เติมลมยางมอเตอร์ไซค์เท่าไหร่ถึงพอดี แยกตามประเภทรถและรุ่นยอดนิยม

มอเตอร์ไซค์ครอบครัวและสกู๊ตเตอร์ 110–160cc ที่ขายในไทยส่วนใหญ่ เติมลมยางล้อหน้าราว 29 PSI และล้อหลังราว 33 PSI เมื่อขี่คนเดียว บางรุ่นให้เพิ่มลมล้อหลังตอนซ้อนสอง ตัวเลขที่แม่นที่สุดคือค่าบนสติกเกอร์หรือในคู่มือของรถคันนั้น และควรวัดตอนยางเย็น ทีม Talata แพลตฟอร์มรวมประกาศซื้อขายมอเตอร์ไซค์และของมือสอง รวบรวมค่าจากคู่มือผู้ผลิตไว้ในตารางด้านล่าง
ลมยางมอเตอร์ไซค์ควรเติมเท่าไหร่ ดูตามประเภทรถ
ลมยางมอเตอร์ไซค์คือแรงดันอากาศในยางที่ช่วยรับน้ำหนักรถกับคนขี่ และทำให้หน้ายางแตะพื้นได้เต็มหน้า ในไทยนิยมบอกเป็นหน่วย PSI ตู้เติมลมตามปั๊มก็ตั้งเป็น PSI เกือบทั้งหมด
ถ้ายังไม่รู้ค่าของรถตัวเอง ใช้ช่วงด้านล่างเป็นจุดตั้งต้นได้ก่อน แล้วค่อยเช็กกับสติกเกอร์บนรถอีกที
| ประเภทรถ | ตัวอย่างรุ่น | ล้อหน้า | ล้อหลัง (ขี่คนเดียว) |
|---|---|---|---|
| รถครอบครัว 110–125cc | Wave 110i, Wave 125i, Finn | 29 PSI | 33 PSI |
| สกู๊ตเตอร์ออโต้ 110–160cc | Scoopy, Click, PCX, Fino, NMAX | 22–29 PSI แล้วแต่รุ่น | 33–36 PSI |
| ขนาดกลาง 150–400cc | YZF-R15, YZF-R3, MT-03 | 29–33 PSI | 36 PSI |
| บิ๊กไบค์ 500cc ขึ้นไป | TMAX, YZF-R7, Tracer 9 GT | 33–36 PSI | 36–42 PSI |
| วิบาก / ดูอัลสปอร์ต | CRF300L Rally | 22 PSI | 22 PSI |
ตัวเลขในตารางรวบรวมจากคู่มือผู้ใช้ Honda และ Yamaha ที่ขายในไทย แต่ละประเภทยังมีรุ่นที่ต่างจากช่วงนี้ได้ รุ่นเดียวกันแต่คนละปีหรือคนละขนาดยางก็อาจต่างกันได้ ยึดสติกเกอร์ของรถคันนั้นเป็นหลักเสมอ
ทำไมล้อหลังต้องเติมมากกว่าล้อหน้า
น้ำหนักของคนขี่ เครื่องยนต์ และของที่ใส่ใต้เบาะ ลงที่ล้อหลังมากกว่า ล้อหลังจึงต้องการแรงดันสูงกว่าเพื่อไม่ให้ยางยุบจนแก้มยางทำงานหนัก ส่วนล้อหน้าเติมน้อยกว่าเล็กน้อยเพื่อให้หน้ายางเกาะถนนและคุมรถตอนเลี้ยวได้ดี การเติมสองล้อเท่ากันตามความเคยชินจึงทำให้ล้อใดล้อหนึ่งผิดค่าเสมอ
PSI คืออะไร แปลงเป็น kPa และ bar ยังไง
PSI ย่อมาจาก pound per square inch หรือปอนด์ต่อตารางนิ้ว เป็นหน่วยวัดแรงดันลมยางมอเตอร์ไซค์ที่คนไทยคุ้นที่สุด คู่มือรถหลายเล่มเขียนเป็น kPa ไว้คู่กัน วิธีแปลงคร่าวๆ คือ 1 PSI ประมาณ 6.9 kPa และ 1 bar ประมาณ 14.5 PSI
ตัวอย่างที่เจอบ่อยในคู่มือ Honda คือ 200 kPa เท่ากับ 29 PSI หรือราว 2.0 bar และ 225 kPa เท่ากับ 33 PSI
ตารางเติมลมยางมอเตอร์ไซค์แยกรุ่น Honda และ Yamaha
ตารางนี้ดึงค่าจากคู่มือผู้ใช้ภาษาไทยของ Honda และ Yamaha ที่ดาวน์โหลดได้จากเว็บผู้ผลิต ค่าทั้งหมดเป็นค่าตอนยางเย็น
