสารสิทธิและรายละเอียดให้ครบจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้สนใจ เปรียบเทียบตัวเลือกและตรวจรายละเอียดให้รอบคอบ แล้วเริ่มลงประกาศที่ดินของคุณได้เลยบน Talata
คำถามที่พบบ่อย
ที่ดินมีโฉนดแต่ปล่อยรกร้างไม่ได้ใช้ จะถูกครอบครองปรปักษ์ไหม
มีความเสี่ยง ถ้าปล่อยทิ้งไว้จนมีคนอื่นเข้ามาครอบครองใช้ประโยชน์อย่างสงบ เปิดเผย เจตนาเป็นเจ้าของ ต่อเนื่องครบ 10 ปี ผู้นั้นอาจร้องขอกรรมสิทธิ์ได้ ทางป้องกันคือหมั่นตรวจที่ดิน ล้อมรั้วติดป้าย และโต้แย้งทันทีถ้าพบคนเข้ามาใช้
เสียภาษีที่ดินทุกปีแล้ว ช่วยกันการครอบครองปรปักษ์ได้ไหม
การเสียภาษีเป็นหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าของที่ดี แต่ไม่ได้การันตีว่าจะปลอดภัยจากการครอบครองปรปักษ์ เพราะสิ่งที่ตัดการนับเวลาได้จริงคือการเข้าโต้แย้งหรือขับไล่ผู้ที่เข้ามาครอบครองก่อนครบกำหนด การจ่ายภาษีควรทำควบคู่กับการดูแลที่ดินจริง
ครอบครองปรปักษ์ใช้เวลากี่ปีถึงได้กรรมสิทธิ์
ที่ดินที่มีโฉนดต้องครอบครองติดต่อกัน 10 ปี ส่วนสังหาริมทรัพย์ใช้เวลา 5 ปี ตามมาตรา 1382 โดยต้องครอบครองต่อเนื่องไม่ขาดช่วงและครบองค์ประกอบเรื่องความสงบ เปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของ
ครอบครองที่ดินของตัวเองครบ 10 ปี ขอครอบครองปรปักษ์ได้ไหม
ไม่ได้ เพราะการครอบครองปรปักษ์ต้องเป็นการครอบครองที่ดิน "ของผู้อื่น" ที่มีกรรมสิทธิ์ ถ้าที่ดินเป็นของตัวเองอยู่แล้วก็ไม่มีกรรมสิทธิ์ของใครให้ได้มา กรณีนี้เป็นประเด็นที่คนเข้าใจผิดบ่อย
ที่ดิน ส.ป.ก. หรือ น.ส.3 ก ครอบครองปรปักษ์ได้ไหม
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 และที่ดินของรัฐครอบครองปรปักษ์ไม่ได้เลย ส่วน น.ส.3 ก ครอบครองปรปักษ์ไม่ได้เช่นกัน แต่ถูกแย่งการครอบครองได้ ซึ่งผู้ถูกแย่งต้องฟ้องเอาคืนภายใน 1 ปีตามมาตรา 1375 ไม่งั้นเสียสิทธิ
ครอบครองปรปักษ์ต่างจากการบุกรุกอย่างไร
การบุกรุกคือการเข้าไปในที่ดินคนอื่นโดยไม่มีสิทธิและมักมีลักษณะไม่สุจริต ซึ่งกฎหมายไม่คุ้มครองและไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์ ส่วนครอบครองปรปักษ์ต้องเป็นการครอบครองโดยสงบ เปิดเผย เจตนาเป็นเจ้าของ และสุจริต ครบเงื่อนไขและระยะเวลาจึงจะได้กรรมสิทธิ์ การได้ที่ดินมาด้วยการบุกรุกหรือใช้กำลังแย่งชิงจึงไม่เข้าหลักครอบครองปรปักษ์