รุ่นยอดนิยมของ Honda
| รุ่น | ล้อหน้า | ล้อหลัง ขี่คนเดียว | ล้อหลัง ซ้อนสอง | ที่มา |
|---|---|---|---|---|
| Wave 110i | 29 PSI (200 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | 41 PSI (280 kPa) | คู่มือ Wave110i ปี 2567 |
| Wave 125i | 29 PSI (200 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | 41 PSI (280 kPa) | คู่มือ Wave125 ปี 2569 |
| Scoopy | 29 PSI (200 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | คู่มือ Scoopy ปี 2568 |
| Click 125i / Click 160 | 29 PSI (200 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | คู่มือ Click125i |
| PCX 160 | 29 PSI (200 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | 36 PSI (250 kPa) | คู่มือ PCX160 ปี 2568 |
| ADV 160 | 29 PSI (200 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | คู่มือ ADV160 ปี 2569 |
| Giorno+ | 29 PSI (200 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | คู่มือ Giorno+ ปี 2568 |
รุ่นยอดนิยมของ Yamaha
| รุ่น | ล้อหน้า | ล้อหลัง ขี่คนเดียว | ล้อหลัง ซ้อนสอง | ที่มา |
|---|---|---|---|---|
| NMAX (ทุกรุ่น 150–155cc) | 22 PSI (150 kPa) | 36 PSI (250 kPa) | 36 PSI (250 kPa) | คู่มือ NMAX GPD150 และ GPD155 |
| Grand Filano | 29 PSI (200 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | คู่มือ LTF125 ปี 2569 |
| Fino 125 | 29 PSI (200 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | คู่มือ LNC125 |
| Aerox | 29 PSI (200 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | คู่มือ GPR155 ปี 2569 |
| XMAX 300 | 29 PSI (200 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | คู่มือ CZD300 ปี 2569 |
| Finn | 29 PSI (200 kPa) | 33 PSI (225 kPa) | 41 PSI (280 kPa) | คู่มือ T115FL |
ค่าอาจต่างตามปีรุ่นและขนาดยาง ยึดสติกเกอร์บนรถเป็นหลัก
จุดที่หลายคนพลาดคือ NMAX คู่มือทุกรุ่นตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่น 155 ปัจจุบันให้เติมล้อหน้าแค่ 22 PSI ต่ำกว่าที่หลายคนเติมตามความเคยชินพอสมควร นี่คือเหตุผลที่ไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวกับทุกคัน ส่วนรถครอบครัวอย่าง Wave และ Finn คู่มือให้เพิ่มเฉพาะล้อหลังเป็น 41 PSI เวลาซ้อนสอง ขณะที่สกู๊ตเตอร์ส่วนใหญ่ใช้ค่าเดิมทั้งขี่คนเดียวและซ้อน
ดูค่าลมยางที่ถูกต้องของรถตัวเองได้จากตรงไหน
แหล่งที่เชื่อได้ที่สุดคือสติกเกอร์ข้อมูลยางที่ติดมากับรถ ตำแหน่งต่างกันตามรุ่น มักอยู่ใต้เบาะ บนบังโคลนหลัง หรือแถวสวิงอาร์ม บนสติกเกอร์จะบอกค่าล้อหน้า ล้อหลัง และบางรุ่นแยกค่าตอนมีคนซ้อนไว้ให้ด้วย
ถ้าสติกเกอร์ลอกหรือหลุดไปแล้ว ให้เปิดคู่มือผู้ใช้รถในหมวดข้อมูลจำเพาะหรือการตรวจยาง ไม่มีคู่มือก็ค้นคู่มือ PDF ของรุ่นนั้นจากผู้ผลิต หรือโทรถามศูนย์บริการพร้อมบอกรุ่นและปีรถ ศูนย์มีค่าของทุกรุ่นอยู่แล้ว
ตัวเลขบนแก้มยางไม่ใช่ค่าที่ต้องเติม
แก้มยางหลายรุ่นพิมพ์ข้อความแนว MAX PRESS หรือ MAX LOAD ตามด้วยตัวเลขไว้ ตัวเลขนี้คือแรงดันหรือน้ำหนักสูงสุดที่ยางเส้นนั้นรับได้ ไม่ใช่ค่าที่รถควรใช้ประจำวัน เติมตามตัวเลขบนแก้มยางจะได้ยางที่แข็งเกินไป เกาะถนนน้อยลง และรถกระด้างกว่าที่ควร
เปลี่ยนยางไม่ตรงสเปกเดิม ควรเติมเท่าไหร่
เปลี่ยนยางขนาดเดิมใช้ค่าตามสติกเกอร์ได้เลย แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นยางหน้ากว้างขึ้น ขอบต่างจากเดิม หรือยางใช้งานเฉพาะ ให้ถามร้านที่เปลี่ยนหรือดูค่าที่ผู้ผลิตยางแนะนำ เพราะโครงสร้างยางต่างกันอาจต้องการแรงดันต่างกันเล็กน้อย
ขี่ซ้อนสองหรือบรรทุกของ ต้องเติมลมเพิ่มไหม
คำตอบขึ้นกับรุ่น รถครอบครัวอย่าง Wave 110i, Wave 125i และ Finn คู่มือให้เพิ่มล้อหลังจาก 33 เป็น 41 PSI ส่วน PCX 160 เพิ่มล้อหลังจาก 33 เป็น 36 PSI ขณะที่ Scoopy, Click, ADV 160, Giorno+, NMAX, Grand Filano, Fino, Aerox และ XMAX ใช้ค่าเดิมทั้งขี่คนเดียวและซ้อน ล้อหน้าของทุกรุ่นในตารางไม่ต้องเปลี่ยน
ถ้าสติกเกอร์หลุดและไม่แน่ใจค่าตอนซ้อน ให้ถามศูนย์บริการพร้อมบอกรุ่นและปีรถ ดีกว่าเดาเพิ่มเอง ห้ามเติมเกินค่าสูงสุดบนแก้มยาง และอย่าบรรทุกเกินน้ำหนักรวมที่คู่มือกำหนด สกู๊ตเตอร์ Yamaha ในตารางกำหนดไว้ราว 150–170 กิโลกรัม รวมคนขี่ คนซ้อน และสัมภาระ
วิธีเติมลมยางมอเตอร์ไซค์ที่ปั๊มด้วยตัวเอง
ปั๊มน้ำมันส่วนใหญ่มีตู้เติมลมแบบตั้งตัวเลขได้ ใช้เองไม่กี่นาที
- จอดรถให้ยางเย็นก่อน ถ้าเพิ่งขี่มาไกลให้รอสักพัก
- กดตั้งตัวเลข PSI ที่ตู้ให้ตรงกับล้อที่จะเติม เริ่มจากล้อหน้า
- หมุนเปิดจุกจุ๊บลมแล้ววางไว้ในที่ที่ไม่หล่นหาย
- เสียบหัวเติมลมให้ตรงและแนบสนิทกับจุ๊บ กดค้างไว้จนตู้ส่งเสียงหรือขึ้นไฟว่าเติมเสร็จ
- เปลี่ยนตัวเลขเป็นค่าของล้อหลัง แล้วทำซ้ำ
- ปิดจุกจุ๊บลมให้แน่นทั้งสองล้อ จุกช่วยกันฝุ่นเข้าไปทำให้วาล์วรั่ว
ถ้าเป็นหัวเติมแบบมีเกจเข็ม ให้เติมเป็นจังหวะสั้นๆ แล้วอ่านเข็มทุกครั้ง อย่ากดยาวทีเดียว เพราะยางมอเตอร์ไซค์ลูกเล็ก ลมขึ้นเร็วกว่ายางรถยนต์มาก
เติมตอนยางเย็นหรือยางร้อนดีกว่า
เติมตอนยางเย็นดีที่สุด Michelin นิยามยางเย็นว่าเป็นยางที่จอดมาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง หรือเพิ่งขี่มาไม่เกิน 2–3 กิโลเมตร ยางที่ร้อนจากการขี่จะมีแรงดันสูงกว่าตอนเย็น อ่านแล้วดูเหมือนลมพอ ทั้งที่จริงอาจอ่อนอยู่
ถ้าจำเป็นต้องเติมระหว่างทางตอนยางยังร้อน Yamaha แนะนำให้เผื่อสูงกว่าค่าปกติราว 4 PSI แล้วกลับมาวัดใหม่ตอนยางเย็น สิ่งที่ไม่ควรทำคือปล่อยลมออกตอนยางร้อนเพราะเห็นว่าตัวเลขสูง เมื่อยางเย็นลงลมจะอ่อนกว่าที่ควร
เติมลมเกินไปแล้วปล่อยออกยังไง
ใช้ปลายเล็บหรือก้านเล็กๆ กดแกนตรงกลางจุ๊บลมเบาๆ ลมจะค่อยๆ ออก ปล่อยทีละนิดแล้ววัดซ้ำด้วยเกจหรือเสียบตู้อีกครั้งจนได้ตัวเลขที่ต้องการ
ลมยางอ่อนหรือแข็งเกินไป ส่งผลกับรถยังไง
ลมอ่อนเป็นปัญหาที่เจอบ่อยกว่า เพราะลมรั่วออกช้าๆ ทุกวันจนคนขี่ไม่รู้ตัว อาการที่สังเกตได้คือคอรถหนัก เลี้ยวแล้วรถโคลง ยางสึกที่ขอบสองข้าง และกินน้ำมันขึ้น ยางที่อ่อนมากยังสะสมความร้อนที่แก้มยางเวลาขี่เร็วหรือขี่ไกล ซึ่งเพิ่มโอกาสยางเสียหาย
ลมแข็งเกินไปทำให้หน้ายางแตะพื้นน้อยลง รถสะเทือนทุกหลุม เบรกบนถนนเปียกแล้วยางเกาะน้อยกว่าเดิม และหน้ายางสึกตรงกลางเร็ว ทั้งสองแบบทำให้อายุยางสั้นลง จุดที่ปลอดภัยที่สุดคือค่าตามสติกเกอร์
ควรเช็กลมยางมอเตอร์ไซค์บ่อยแค่ไหน
ขี่ทุกวันควรเช็กอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และเช็กเพิ่มก่อนเดินทางไกล หลังจอดทิ้งไว้นาน หรือเมื่ออากาศเปลี่ยนแรงๆ ยางมอเตอร์ไซค์ลูกเล็ก ลมหายไปไม่กี่ PSI ก็มีผลกับการขับขี่ชัดกว่ารถยนต์
ถ้าบีบยางแล้วนิ่มกว่าปกติ คอรถหนัก หรือรถส่ายตอนเข้าโค้ง ให้แวะวัดลมได้เลยไม่ต้องรอรอบ มือบีบบอกได้แค่ว่ายางอ่อนผิดปกติ บอกตัวเลขจริงไม่ได้
เติมลมไนโตรเจนกับลมธรรมดา มอเตอร์ไซค์ควรใช้แบบไหน

สำหรับรถใช้ในเมือง ลมธรรมดาก็พอ ลมไนโตรเจนมีข้อดีที่รั่วซึมผ่านเนื้อยางช้ากว่า แรงดันจึงคงที่นานกว่าเล็กน้อย แต่ยังต้องเช็กลมตามรอบเหมือนเดิม
ความเชื่อที่ว่าเติมไนโตรเจนแล้วห้ามเติมลมธรรมดาไม่ถูกต้อง Michelin ระบุว่าไนโตรเจนกับลมอัดผสมกันได้ดี เช่นตอนเติมเพิ่มระหว่างทาง ผลที่ได้คือสัดส่วนไนโตรเจนลดลง ไม่ได้ทำให้ยางเสียหาย ส่วนรายละเอียดเทียบข้อดีข้อเสียแบบเต็ม อ่านเพิ่มได้ในบทความเติมลมยางรถยนต์
ซื้อมอเตอร์ไซค์มือสองมา ต้องเช็กยางอะไรบ้างก่อนขี่
รถมือสองมักผ่านการเปลี่ยนยางมาแล้ว และเจ้าของเดิมอาจเติมลมตามความชอบของตัวเอง สิ่งแรกที่ควรทำหลังรับรถคือดูสภาพยางและตั้งลมใหม่ตามสติกเกอร์ ไม่ยึดค่าที่ติดมากับรถ
จุดที่ควรเช็กมี 4 อย่าง ปียางจากรหัส 4 หลักบนแก้มยาง ซึ่งอ่านวิธีละเอียดได้ในบทความปียางดูตรงไหน ดอกยางที่ยังลึกพอและไม่สึกลงถึงตัวบอกยางสึก แก้มยางที่ไม่มีรอยแตกลายงาหรือบวม และขนาดยางที่ตรงกับสเปกรถ ถ้าขนาดไม่ตรงให้ถามร้านยางเรื่องค่าลมก่อนใช้งานจริง
ถ้ายังอยู่ระหว่างเลือกรถ ลองดูประกาศมอเตอร์ไซค์มือสองบน Talata เทียบรุ่นและราคาจากหลายเจ้าในที่เดียว แล้วทักถามเจ้าของเรื่องอายุยางและการเปลี่ยนยางครั้งล่าสุดก่อนนัดดูรถ ช่วยให้ประเมินค่าใช้จ่ายหลังซื้อได้ตั้งแต่แรก

คำถามที่พบบ่อย
Wave 110i เติมลมยางเท่าไหร่
Wave 110i เติมล้อหน้า 29 PSI และล้อหลัง 33 PSI เมื่อขี่คนเดียว ตามคู่มือ Honda ถ้าซ้อนสองให้เพิ่มเฉพาะล้อหลังเป็น 41 PSI ค่าทั้งหมดวัดตอนยางเย็น และใช้ได้กับ Wave 125i ด้วย
PCX 160 เติมลมยางเท่าไหร่
PCX 160 เติมล้อหน้า 29 PSI และล้อหลัง 33 PSI เมื่อขี่คนเดียว ตามคู่มือ Honda ถ้าซ้อนสองให้เพิ่มล้อหลังเป็น 36 PSI ส่วนล้อหน้าคงไว้ที่ 29 PSI
ใช้ค่าลมยางรถยนต์มาเติมมอเตอร์ไซค์ได้ไหม
ไม่ควรใช้ เพราะยางรถยนต์กับยางมอเตอร์ไซค์รับน้ำหนักและออกแบบต่างกัน ค่าของรถเก๋งที่คุ้นกันมักสูงกว่าค่าล้อหน้าของมอเตอร์ไซค์ เวลาเติมที่ตู้เดียวกันให้เปลี่ยนตัวเลขทุกครั้ง ส่วนค่าของรถยนต์อ่านได้ในบทความเติมลมยางรถยนต์
ลมยางมอเตอร์ไซค์หายเร็วทุกสัปดาห์ เกิดจากอะไร
สาเหตุที่พบบ่อยคือจุ๊บลมหรือแกนวาล์วเสื่อม มีตะปูหรือเศษเหล็กฝังอยู่ในหน้ายาง หรือขอบล้อรั่วซึมกับยางทูบเลส ลองฉีดน้ำสบู่รอบจุ๊บและหน้ายางแล้วดูฟองอากาศ ถ้าหาจุดรั่วไม่เจอให้ร้านยางตรวจ
ยางทูบเลสกับยางที่มียางใน ต้องเติมลมต่างกันไหม
ไม่ต่างกัน ให้ยึดค่าตามคู่มือรถรุ่นนั้นเหมือนเดิม คู่มือ Honda และ Yamaha กำหนดค่าลมตามรุ่นรถและจำนวนคนขี่ ไม่ได้แยกตามชนิดยาง สิ่งที่ต่างคือเวลาโดนตะปู ยางทูบเลสมักรั่วช้าและยังพอขี่ไปร้านได้ ส่วนยางในมักแบนเร็วกว่า
เติมลมที่ปั๊มน้ำมันต้องเสียเงินไหม
ส่วนใหญ่ไม่เสียเงินถ้าเติมเองที่ตู้ แต่บางสาขาที่มีพนักงานเติมให้อาจเก็บค่าบริการ ถามก่อนเติมได้เลย ส่วนลมไนโตรเจนมักเติมได้ที่ร้านยางหรือศูนย์บริการ และอาจมีค่าบริการแยก
ซื้อมอเตอร์ไซค์มือสองมา ยางยังมีดอกแต่ผลิตมานานแล้ว ควรเปลี่ยนไหม
ควรให้ร้านยางตรวจก่อน เพราะยางที่ผลิตมานานเนื้อยางจะแข็งขึ้นและเกาะถนนน้อยลง แม้ดอกยางยังเหลือ ถ้าแก้มยางเริ่มแตกลายงาหรือแข็งจนกดไม่ลง ควรเปลี่ยนก่อนใช้งานประจำ
ก่อนลงขายมอเตอร์ไซค์ ควรเช็กยางและลมยางอะไรบ้าง
เติมลมให้ตรงค่าตามสติกเกอร์และดูว่ายางไม่มีรอยรั่วหรือแตก เพราะผู้ซื้อมักลองขี่และสังเกตอาการคอหนักหรือรถโคลงทันที ระบุปียางและช่วงที่เปลี่ยนยางล่าสุดในประกาศด้วย ช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจง่ายขึ้น ขั้นตอนเตรียมรถอื่นๆ อ่านได้ในบทความขายมอเตอร์ไซค์มือสอง




